เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

เศรษฐศาสตร์ของแร่หายาก บทเรียนและโอกาสหลังข้อตกลงสหรัฐ-เอเชีย

10 พ.ย. 2568 | 13:31น.
คอลัมน์ : นอกบท
ผู้เขียน : ศรัณย์วุฒิ ตรรกพงศ์ 
ที่ปรึกษาอาวุโสธนาคารโลก
[email protected]

ในเดือนตุลาคม 2568 การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐและหลายประเทศในเอเชียเกี่ยวกับแร่สำคัญและแร่หายาก ได้สะท้อนถึงความตื่นตัวของสหรัฐ ต่อประเด็นห่วงโซ่อุปทานและความมั่นคงด้านทรัพยากร แม้ข้อตกลงนี้จะเป็นกรอบความร่วมมือที่ไม่ผูกพันทางกฎหมาย แต่ก็เปิดโอกาสให้ไทยและประเทศเพื่อนบ้านได้ทบทวนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมแร่ในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญจากต้นน้ำสู่มิดสตรีม

หากมองภาพรวมของอุตสาหกรรมแร่สำคัญ ตัวอย่างเช่น แม่เหล็ก Neodymium Iron Boron ซึ่งเป็นหัวใจของเทคโนโลยีใหม่ในรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์สื่อสาร จะพบว่าการขุดแร่ (ต้นน้ำ) เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่อุปทานเท่านั้น ส่วนที่สร้างมูลค่าและอำนาจต่อรองสูงสุด คือ ขั้นกลาง หรือ “มิดสตรีม” (Midstream) ซึ่งหมายถึงกระบวนการแปรรูปแร่ดิบให้เป็นโลหะบริสุทธิ์ หรือสารประกอบที่พร้อมนำไปผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เช่น การผลิตแม่เหล็กถาวรและวัสดุขั้นสูง เป็นต้น

ปัจจุบันจีนยังคงเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุปทานนี้ โดยครองสัดส่วนการผลิตและแปรรูปแร่หายากมากกว่า 60% ของโลก ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ที่มีบทบาทสำคัญ ได้แก่ สหรัฐ และออสเตรเลีย โดยทั้งสามประเทศนี้ร่วมกันครองตลาดมากกว่า 86% ในปี 2024 ซึ่งสะท้อนถึงกระจุกตัวและทำให้เกิดความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานโลก

บทเรียนจากต่างประเทศการสร้างมูลค่าในมิดสตรีม

ประเทศที่ลงทุนในขั้นกลางของห่วงโซ่อุปทานมักได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์มากกว่าการเน้นขุดแร่ดิบ ตัวอย่างเช่น อินโดนีเซีย หลังจากประกาศห้ามส่งออกแร่นิกเกิลดิบในปี 2020 มูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์นิกเกิลที่ผ่านกระบวนการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้ต้องเผชิญกับต้นทุนการลงทุนสูงและแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม

ยุโรปเองได้ออกกฎหมาย Critical Raw Materials Act เพื่อส่งเสริมการผลิต การแปรรูป และการรีไซเคิลแร่สำคัญในภูมิภาค โดยตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น การผลิตในยุโรปให้ได้ 10% การแปรรูป 40% และการรีไซเคิล 25% ภายในปี 2030 เพื่อสร้างความมั่นคงและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดโลก

ความหมายของ “มิดสตรีม” และความสำคัญต่อไทย

“มิดสตรีม” หมายถึง กระบวนการแปรรูปแร่ดิบให้เป็นโลหะ หรือสารประกอบที่มีความบริสุทธิ์สูง พร้อมนำไปใช้ในอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น การผลิตแม่เหล็กถาวร แบตเตอรี่ หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขั้นตอนนี้ต้องใช้เทคโนโลยีและมาตรฐานสูง จึงเป็นจุดที่สร้างมูลค่าเพิ่มและอำนาจต่อรองในตลาดโลก

