เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘10 บิ๊กอสังหาฯ’ แข่งเดือด ชิงกำลังซื้อโค้งสุดท้ายไตรมาส 3 
Real Estate ‘10 บิ๊กอสังหาฯ’ แข่งเดือด ชิงกำลังซื้อโค้งสุดท้ายไตรมาส 3 
โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โปเอเชีย 2026 เชื่อมเกษตรไทยสู่ตลาดโลก
SD โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โปเอเชีย 2026 เชื่อมเกษตรไทยสู่ตลาดโลก
ตลท.จีบ 4 บริษัทใหญ่เข้าหุ้นไทย! LINE MAN Wongnai-CJ MORE-ThaiBev-รีทเซ็นทรัล
Finance ตลท.จีบ 4 บริษัทใหญ่เข้าหุ้นไทย! LINE MAN Wongnai-CJ MORE-ThaiBev-รีทเซ็นทรัล
‘ทีเส็บ’ ยกระดับ Platform เชื่อมเครือข่ายข้อมูลอุตฯ ไมซ์ 
Business ‘ทีเส็บ’ ยกระดับ Platform เชื่อมเครือข่ายข้อมูลอุตฯ ไมซ์ 
พระราชินี ทอดพระเนตรการแสดงเฉลิมพระเกียรติ Alice in Wonderland
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตรการแสดงเฉลิมพระเกียรติ Alice in Wonderland
เปิดลิสต์รายชื่อ CEO บิ๊กเทคฯ ‘ทรัมป์’ หนีบร่วมโต๊ะดินเนอร์ ‘สี’
Tech เปิดลิสต์รายชื่อ CEO บิ๊กเทคฯ ‘ทรัมป์’ หนีบร่วมโต๊ะดินเนอร์ ‘สี’
BOI รับโจทย์หนุน 7 อุตฯ ดันเงินลงทุนเพิ่ม-ดีดจีดีพีโต 3%
Economic BOI รับโจทย์หนุน 7 อุตฯ ดันเงินลงทุนเพิ่ม-ดีดจีดีพีโต 3%
ทรู ดิจิทัล พาร์ค ส่งแคมเปญ “Hello, Connecting to New Possibilities” คว้าแชมป์ Best Property & Real Estate Influencer Campaign
Uncategorized ทรู ดิจิทัล พาร์ค ส่งแคมเปญ “Hello, Connecting to New Possibilities” คว้าแชมป์ Best Property & Real Estate Influencer Campaign
กทม. แจงยิบ! ทำไมงบ ‘รถขยะ EV’ ยังไม่มี TOR เปิดไทม์ไลน์-ชวนประชาชนร่วมตรวจสอบ
Politics กทม. แจงยิบ! ทำไมงบ ‘รถขยะ EV’ ยังไม่มี TOR เปิดไทม์ไลน์-ชวนประชาชนร่วมตรวจสอบ
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณขายออก 68,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณขายออก 68,450 บาท
ดูทั้งหมด

อุ้มอุตฯ รถยนต์ เสาหลักเศรษฐกิจ

25 ก.ย. 2569 | 13:40น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก 
ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต

ชัดเจนขึ้นเป็นลำดับกับการเดินหน้าเรียกเก็บภาษีกลุ่มรถยนต์นำเข้า โดยเฉพาะอีวีจากจีน ที่ได้สิทธิทางภาษีจนทำราคาได้จูงใจสุด ๆ ส่งผลให้หลายค่ายรถที่มีฐานผลิตในไทยเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการเพื่อความเป็นธรรม

รวมถึงอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เสนอให้กำหนดสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น

ผลที่ตามมาทำให้คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) เคาะหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ตามมาตรการส่งเสริมการผลิต หรือมาตรการ xEV

โดยแบ่งการจัดเก็บภาษีเป็น 3 Tier

1.xEV ที่ผลิตในประเทศตามโครงการ คาดว่าจะจัดเก็บอัตราภาษีรถยนต์ฟลูเอลเซล (FCEV) 1%, รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) 2% รถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) 5% และรถยนต์ไฮบริด (HEV) 6%

