Skip to content

สหรัฐขอจีน ฟื้นส่งแรร์เอิร์ทไปญี่ปุ่น หลังหั่นส่งออกลงกว่า 80%

09 มิ.ย. 2569 | 15:25น.
สหรัฐขอจีน ฟื้นส่งแรร์เอิร์ทไปญี่ปุ่น หลังหั่นส่งออกลงกว่า 80%

สหรัฐขอให้จีนส่งออกแรร์เอิร์ทให้ญี่ปุ่น เพื่อป้องกันความเสียหายต่อห่วงโซ่อุปทาน โดยจะเป็นหนึ่งในประเด็นหารือในการประชุมสุดยอด G7 วันที่ 15-17 มิ.ย. นี้ หลังจากที่ 4 เดือนแรกของปี 2026 ยอดส่งออกแรร์เอิร์ทจากจีนไปญี่ปุ่นลดลงมากกว่า 80% ท่ามกลางความตึงเครียดประเด็นไต้หวัน

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขอให้จีนกลับมาส่งออกแร่หายาก (แรร์เอิร์ท) อีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลว่า ผลิตภัณฑ์ไฮเทคจากญี่ปุ่นที่ใช้แรร์เอิร์ทเป็นส่วนประกอบจะมีอุปทานลดลง

แหล่งข่าวทางการทูตจากสหรัฐและญี่ปุ่นหลายแหล่งระบุว่า สหรัฐกังวลเกี่ยวกับการที่จีนสั่งห้ามส่งออกแรร์เอิร์ทไปญี่ปุ่น โดยในการประชุมระหว่าง สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ และ เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สหรัฐขอให้มีมาตรการป้องกันความเสียหายต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของสำหรับผลิตภัณฑ์ไฮเทค

คำสั่งห้ามส่งออกแรร์เอิร์ทจีนไปยังญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเด็นหารือในการประชุม G7 ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลาง ที่ปารีส ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 18-19 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐยังระบุว่า หัวข้อนี้จะอยู่ในการประชุมสุดยอด G7 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 มิถุนายน 2026 ในเมืองเอเวียง ฝรั่งเศส

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จีนเข้มงวดขึ้นในมาตรการจำกัดการส่งออกแร่หายาก 7 ชนิด อิงตามระเบียบข้อบังคับสำหรับสินค้าสองวัตถุประสงค์ (Dual-use items) หรือสินค้าที่ใช้ได้ทั้งภาคพลเรือนและภาคการทหาร

มาตรการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อญี่ปุ่น หลังจากที่ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงความคิดเห็นเมื่อเดือนพฤษจิกายน 2025 เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่กองทัพญี่ปุ่นจะเข้ามาเกี่ยวข้อง หากจีนรุกรานไต้หวัน

การที่บริษัทญี่ปุ่นขาดแคลนแรร์เอิร์ทอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในผู้ผลิต ‘เครื่องมือวินิจฉัยโรคขั้นสูง’ เช่น เครื่อง MRI ดังนั้นการหยุดชะงักใด ๆ ในห่วงโซ่อุปทานญี่ปุ่น-จีน อาจทำให้สหรัฐจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ดังกล่าวได้ยากขึ้น

แหล่งข่าวทางการทูตจากญี่ปุ่นระบุว่า แรงกดดันจากจีนที่มีต่อญี่ปุ่นยังไม่ลดลง โดยจำเป็นต้องประสานงานกับสหรัฐต่อไป และเพิ่มความพยายามทางการทูตต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีสี จิ้งผิง ผู้นำจีน

ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2026 การส่งออกแร่หายาก 7 ชนิดจากจีนไปญี่ปุ่น ลดลง 34% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยลดลงอย่างมากถึง 88% ในเดือนมีนาคม และ 82% ในเดือนเมษายน

การส่งออกแร่ดิสโพรเซียมและเทอร์เบียม ซึ่งใช้ในการผลิตแม่เหล็กสมรรถนะสูงสำหรับมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ลดลงเหลือศูนย์ตั้งแต่เดือนมกราคม

ขณะที่การส่งออกแร่อิตเทรียม ซึ่งใช้ในอุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้เลเซอร์และเครื่องจักรผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงอากาศยานและอวกาศ ลดลงมากกว่า 90% ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2026 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

บริษัทญี่ปุ่นกำลังมองหาแหล่งจัดหาแร่ทางเลือกอื่นนอกเหนือจากจีน โดย JX Advanced Metals บริษัทอุตสาหกรรมโลหะและซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สัญชาติญี่ปุ่น เข้าลงทุนในแหล่งแร่ในออสเตรเลียซึ่งมีปริมาณสำรองมหาศาล

ขณะที่ โพรเทเรียล (Proterial) บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาวัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) สัญชาติญี่ปุ่น กำลังพิจารณาแผนการสร้างโรงงานผลิตแม่เหล็กนีโอไดเมียม ซึ่งไม่ต้องใช้แรร์เอิร์ทเป็นส่วนประกอบ

ทั้งนี้ จีนเป็นผู้ผลิตแรร์เอิร์ทรายใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ของโลก ครองส่วนแบ่งการผลิต 70% ของทั้งโลก อีกทั้งควบคุมการแปรรูปและการกลั่นถึง 90% ของทั้งโลก ขณะที่สหรัฐเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับที่ 2 และออสเตรเลียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับที่ 3