เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

บทเรียน “แซนด์บอกซ์” คดี “แหม่มสวิส” สะท้อน SOP ล้มเหลว

11 ส.ค. 2564 | 13:17น.
ไว้อาลัยนักท่องเที่ยวสาวชาวสวิส

ไว้อาลัยนักท่องเที่ยวสาวชาวสวิส

นับเป็นอีกหนึ่ง “บทเรียน” ของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกรณีการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวสาวชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ปัญหาเดิม ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ไม่ได้วางระบบป้องกันและแก้ไขลงไปถึงรากเหง้าของปัญหาอย่างแท้จริง

ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิต ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำได้ดีที่สุด คือ ออกมาแสดงความเสียใจผ่านตัวหนังสือที่ส่งไปยังสถานทูตของประเทศนั้น ๆ รวมถึงแถลงการณ์ผ่านสื่อ และรับปากว่าจะเร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพิ่มเติม

ปัญหาซ้ำซาก-ไม่แก้ไข

แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยวรายหนึ่ง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาเรื่องความปลอดภัยของเมืองท่องเที่ยวหลักของไทยยังคงเป็นปัญหาระดับชาติที่ยังไม่ถูกแก้ไขอย่างแท้จริง กรณีคดีแหม่มสวิสครั้งนี้ก็เช่นกัน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องก็ยังคงใช้วิธีการแก้ไขปัญหารูปแบบเดิม ๆ สะท้อนชัดเจนจากเวทีแถลงข่าวปิดคดีที่ภูเก็ตเมื่อเช้าวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดย “พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้ พร้อมย้ำว่า แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับคนร้ายได้ในเวลาอันรวดเร็วแต่ก็ไม่อาจจะทดแทนกับความสูญเสียของครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตามก็จะมุ่งมั่นดูแลความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจ และหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกในอนาคต

เช่นเดียวกับ “ณรงค์ วุ่นซิ้ว” ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่บอกว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้หลายหน่วยงานจะหารือถึงแนวทางการดูแลรักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นจากเดิม พร้อมทั้งเตรียมสำรวจแหล่งท่องเที่ยวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือเหตุร้ายต่อนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับความปลอดภัยและเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว

ภูเก็ตแคร์

ขณะที่ “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ ททท.รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่าคดีดังกล่าวเป็นเรื่องที่สะเทือนใจและมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ส่วนจะกระทบกับโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์หรือไม่นั้น ได้มอบหมายให้สำนักงานในต่างประเทศติดตามข้อมูลและประเมินผลอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม หากดูจากตัวเลขการจองห้องพักยังพบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งหลายทั้งปวงที่แถลงบนเวทีครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญและกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวนั้น สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และระบุว่าจะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เพิ่มขึ้นเท่านั้น สุดท้ายก็ยังเกิดขึ้นซ้ำซากเหมือนเดิม

ทุบเชื่อมั่น “ท่องเที่ยว”

เช่นเดียวกับแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีกรายหนึ่งที่บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวทางการแก้ปัญหาในทุกครั้งที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนบริหารแบบ “วัวหายล้อมคอก” ทั้งสิ้น เพราะหากย้อนดูอดีตที่ผ่านมา คดีสะเทือนขวัญนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำลายความเชื่อมั่นในเรื่องของด้านการท่องเที่ยวมาหลายครั้งหลายครา

ตัวอย่างคือ คดีฆ่าข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ 2 คน บนเกาะเต่า (สุราษฎร์ธานี) เมื่อปี 2557 ครั้งนั้นสื่อต่างประเทศต่างตั้งฉายา “เกาะเต่า” เกาะสวรรค์ของบ้านเราเป็น “เกาะแห่งความตาย” เป็นที่จดจำของนักท่องเที่ยวต่างชาติไปหลายปีทีเดียว หรือคดีข่มขืนทุบหัวนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันบนเกาะสีชัง ชลบุรี เมื่อปี 2561 ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่นักท่องเที่ยวมาเสียชีวิตในเมืองไทยจากบริการที่ไม่ได้มาตรฐานอีกจำนวนมาก

