Skip to content

“ออโรร่า” บุกตลาดเพชรงัดเงินผ่อนขยายฐาน

28 ม.ค. 2565 | 17:29น.
“ออโรร่า” บุกตลาดเพชรงัดเงินผ่อนขยายฐาน

“ออโรร่า” กางแผนเจาะตลาดเพชร 3.5 หมื่นล้านโตสวนโควิด ชูสินค้าคุณภาพ-ราคาเข้าถึงได้ เน้นดีไซน์แบบเฉพาะตัว พร้อมอัดโปรฯเงินผ่อนแรง เริ่มต้นแค่วันละ 18 บาทเจาะลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก่อนเดินหน้าคลอดคอลเล็กชั่นใหม่รับดีมานด์ตลาดต่อเนื่อง วางเป้าสิ้นปี’65 ปั้นยอดโต 25% ตั้งเป้าระยะยาวขึ้นแท่นเบอร์ 1 ตลาดเพชร

นางสาวลภัสรดา ฤติวรางค์กูร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์เพชร บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วง2 ปีที่ผ่านมาจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19

และมาตรการล็อกดาวน์ที่ปิดศูนย์การค้าไปหลายเดือน รวมถึงปัจจัยในเรื่องกำลังซื้อที่ลดลงส่งผลกระทบต่อยอดการจับจ่ายต่อบิลของเครื่องประดับเพชรในปีที่ผ่านมาลดลงที่ 15% จากก่อนการระบาดของโควิด

ขณะที่เทรนด์การแข่งขันในตลาดเพชรของปีนี้จะเริ่มมีการแข่งขันเรื่องราคาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะจากร้านเพชรและจากช่องทางออนไลน์ที่หันมาเปิดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม

จากการปรับกลยุทธ์ของบริษัทด้วยการขยายช่องทางจำหน่าย ขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น ทำให้บริษัทยังสามารถรักษาการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยปี 2564 ที่ผ่านมาสามารถสร้างการเติบโตได้ 17%

นางสาวลภัสรดายังระบุด้วยว่า ออโรร่าเปิดมาเกือบ 50 ปี หลัก ๆ เน้นสินค้าที่เป็นเครื่องประดับเพชร แต่ช่วง 6 ปีที่ผ่านมาเริ่มโฟกัสธุรกิจเพชรมากขึ้น โดยได้แตกไลน์ด้วยแบรนด์ใหม่ “ออโรร่าไดมอนด์”

ขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อรุกตลาดที่ไม่ใช่เพียงแค่สินค้าเครื่องประดับเพชรโดยเฉพาะ โดยมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบเครื่องประดับเพชรอย่างจริงจัง ซึ่งมีกระแสตอบรับดีอย่างต่อเนื่องตามเทรนด์ความนิยมเครื่องประดับเพชรที่มีมากขึ้น

ประกอบกับบริษัทได้มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้าและรูปแบบ โดยปีที่ผ่านมาได้เปิดตัว “LEVA Collection” เป็นการคัดสรรเพชรหายากเพียงมาทำเป็นคอลเล็กชั่นดังกล่าว ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

“เราให้ความสำคัญกับเรื่องของสินค้า ลูกค้า และบริการ พร้อมเดินหน้าสร้างความยั่งยืนในวงการเพชรตั้งแต่แหล่งที่มา การทำธุรกิจที่ยั่งยืน มีแหล่งที่มาถูกต้อง เพื่อสร้างการเข้าถึงให้กลุ่มลูกค้าที่สนใจเพชรได้มีการบริการที่ดีและตรงจุดมากขึ้น”

นางสาวลภัสรดากล่าวต่อไปว่า สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการโฟกัสธุรกิจเพชรมากขึ้น ทั้งในส่วนของการพัฒนาสินค้า ดีไซน์ และคอลเล็กชั่นใหม่ ๆ ในชีวิตประจำวัน

โดยเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางและพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด พร้อมทั้งขยายตลาดให้เป็นวงกว้างมากขึ้น เพื่อรองรับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

จากอดีตที่มองว่าเครื่องประดับเพชรเป็นสินค้าที่ราคาแพง เป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับคนทั่วไป แต่ปัจจุบันแนวความคิดเปลี่ยนไปกลับมองว่าเครื่องประดับเพชรเข้าถึงง่ายขึ้น ทำให้ภาพรวมตลาดของเมืองไทยเริ่มยอมรับเครื่องประดับเพชรมาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

โดยกลยุทธ์หลัก ๆ จะยังคงเน้นความเป็นเครื่องประดับเพชรที่ราคาเข้าถึงง่าย สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 8,900-9,900 บาท และมีใบรับประกันสินค้าและมีคุณภาพทุกชิ้น เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่สนใจเครื่องประดับเพชร

และกลุ่มที่สนใจเครื่องประดับทองที่เริ่มหันมาสวมใส่เครื่องประดับเพชรมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการจัดแคมเปญเงินผ่อน เริ่มต้นที่ 18 บาทต่อวัน สำหรับกลุ่มลูกค้าที่สนใจเพื่อสร้างการเข้าถึงให้ง่ายขึ้นกับทุกกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่กับการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ปัจจุบันแม้ว่าช่องทางออฟไลน์จะยังเป็นช่องทางหลักของการขายอยู่ แต่จากแนวโน้มการเติบโตในช่องทางออนไลน์ที่สูงเป็นตัวเลขถึง 3 หลัก ก็ทำให้บริษัทหันมาสร้างแบรนด์ในช่องทางดังกล่าวมากขึ้น

และจะมีคอลเล็กชั่นใหม่ ๆ ที่สามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันวางจำหน่ายมากขึ้น ทั้งแหวน สร้อยคอที่สร้างดีไซน์แบบเฉพาะตัว โดยปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 25% จากปีที่ผ่านมา

ปัจจุบันมูลค่าตลาดเพชรอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท โดยสินค้าขายดี 3 อันดับแรก ได้แก่ แหวน ตามมาด้วยจี้ และต่างหู มีสัดส่วนยอดขายใกล้เคียงกัน

ขณะที่สัดส่วนยอดขายจากกลุ่มเครื่องประดับเพชรอยู่ที่ 5% จากภาพรวมของออโรร่า กรุ๊ป แม้จะยังน้อยอยู่เมื่อเทียบกับกลุ่มทอง (เนื่องจากกลุ่มทองมีวอลุ่มสูงกว่ามาก) แต่บริษัทก็ยังคงเน้นสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่องตามความนิยมของลูกค้า

“เป้าหมายของออโรร่า ไดมอนด์ระยะยาว คือ ต้องการเป็นเบอร์ 1 ในตลาดเพชรที่ลูกค้ารู้สึกอยากสวมใส่ และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเข้าถึงของลูกค้าเมื่อจะซื้อเครื่องประดับเพชร อยากให้นึกถึงแบรนด์เป็นชิ้นแรก

โดยปัจจุบันออโรร่า ไดมอนด์วางจำหน่ายในร้านทองออโรร่าทั้ง 215 สาขา และออโรร่า ไดมอนด์มีสาขาสแตนด์อะโลน 8 สาขา” นางสาวลภัสรดากล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เพชร