เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.66 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.66 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
สงครามอิหร่าน ผู้ไกล่เกลี่ยเสนอข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน ฟื้น MOU
World สงครามอิหร่าน ผู้ไกล่เกลี่ยเสนอข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน ฟื้น MOU
จับตา! ครม.เคาะโยก ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ร่างแผนฯไทย-อินโด ก่อน อนุทิน บินเยือน
Politics จับตา! ครม.เคาะโยก ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ร่างแผนฯไทย-อินโด ก่อน อนุทิน บินเยือน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.82% อยู่ที่ 65,213 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.82% อยู่ที่ 65,213 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เปิดผลสำรวจ LIXIL คนไทย 77% ชี้ “Spalet” สุขภัณฑ์อัจฉริยะ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
Biz Movement เปิดผลสำรวจ LIXIL คนไทย 77% ชี้ “Spalet” สุขภัณฑ์อัจฉริยะ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
“พิพัฒน์” จ่อย้าย “ท่าเรือคลองเตย” ไป “แหลมฉบัง” ลดแออัด ผุดเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ไร้คาสิโน
Politics “พิพัฒน์” จ่อย้าย “ท่าเรือคลองเตย” ไป “แหลมฉบัง” ลดแออัด ผุดเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ไร้คาสิโน
กรุงศรีกำไรครึ่งปีแรก พุ่ง 6.8% อานิสงส์ AI-อุตฯ อิเล็กทรอนิกส์
Finance กรุงศรีกำไรครึ่งปีแรก พุ่ง 6.8% อานิสงส์ AI-อุตฯ อิเล็กทรอนิกส์
”พิพัฒน์” สั่งพับคำว่า “แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC” สร้างความสบายใจทุกฝ่าย รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำ
Politics ”พิพัฒน์” สั่งพับคำว่า “แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC” สร้างความสบายใจทุกฝ่าย รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำ
ดูทั้งหมด

โรงหนังอเมริกา (ยัง) เหงา ยอดตั๋วหด-หนังฟอร์มยักษ์เลื่อนอีก

21 ก.ย. 2563 | 16:19น.

หลังจากเลื่อนกำหนดการฉายต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน จนถึงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในที่สุดโรงภาพยนตร์ในสหรัฐส่วนใหญ่ หรือประมาณ 60% ก็สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง พร้อมหนังฟอร์มยักษ์อย่าง “เทเน็ต” (Tenet) ของผู้กำกับมือทอง “คริสโตเฟอร์ โนแลนด์” ที่เคยทำผลงานกวาดเม็ดเงินในตลาดโลกมามากต่อมากแล้ว

อีกด้านหนึ่งก็ทำให้ผู้ประกอบการโรงหนังแต่ละรายต่างคาดหวังว่าจะสามารถโกยเงินจากบรรดาแฟนภาพยนตร์ชาวอเมริกันที่ห่างหาย และไม่ได้เข้าดูหนังในโรงมานานกว่าครึ่งปี

แต่หลังผ่านมา 2 สัปดาห์ สถานการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาด เมื่อโรงหนังหลายแห่งยังเงียบเหงา สะท้อนจากยอดขายตั๋วที่อยู่ในระดับไม่ถึง 20% ของช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 ที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานถึงสถานการณ์ในธุรกิจโรงภาพยนตร์ของสหรัฐว่า บริษัทวิจัยคอมสกอร์ ได้เปิดเผยยอดบอกซ์ออฟฟิศของสหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (12-13 กันยายน) ระบุว่า ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ 2 วัน โรงภาพยนตร์ในประเทศมียอดขายตั๋วเพียง 15 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นตัวเลขต่ำจนน่าใจหาย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมียอดถึง 112.8 ล้านเหรียญสหรัฐ

แม้แต่ภาพยนตร์ที่เป็นความหวังของวงการอย่าง “เทเน็ต” ยังมียอดขายตั๋วรวม 2 สัปดาห์เพียง 29.5 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น ต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าว่าจะสามารถทำยอดได้ 35-55 ล้านเหรียญสหรัฐอยู่มาก หลังจากเปิดตัวในระดับน่าผิดหวังด้วยยอดขายตั๋ว 9.4 ล้านเหรียญในช่วงสัปดาห์แรก

ทั้งนี้ แม้โรงภาพยนตร์ทั้งในนิวยอร์กและลอสแองเจลิส ซึ่งถือเป็น 2 ตลาดใหญ่ของวงการภาพยนตร์สหรัฐ และยังเป็นศูนย์รวมแฟนคลับของผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลนด์ จะยังปิดบริการอยู่ และมีมาตรการจำกัดจำนวนผู้ชมที่ระดับ 50% หรือน้อยกว่า แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ตัวเลขยอดขายตั๋วนี้ต่ำกว่าที่วงการคาดการณ์เอาไว้มาก

โดยบริษัทวิจัยการตลาดหลายแห่งให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ยอดขายตั๋วระดับต่ำติดดินนี้ สะท้อนว่าแฟนหนังชาวอเมริกันยังไม่พร้อมกลับมาดูหนังโรงอีกครั้ง

