“เอ็กโซติคฟู้ด” ปรับแผน ลุยส่งออกสร้างรายได้โต
“เอ็กโซติค ฟู้ด” เผยรายได้ธุรกิจไตรมาส 1/2563 ดีมานด์ยังโต ไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เร่งเครื่องบุกตลาดซอสปรุงรส ชูจุดแข็งผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ เน้นคุณภาพ ราคามาตรฐาน เจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมดันส่งออกกว่า 60 ประเทศ ตั้งเป้าอีก 10 ปี ติดท็อปไฟฟ์ ขึ้นแท่นผู้นำส่งออกผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร
นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2563 ยังเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ เนื่องจากสินค้าของบริษัทเป็นสินค้าเพื่อการบริโภคที่ส่งออกไปหลากหลายประเทศ ก็ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมได้ เพราะยังมีความต้องการในการดำรงชีวิต จึงไม่ได้รับผลกระทบทางตรงในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากบริษัทไม่ได้จำหน่ายสินค้าเข้าร้านอาหาร แต่เป็นการจำหน่ายสินค้าผ่านดิสทริบิวเตอร์เพื่อวางขายในห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ยังสามารถจัดจำหน่ายได้
สำหรับแผนการดำเนินงานต่อจากนี้ จะเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ ชูจุดแข็งเรื่องคุณภาพมากกว่าราคา และออกแบบสินค้าให้ลูกค้าเห็นได้ชัดเจน และเป็นที่สนใจเมื่อวางอยู่บนชั้นวาง พร้อมเตรียมทีมทำวิจัย พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ และรสชาติใหม่ ๆ เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงปรับเปลี่ยนรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ให้สะดวกต่อการใช้งาน และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่นิยมอาหารไทย และต้องการเพิ่มรสชาติที่แปลกใหม่ เช่น แซนด์วิช สปาเกตตี สลัด โดยมีแผนจะลอนช์ผลิตภัณฑ์ใหม่ปีละ 5-10 รายการ ตลอดจนการเพิ่มน้ำหนักเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ อาทิ การตรวจสอบขนาด สี กลิ่น ความสด สะอาด หรือการปนเปื้อนของวัตถุดิบให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าทำการตลาด ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในรูปแบบโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ภาพสินค้าบนรถขนส่ง และช่องทางออนไลน์ อาทิ อินสตาแกรม และเฟซบุ๊ก รวมถึงการร่วมมือกับร้านค้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น การแจกรางวัล ของที่ระลึก และการแจกสินค้าตัวอย่าง เพื่อสร้างการรับรู้และสื่อสารแบรนด์ไปถึงผู้บริโภคเป้าหมาย
ด้านตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันได้ส่งออกสินค้าไปจำหน่ายผ่านตัวแทนขาย โดยจะมีหน้าที่กระจายสินค้าไปในช่องทางต่าง ๆ กว่า 60 ประเทศทั่วโลก โดยปัจจุบันตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหารมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น จากพฤติกรรมของผู้บริโภคในต่างประเทศ เริ่มเปลี่ยนมานิยมทานอาหารไทย มากขึ้น
นายจิตติพร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ได้แก่ ซอสปรุงรส น้ำจิ้มต่าง ๆ ตามด้วยเครื่องแกงเครื่องประกอบอาหาร, อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน รวมทั้งหมด 700 เอสเคยู หลัก ๆ จะเน้นการจัดจำหน่ายในรูปแบบ one-stop-brand หรือผู้บริโภคสามารถซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงของบริษัทได้ภายในแห่งเดียว โดยมีสินค้ากลุ่มซอสปรุงรสและน้ำจิ้มเป็นกลุ่มสินค้าหลัก
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร ให้ติดอันดับท็อป 5 ภายในปี 2579 พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัว เพื่อรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เชื่อว่ากลยุทธ์เหล่านี้จะทำให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง