“เต่าเหยียบโลก”ปรับแผนใหม่ เพิ่มผลิตภัณฑ์-รุกขายออนไลน์
“เต่าเหยียบโลก” ปรับตัวรับมือโควิด-19 ประกาศเปิดเกมบุกช่องทางออนไลน์หวังขยายฐานลูกค้าใหม่ ทยอยเพิ่มตัวแทนจำหน่าย เผยช่องทางเทรดิชั่นนอลเทรดกระทบหนัก จับมือลาซาด้า ช้อปปี้ อัดโปรโมชั่นดึงลูกค้า รับมือตลาดแข่งแรง เตรียมเพิ่มสินค้าใหม่เสริมทัพ ชูจุดแข็งออร์แกนิก ไร้สารเคมี เร่งศึกษาพฤติกรรมลูกค้าก่อนบุกตลาดจีน พร้อมปรับเป้าเติบโตเหลือ 20%
นายนพวิทธ์ จันทิพย์วงษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทย เฮิร์บ เอนเตอร์ไพรซ์ จำกัด หรือผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “เต่าเหยียบโลก” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้ร้านค้าในต่างจังหวัดทยอยปิดตัวลง ส่งผลให้ยอดขายในช่องทางเทรดิชั่นนอลเทรด รวมถึงโมเดิร์นเทรด โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อที่แม้จะยังเปิดให้บริการอยู่ แต่มีผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยน้อยลง รวมถึงปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่มีปัญหาและผู้บริโภคลดการจับจ่ายและซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็น ทำให้ยอดขายโดยรวมของบริษัทลดลง จากที่ผ่านมาที่เติบโตประมาณ 20% โดย 70% มาจากโมเดิร์นเทรด 70% และเทรดิชั่นนอลเทรด 30%
สำหรับแผนการดำเนินงานจากนี้ไป บริษัทจะเพิ่มน้ำหนักการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ปัจจุบันมีประมาณ 50 ราย รวมถึงการให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์มากขึ้น อาทิ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม และทำคอนเทนต์ให้สอดรับกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ ตลอดจนนำเข้าไปจำหน่ายในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ อาทิ ลาซาด้า ช้อปปี้ เป็นต้น ซึ่งหลังจากที่บริษัทได้เริ่มทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถึงตอนนี้พบว่ายอดขายเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัว จากเดิมปีที่ผ่านมาได้ทุ่มงบฯสื่อสารแบรนด์ผ่านสื่อโฆษณาตามรถเมล์กว่า 30 คัน พร้อมลงพื้นที่จัดกิจกรรมโรดโชว์ นำสินค้าไปให้กับผู้บริโภคได้ทดลองใช้ แต่ตอนนี้ต้องชะลอการทำโฆษณา รวมถึงป้ายโฆษณาเอาต์ออฟโฮม รอให้สถานการณ์คลี่คลายค่อยกลับมาปรับแผนการทำตลาดต่อไป
นายนพวิทธ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังเตรียมจะลอนช์โปรดักต์ใหม่เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโออีก 3-4 เอสเคยู เพื่อเพิ่มความหลากหลายของไลน์โปรดักต์ อาทิ ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายในรูปแบบสบู่ เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ไม่มีสารเคมี เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นทั้งชายและหญิง คาดว่าจะเริ่มทยอยวางตลาดได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 8 เอสเคยู ได้แก่ แป้งระงับกลิ่นกาย ผงระงับกลิ่นเท้า ครีมทารักแร้ขาว โรลออน สเปรย์ระงับกลิ่นกาย และสเปย์ระงับกลิ่นเท้า เป็นต้น ขณะเดียวกันก็เตรียมปรับแบรนด์เต่าเหยียบโลก และเต่าเหยียบโลกนิวเจน ให้ใช้โลโก้เดียวกัน คือ สัญลักษณ์เต่าเหยียบอยู่บนโลก จากเดิมทั้ง 2 แบรนด์นี้จะมีโลโก้แตกต่างกัน เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน
“ที่ผ่านมาตลาดผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย เป็นตลาดใหญ่ที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูงมาก แต่ตลาดยังมีช่องว่างอีกมาก จะเห็นว่าหลาย ๆ แบรนด์ต่างงัดกลยุทธ์การตลาด เพิ่มสินค้าและนวัตกรรมใหม่ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค แล้วยิ่งในปีนี้ในช่องทางออนไลน์ขายออนไลน์แข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยหลัก ๆ จะแข่งในแง่การตัดราคา โปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 เป็นต้น”
นายนพวิทธ์ ยังกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะนำสินค้าเข้าไปทำตลาดในประเทศจีน เนื่องจากจีนเป็นตลาดใหญ่ ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงและให้ความนิยมกับสินค้าที่ผลิตจากไทยโดยเฉพาะสินค้าประเภทสมุนไพรธรรมชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาพฤติกรรมและความต้องการผู้บริโภคชาวจีน
“อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และกระทบกับกำลังซื้อผู้บริโภค ตลอดจนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ปีนี้บริษัทปรับเป้าการเติบโตใหม่ โดยลดลงให้เหลือเพียง 20% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 30% ซึ่งเชื่อมั่นว่าจากแนวทางการทำตลาดที่วางไว้ ทั้งในแง่ของการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาด ตลอดจนการขยายช่องทางจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จะทำให้ยอดขายเติบโตตามเป้าที่วางไว้” นายนพวิทธ์กล่าวย้ำ