สำหรับไทย การพัฒนาอุตสาหกรรมในขั้นนี้จะช่วยเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมปลายน้ำที่ไทยมีความแข็งแกร่ง เช่น ยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการขุดแร่ดิบเพียงอย่างเดียว

ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ความท้าทายที่ต้องจัดการ

การขยายตัวของอุตสาหกรรมแร่หายากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำมาซึ่งความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องให้ความสำคัญ การขุดแร่ในพื้นที่เปราะบางอาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารเคมีและโลหะหนักในน้ำและดิน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ ผลกระทบข้ามพรมแดน เช่น น้ำเสียและฝุ่นจากเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน อาจส่งผลต่อระบบนิเวศของไทยโดยตรง การขาดมาตรฐานการจัดการกากแร่และของเสียอันตรายยังเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในระยะยาว

ไทยกับความท้าทายและโอกาสที่รออยู่ในห่วงโซ่ Critical Minerals and Rare Earths

เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างตลาดโลกที่กระจุกตัวและความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ไทยจึงต้องเลือกเส้นทางยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง มิใช่เพียงลอกแบบประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ หากแต่ต้องสร้างจุดแข็งใหม่ในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยคำนึงถึงมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาลสำคัญต่อการดึงดูด FDI นักลงทุนสถาบันและบริษัทข้ามชาติให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาลมากขึ้น

1.Midstream-first, Not Mine-first : ไทยมิใช่ประเทศที่มีทรัพยากรแร่จำนวนมาก การมุ่งเน้นการทำเหมืองอาจก่อให้เกิดต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมสูง เศรษฐกิจไทยควรให้ความสำคัญกับการลงทุนในโรงงานแปรรูปโลหะและการผลิตวัสดุขั้นกลางที่อยู่ในจุดสร้างมูลค่าสูง และใกล้กับอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น ยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า มากกว่าการเน้นการขุดแร่ดิบ การดำเนินการนี้ควรเชื่อมโยงกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

2.Recycling as Industrial Policy : อัตราการรีไซเคิลแร่หายากจากผลิตภัณฑ์หมดอายุยังต่ำกว่า 1% ทั่วโลก ช่องว่างนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญ ไทยสามารถใช้จุดแข็งด้านโรงงานประกอบและระบบโลจิสติกส์ที่มีอยู่ สร้างระบบรีไซเคิลแบบปิด โดยเชื่อมโยงกับมาตรฐานการแยกชิ้นส่วนและนโยบายหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility) เพื่อดึงดูดการลงทุนและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม

3.Risk-aware Diplomacy : จีนยังคงเป็นผู้นำด้านกำลังการผลิตแม่เหล็กและการแปรรูปแร่หลายชนิด รวมถึงมีมาตรการควบคุมการส่งออกที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมโลก ไทยควรดำเนินนโยบาย “ลดความเสี่ยง” มากกว่าการ “ตัดขาด” เพื่อรักษาทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ ในบริบทที่จีนยังเป็นผู้เล่นหลัก ไทยควรดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบ “ลดความเสี่ยง” (Derisk) คือกระจายความเสี่ยงและรักษาทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ มากกว่าการตัดขาด (Decouple) เพื่อคงความยืดหยุ่นในสมรภูมิแร่สำคัญ การดำเนินนโยบายนี้ควรเสริมด้วยการสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค เช่น การพัฒนากลไกติดตามความเสี่ยงและการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศอาเซียน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน

ในอดีตแร่สำคัญและแร่หายากอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่วันนี้ ผู้กำหนดนโยบายไทยควรตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลกอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศมากกว่าที่คิด และการตัดสินใจเชิงนโยบายในวันนี้จะเป็นตัวชี้

(ความเห็นและข้อวิเคราะห์ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้เขียน ไม่ได้สะท้อนท่าทีหรือจุดยืนของธนาคารโลก)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แร่หายาก