ททท.ตราด คาดหยุดยาววันเฉลิมฯ เงินสะพัด 118 ล้านบาท “เกาะช้าง” ครองแชมป์ยอดฮิต
ททท. สนง.ตราด คาดหยุดยาววันเฉลิมฯ 3 วันเงินสะพัดกว่า 118 ล้านบาท เกาะช้างกวาด 74.8 – 75 ล้านบาท หากนทท.ลาหยุดยาว 9 วันคาดเติบโตเพิ่มอีก 40% – 60% ชี้กลุ่ม Gen Y ขับรถพาครอบครัว-คนรักเที่ยวพักผ่อนธรรมชาติ “เกาะช้าง” แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ลุ้นกวาดรายได้สูงสุด
ว่าที่ ร.ต.กรกฎ โอภาส ผอ.ททท. สำนักงานตราด เปิดเผยว่า ช่วงวันหยุดยาว 3 วัน (วันหยุดวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10) ระหว่างวันที่ 28 – 30 กรกฎาคม 2569 สถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดตราดจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนจังหวัดตราดรวม 17,098 คน/ครั้ง คาดว่าจะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 39.15% สร้างรายได้หมุนเวียนรวม 118.80 ล้านบาท
คาดเงินสะพัด 118ล้านบาท
ในช่วงวันหยุดที่จะถึงนี้ คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวม 17,098 คน/ครั้ง แบ่งเป็นชาวไทย 15,040 คน/ครั้ง คิดเป็น 86.51% ชาวต่างชาติ 2,058 คน/ครั้ง คิดเป็น 13.49%
ด้านสถานพักแรม มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (OR) อยู่ที่ 39.15% มีระยะเวลาพักเฉลี่ยอยู่ที่ 1.82 คืน จากจำนวนทั้งหมด 411 แห่ง รวม 11,395 ห้อง จะสร้างรายได้หมุนเวียนให้จ.ตราด กว่า 118.80 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 96.02 ล้านบาท นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 22.81 ล้านบาท

@ GenY เดินทางมาเยือนมากที่สุด
ผอ.ททท.สนง.ตราด กล่าวต่อว่า ได้สำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวไทยในจังหวัดตราด พบข้อมูลไฮไลต์ข้อมูลเชิงลึกชิงสถิติที่น่าสนใจ คือ นักท่องเที่ยวกลุ่มอายุ 25–34 ปี (Gen Y) เดินทางมาเที่ยวตราดมากที่สุดถึง 35.68% ตามด้วยกลุ่มอายุ 45–54 ปี 17.37% และกลุ่มอายุ 35–44 ปี 16.43%
รูปแบบการเดินทางเป็นกลุ่มครอบครัว ทั้งครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวใหญ่ รวมกันสูงถึง 46.95% โดยมีจำนวนผู้ร่วมเดินทางเฉลี่ย 4.18 คน/ทริป และนิยมเดินทางเที่ยวกับคนรักมากที่สุด 28.64%
ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยว 65.26% เดินทางข้ามภูมิภาค จาก จ.จันทบุรี 21.13%, กรุงเทพมหานคร 8.45%, ชลบุรี 7.51% รวมถึงภาคอีสานอย่าง ขอนแก่น ยโสธร ชัยภูมิ สกลนคร การเดินทางส่วนใหญ่นิยมใช้ รถยนต์ส่วนตัวสูงถึง 77.93% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 4,975 บาท/คน/ทริป และพักรีสอร์ต 44.02% และโรงแรม 40.85% กิจกรรมยอดนิยม ได้แก่ ชมวิวทิวทัศน์/ธรรมชาติ 79.81% รับประทานอาหารและเครื่องดื่ม 59.62%
“สิ่งที่นักท่องเที่ยวพึงพอใจจังหวัดตราดมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ความเป็นธรรมชาติที่ช่วยบำบัดและผ่อนคลาย, ความสะอาดของแหล่งท่องเที่ยว และความเป็นมิตรของคนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบว่านักท่องเที่ยวถึง 71.36% มีการบอกต่อและแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะการลงรูปถ่ายและจุดชมวิว” ผอ.ททท.สนง.ตราดกล่าว