บริษัทวิจัย “มอร์นิ่ง คอนซัลต์” ได้เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นในการร่วมกิจกรรมสันทนาการ-บันเทิง เช่น ดูหนังในโรงหนัง ช็อปปิ้งในห้าง เข้ายิม ฯลฯ ของผู้บริโภคชาวอเมริกัน 2,200 คน ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยผลสำรวจรอบล่าสุดระหว่างวันที่ 10-13 กันยายนที่ผ่านมา พบว่ามีเพียง 18% ของกลุ่มตัวอย่างที่รู้สึกว่าการไปโรงหนังนั้นปลอดภัย

และตลอดการสำรวจนานกว่า 6 เดือนของจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่มั่นใจในการใช้บริการโรงหนังเคยทำสถิติสูงสุดเพียง 23% ในช่วง 9-11 มิถุนายน ซึ่งเป็นจังหวะที่มีข่าวว่าโรงหนังจะกลับมาเปิดฉาย ก่อนจะถูกเลื่อนออกไปเพราะจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในหลายรัฐ หลังวันหยุด Memorial Day การระบาดระลอกใหม่ครั้งนั้นกระตุ้นให้ชาวอเมริกันตระหนักว่า แม้รัฐบาลจะคลายการล็อกดาวน์ แต่ไวรัสไม่ได้หายไปไหน ส่งผลให้ระดับความเชื่อมั่นลดลงอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

สอดคล้องกับความเห็นของ “ไมเคิล แพชเชอร์” นักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์เว็ดบุช ที่กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่เลือกรอให้มีวัคซีน หรืออย่างน้อยรอจนกว่าให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงไปก่อนที่จะออกไปใช้บริการโรงหนัง ทำให้เชื่อว่ากว่าตัวเลขผู้ชมจะกลับมาเป็นปกติน่าจะต้องรออย่างน้อยถึงช่วงสิ้นปีนี้

ส่วน “เจฟ บล็อก” นักวิเคราะห์ด้านธุรกิจภาพยนตร์ ย้ำว่า ตอนนี้ชาวอเมริกันยังไม่พร้อมจะกลับไปดูหนังในโรง ไปในทิศทางเดียวกับฝั่งสตูดิโอภาพยนตร์-ผู้จัดจำหน่าย โดยสำนักข่าวเดอะนิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า หลายรายเริ่มกลับลำเลื่อนวันฉายหนังใหม่ออกไปก่อน หนึ่งในนั้นคือ “วอร์เนอร์ บราเธอร์ส” ที่ประกาศเลื่อนฉาย “Wonder Woman 1984” ออกไป จากกำหนดเดิม 2 ตุลาคม เป็น 25 ธันวาคม 2563 แทน

และการประกาศนี้ส่งผลต่อเนื่องให้สตูดิโออื่น ๆ นัดประชุมด่วนเมื่อวันที่ 14 กันยายน เพื่อถกกันเรื่องปรับกำหนดฉายภาพยนตร์ โดยปัจจุบันมีภาพยนตร์ที่เลื่อนฉายไปแล้ว 2 เรื่อง คือ “แคนดี้ แมน” หนังแนวฆาตกรต่อเนื่องของยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เลื่อนไปฉายปี 2564 และ “กรีนแลนด์” หนังแนวภัยพิบัติของค่ายเอสทีเอ็กซ์ เลื่อนจากกันยายนเป็นปลายปีนี้

ขณะที่ “แบล็กวิโดว์” ของมาร์เวล และ “สายลับ 007” ภาคใหม่ของเมโทร รวมถึง “โซล” ของพิกซาร์ ซึ่งเดิมมีกำหนดฉายเดือนพฤศจิกายนก็เริ่มไม่แน่เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากช่วงที่ผ่านมาสตูดิโอ-ผู้จัดจำหน่ายบางรายตัดสินใจนำภาพยนตร์ใหม่ไปฉายบนสตรีมมิ่ง หรือบริการเช่าออนไลน์ เช่น มู่หลาน และเกรย์ฮาวนด์ หากมีการเลื่อนกำหนดฉาย หรือนำไปเผยแพร่บนออนไลน์เพิ่มอีกจะส่งผลให้โรงหนังในสหรัฐแทบไม่เหลือแม็กเนตมาดึงดูดลูกค้า

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการโรงหนังก็เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น เพื่อรับมือเช่นกัน “มาร์ก โซราดิ” กรรมการผู้จัดการของซีเนมาร์ก ผู้บริหารโรงหนังกว่า 6,000 สาขาในสหรัฐและละตินอเมริกา อธิบายว่า บริษัททุ่มเงินหลายล้านเหรียญสหรัฐในมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งเริ่มเห็นผลแล้ว หลังผลสำรวจผู้ใช้บริการช่วงที่ผ่านมา ลูกค้า 97% ระบุว่า พอใจในมาตรการความปลอดภัย เชื่อว่าหากไม่มีการระบาดระลอกใหม่ บริษัทจะเริ่มตั้งหลักได้ในไตรมาส 4 นี้ และกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้งได้ในปี 2565

สถานการณ์เหล่านี้ทำให้ชะตาของวงการโรงภาพยนตร์สหรัฐอยู่ในภาวะที่ต้องลุ้นระทึกไม่ต่างจากภาพยนตร์ดังเลยทีเดียว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรงหนัง ไวรัสโควิด-19