แต่มีเงื่อนไขกำกับว่าภายในปี 2570 จะต้องใช้ e-Past (แบตเตอรี่/มอเตอร์ไฟฟ้า) และปี 2571 เพิ่มเงื่อนไขใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ 30% บวกกับ e-Pasts หรือต้องใช้ Thai Local Content 40%

จะได้รับอัตราภาษีต่ำที่สุดตามกรอบที่ระบุไว้

2.กลุ่มผู้ที่นำเข้ารถอีวีมาทำตลาด และลงทุนหรือผลิตในประเทศบางส่วน จะใช้ภาษีในอัตรา 1x% โดยในปี 2570 อนุญาตให้นำเข้าหรือผลิตในประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนการนำเข้า และในปี 2571-2572 ให้ผลิตในประเทศชดเชยภายใต้เงื่อนไข Tier 1 (ภายใน 2570)

และ 3.กรณีนำเข้ารถยนต์ทั้งคัน โดยไม่ลงทุนผลิตในประเทศ จะมีอัตราภาษีสูงที่สุด 3x%

คาดว่าโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ จะประกาศบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2570

การออกมาตรการดังกล่าวถือว่าเพื่อสกัดปัญหาลักลั่น เพราะรถอีวีจากจีนได้สิทธิตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี FTA ไทย-จีน ยกเว้นภาษีนำเข้าเหลือ 0% ทั้งรถอีวี และ REEV หรือรถที่เติมน้ำมันใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟแทนการชาร์จโดยตรง

ส่วนภาษีอื่น ๆ เช่น สรรพสามิต 10% (ถ้าเข้าโครงการ EV3.0-3.5 ที่ต้องผลิตชดเชยภายหลัง ลดเหลือ 2%) 

ภาษีมหาดไทย 10% ของมูลค่าภาษีสรรพสามิต และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ของราคารถรวมภาษีสรรพสามิตและภาษีมหาดไทย

ทำให้ภาพรวมเมื่อเทียบกับรถที่ผลิตในประเทศ รถยนต์นำเข้าทั้งคันจากจีน ต่อให้ไม่เข้าโครงการ EV3.0-3.5 ก็เสียภาษีโดยรวมแพงกว่ารถผลิตในไทยไม่มากนัก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาไม่ห่างกันมาก เพราะรถยนต์นำเข้าจากจีนต้นทุนค่อนข้างต่ำ

อีกทั้งปัจจุบันไทยยังผลิตรถอีวีได้น้อยมาก รถรุ่นหลัก ๆ จะเป็นกลุ่มปลั๊ก-อิน ไฮบริด และไฮบริด ที่เสียสรรพสามิตอัตรา 5-9% ถูกกว่ารถนำเข้าจากจีนนิดเดียวเท่านั้น

เราจึงเห็นราคารถยนต์อีวีนำเข้า เทียบกับรถผลิตในประเทศที่ไม่ใช่อีวี แบบเซ็กเมนต์ต่อเซ็กเมนต์ จะถูกกว่าประมาณหนึ่ง

แม้แต่แบรนด์รถยนต์จีนที่มีโรงงานผลิตในไทย ยังเหนื่อยหนักกับการทำตลาดสู้กับรถนำเข้า

ด้วยหลาย ๆ เหตุผลนี้เองทำให้บอร์ด EV ต้องออกมาตรการด้านภาษี เพื่อสร้างแต้มต่อให้รถผลิตในประเทศ และเร่งให้ค่ายต่าง ๆ ตั้งโรงงานในไทยเร็วขึ้น

ซึ่งถือว่าได้ผล เพราะกระแสตอบรับ ทั้งจากค่ายที่มีโรงงานในไทยดูจะสบายใจมากขึ้น

ส่วนค่ายที่นำเข้าล้วน ๆ มีแผนเร่งขึ้นสายพานการผลิตเร็วกว่ากำหนดการเดิมที่วางไว้

หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ด้านนโยบาย ภายใน 1-2 ปีจากนี้ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงการจ้างแรงงานย่อมได้อานิสงส์จากมาตรการนี้ไม่มากก็น้อย

ทั้งยังเป็นการดูแลหนึ่งในเสาหลักด้านเศรษฐกิจของไทยไปด้วยในตัว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รถยนต์