“เกาะช้าง” ปลายทางยอดฮิต
ผอ.ททท.สนง.ตราด กล่าวต่อว่า คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือน อำเภอเกาะช้างมากที่สุด จำนวน 10,772 คน/ครั้ง หรือ 63.0% คาดว่าจะสร้างรายได้ให้เกาะช้างโดยตรงประมาณ 74.8 – 75 ล้านบาท ส่วนอำเภอเมืองตราด จำนวน 2,872 คน/ครั้งหรือ 16.8% อำเภอเกาะกูด 13.8% จำนวน 2,359 คน/ครั้ง และเกาะหมาก จำนวน 1,095 คน/ครั้งหรือ 6.4%
อย่างไรก็ตาม ด้วยเกาะช้างเป็นเกาะขนาดใหญ่ มีความพร้อมสูงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โรงแรมและที่พักมีตั้งแต่ระดับลักชัวรีถึงโฮมสเตย์ อีกทั้งมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น สายชิลล์ชายหาด กิจกรรมทางน้ำ สปา/Wellness ตลอดจนกิจกรรมสายแอคทีฟ/กีฬา และ Gastronomy ทำให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม ครอบครัว, คู่รัก, กลุ่มเพื่อน
ส่วนเกาะกูด เป้าหมายคือ กลุ่มตลาดระดับพรีเมียม เน้นธรรมชาติความบริสุทธิ์ของชายหาดและผืนป่า แต่ช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงกรีนซีซั่น คลื่นลมทางทะเลเริ่มมีมากขึ้น การเดินทางเรือโดยสารจึงต้องระมัดระวังตามสภาพอากาศ ต่างจากช่วงไฮซีซั่น (ต้นปี/ปลายปี) ที่อัตราการเข้าพักแน่นตลอดทั้งเดือน
ด้านเกาะหมาก เน้นชูจุดขาย Low Carbon Destination มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และความเงียบสงบ ไม่เน้นปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมาก (Mass Tourism) เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมและวิถีชุมชน

หยุดยาว 9วัน คาดโตเพิ่มอีก
หากนักท่องเที่ยวลาพักร้อนเชื่อมวันหยุดจนกลายเป็นหยุดยาว 9 วัน ( 25 ก.ค.-2 ส.ค.69 )คาดว่าจำนวนผู้เยี่ยมเยือนและรายได้จังหวัดตราดมีโอกาสเติบโตขึ้นอีก 40% – 60% จากเป้าหมายเดิมที่ประเมินไว้ 3 วัน (28–30 ก.ค.) รวมถึงเพิ่มโอกาสการท่องเที่ยวแบบ “Island Hopping” เชื่อมโยง เกาะช้าง-เกาะหมาก-เกาะกูด หรือข้ามมาเที่ยวต่อยังฝั่งเมืองตราดและอำเภอคลองใหญ่
อัดอีเวนต์ดึงนักท่องเที่ยว
ผอ.ททท.สนง.ตราด กล่าวเพิ่มเติมว่า ททท. สำนักงานตราด จัดแคมเปญใหญ่เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวช่วง Green Season เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ผ่านแคมเปญ “Feel All The Feelings @ TRAT” ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2569 พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ตรงถึงนักท่องเที่ยว เช่น ส่วนลดตั๋วเรือไปเกาะกูด-เกาะหมาก 100 บาท/คน ร่วมกับบริษัทเรือโดยสารชั้นนำ 3 บริษัท (บุญศิริเรือเร็ว เรือเสือดำโก เกาะกูดเอ็กซ์เพรส) และหางตั๋วเรือเฟอร์รี่เกาะช้างแลกส่วนลด/เครื่องดื่มฟรี 100 บาท นำไปใช้ ณ คาเฟ่ ร้านอาหารชุมชน และร้านสวัสดิการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง (น้ำตกคลองพลู)
นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมในฝั่งตัวเมือง เพื่อดึงดูดการเดินทางและเพิ่มการใช้จ่ายฝั่งตัวเมือง อาทิ งานเทศกาลอาหารและดนตรี ณ บริเวณสนามสามแยกคลองใหญ่ ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569

กิจกรรมพิเศษที่เน้นการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับนักท่องเที่ยว เช่น สร้างบ้าน แลกหอย เป๋า กิจกรรม CSR ทำซั้งบ้านปูบ้านปลา ที่ชุมชนท่องเที่ยวบ้านปากคลองอ่าวระวะ โดยนักท่องเที่ยวจะได้ลิ้มรสความอร่อยจาก “หอยขาวอ่าวระวะ” วัตถุดิบขึ้นชื่อของชุมชน พร้อมลงมือปรุงเมนูด้วยตัวเอง รับ e-Certificate เป็นที่ระลึก โดยมีรอบนำร่องพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 25–26 กรกฎาคม 2569 ต่อมาวันที่ 28–30 กรกฎาคม 2569 และช่วงสุดท้าย คือ 1–2 สิงหาคม 2569
“มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์มากกว่าแค่การนอนพักผ่อน ชูจุดเด่นหน้าฝน (Green Season) ผ่านกิจกรรมเดินป่า/ศึกษาธรรมชาติ อาบป่า (Forest Bathing), คาเฟ่และจุดเช็คอินวิวธรรมชาติ, การขับรถ EV เที่ยวเกาะช้างฝั่งซ้าย, การปั่นจักรยาน กิจกรรมกีฬา การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon ทั้งบนเกาะและฝั่งบนบก ตอบโจทย์กลุ่ม Gen Y และกลุ่มรักสุขภาพ” ผอ.ททท.สนง.ตราด กล่าวทิ้งท้าย