“หากฟังจากเวทีแถลงปิดคดีครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวของภูเก็ตครั้งนี้หลายภาคส่วนยังไม่มีการเตรียมความพร้อมเลย เช่น กรณีของการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวที่จังหวัดเองก็ยังไม่รู้ว่าแหล่งท่องเที่ยวไหนบ้างที่พร้อมเปิด หรือที่ไหนบ้างที่ยังไม่พร้อมเปิดบริการ รวมถึงมาตรฐานและความปลอดภัยในการให้บริการของโรงแรม”

ซัดระบบ SOP ล้มเหลว

แหล่งข่าวรายเดิมยังชี้ประเด็นด้วยว่า กรณีคดีของนักท่องเที่ยวสาวชาวสวิตเซอร์แลนด์ครั้งนี้ หน่วยงานด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวและจังหวัดภูเก็ตจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เนื่องจากการเดินทางท่องเที่ยวขณะนี้ไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ แต่ประเทศเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาแบบมีเงื่อนไข และอยู่ภายใต้สถานการณ์การควบคุมโรคระบาดในโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดคู่มือปฏิบัติงาน หรือ standard operating procedure : SOP เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิด

รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัย แผนเผชิญเหตุในทุก ๆ ขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการก่อนที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา ระหว่างที่นักท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทย กระทั่งถึงกระบวนการส่งนักท่องเที่ยวเดินทางออกจากประเทศไทย

เรียกว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคนที่เข้ามาต้องอยู่ในความดูแลของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รู้ว่าในแต่ละช่วงเวลานักท่องเที่ยวอยู่ที่ไหน ที่สำคัญต้องดูแลตลอดเวลาที่นักท่องเที่ยวอยู่ในประเทศ ไม่ใช่ดูแลเฉพาะตอนอยู่ในโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” 14 วันเท่านั้น

พร้อมระบุว่า เหตุการณ์คดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นครั้งนี้สะท้อนถึงความ “ไม่พร้อม” ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ “ความล้มเหลว” ของระบบ SOP ของ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” อย่างชัดเจน

ผลของ “ไม่พร้อม-บอกพร้อม”

และย้อนความว่า ก่อนหน้าที่จะคิกออฟ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีหลายภาคส่วนท้วงติงคณะทำงานไปแล้วว่า กรอบปฏิบัติงาน หรือ SOP ที่ออกมานั้นไม่ชัดเจนในหลาย ๆ ประเด็น โดยเฉพาะเรื่องของระบบการตรวจสอบการฉีดวัคซีนของนักท่องเที่ยว (vaccine certificate) เครื่องมือลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ระบบติดตามตัวนักท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ ฯลฯ รวมถึงแผนเผชิญเหตุหากเกิดการแพร่ระบาดของโรค และกรณีเกิดเหตุอื่นใดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ประเทศไทยเชิญชวนเข้ามา

“ในห่วงเวลานี้ต้องถือว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะไม่ปกติ เราอยู่ในสถานการณ์โรคระบาด หรือในภาวะวิกฤตนักท่องเที่ยวที่เข้ามาภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์นั้นประเทศไทยต้องดูแลตลอดเวลาที่นักท่องเที่ยวยังพำนักอยู่ในประเทศไทย ไม่ใช่ดูแลเพียงแค่ 14 วัน พอเกิดเหตุแล้วปัดความรับผิดชอบอ้างว่าเขาออกจากแซนด์บอกซ์แล้ว และพักในโรงแรมที่ไม่ใช่ SHA+”

พร้อมให้ข้อมูลด้วยว่า ไม่ต้องรุนแรงขนาดนักท่องเที่ยวเสียชีวิต แค่นักท่องเที่ยวที่ออกจากแซนด์บอกซ์แล้วเดินทางไปที่อื่นและติดโควิดก็ต้องรับผิดชอบและดูแลนักท่องเที่ยวเช่นกัน

ดังนั้น หัวใจสำคัญของระบบ SOP คือ ต้องมีข้อมูล มีไทม์ไลน์นักท่องเที่ยวที่ชัดเจนตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองไทย และมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่คอยติดต่อประสานงาน

กรณีนี้จึงไม่เพียงแค่ความล้มเหลวของ SOP เท่านั้น แต่ยังเป็นความล้มเหลวของ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภูเก็ตแซนด์บอกซ์