เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ดูทั้งหมด

โจทย์ยาก “แก้บาทแข็ง”

02 ต.ค. 2568 | 10:04น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : วิมล ตัน

กระแสดีมีชัยไปกว่าครึ่ง สำหรับรัฐบาลใหม่ภายใต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ที่ยังไม่ทันได้เริ่มงาน ก็ได้รับเสียงชื่นชม แค่เพียงได้เห็นโฉมหน้า ครม.ที่มี “รัฐมนตรีคนนอก” 4 คน คุม 4 กระทรวง คือ ต่างประเทศ คลัง พาณิชย์ และพลังงาน ถึงแม้จะมีนักการเมืองหน้าเก่าร่วมด้วยอีกกว่า 30 คน ก็ไม่ทำให้มีเสียงยี้เท่าใดนัก

แถมการเดินหมากที่ได้ใจนักธุรกิจพะเรอเกวียน เมื่อนายกฯอนุทิน นำทีม ครม.เศรษฐกิจที่ยังเป็นแค่ “ว่าที่” เดินสายพบปะพูดคุย ฟังเสียงเอกชนในแต่ละหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย ตลาดหลักทรัพย์ฯ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย พร้อม ๆ กับประกาศนโยบายแรกแบบฉับพลัน ไม่มีลังเล ด้วยการคัมแบ็กของ “คนละครึ่ง” เสียงฮือฮากระดี๊กระด๊าก็มาแบบชัดเจน

ถึงตอนนี้ ต้องติดตามว่า รัฐบาลใหม่ที่มีอายุแค่ 4 เดือนจะทำงานบริหารประเทศได้ถูกใจแค่ไหน

เพราะโจทย์ยาก คือ การแก้อาการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ตรงกันของนักธุรกิจส่งออกทั้งหลายที่มีรายได้เป็นเงินดอลล์ ที่พอทอนเป็นบาท กลับลดลงอัตโนมัติ เทียบจากต้นปี 2568 ที่ระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ผ่านมา 9 เดือน อยู่ที่ 31-32 บาทต่อดอลลาร์ ถือว่าแข็งค่าขึ้นประมาณ 10% นั่นหมายถึงรายได้ที่หายไปทันที 10% เช่นกัน

พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ค่าเงินบาทที่เหมาะสม ควรอยู่ที่ 34-35 บาทต่อดอลลาร์

แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมา เงินบาทได้รับผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง เป็นผลจากนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออกจากสหรัฐ มาลงทุนในประเทศเกิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

ดังนั้น เมื่อดอลลาร์อ่อน ตลาดก็คาดการณ์ว่า ค่าบาทก็ต้องแข็งขึ้นเป็นธรรมดา และเหตุที่ทำให้แข็งค่ากว่าเพื่อนบ้าน แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีศักยภาพถดถอย โตแค่ 2-3% ต่อปี แต่ถ้าพิจารณาจากฐานะการเงินระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ เดือนสิงหาคม 2568 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 290,341 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่มีระดับหนี้ต่างประเทศ ณ สิ้นเดือนเมษายน 2568 เพียง 108,718 ล้านบาท หรือแค่ 0.90% ของหนี้สาธารณะรวม สะท้อนถึงภาพความมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทย ทำให้ต่างชาติมีความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาลงทุนในไทย รวมถึงเชื่อมั่นว่า เงินบาทมีเสถียรภาพสูงกว่าเงินสกุลอื่นในอาเซียน

ดังนั้น การจะกดบาทให้อ่อนลงมาอยู่ที่ 34-35 บาทต่อดอลลาร์ตามที่ผู้ส่งออกต้องการ ย่อมเป็นไปได้ยากมาก

และที่น่ากังวลคือ เงินบาทถูกมองว่า มีความสัมพันธ์ไปในทางเดียวกันกับ “ทองคำ” ที่เป็นขาขึ้นไม่หยุด คนแห่ซื้อขายกันอย่างคึกคัก จากสถิติของกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ช่วง 8 เดือนปีนี้ ไทยมีการส่งออกทองคำเพิ่มขึ้นถึง 87.67% คำถามคือ ประเทศไทยไม่ได้มีเหมืองทองคำมากพอที่จะเป็น “ผู้ส่งออกทองคำ” และที่ผ่านมามักจะนำเข้าเป็นหลักใหญ่ แต่ทำไมปีนี้การส่งออกทองคำถึงพุ่ง ว่ากันว่าบางเดือนมีการส่งออกมโหฬาร เพิ่มพรวด 200-250% กันเลย

สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การปิดช่องโหว่ สกัดกั้นเงินดอลลาร์สหรัฐที่ไหลเข้ามาหาประโยชน์ โดยเฉพาะเงินนอกที่ไหลเข้ามาซื้อทองคำเพื่อส่งออก ซึ่งน่าตกใจกับข้อมูลที่ว่า ไทยมีการส่งออกทองไปยังกัมพูชา สูงเป็นอันดับ 2

“กัมพูชา” เพื่อนบ้านของไทยนี่แหละ !!

ดังนั้น ข้อเสนอที่ให้ซื้อขายทองผ่านออนไลน์เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแยกความเชื่อมโยงระหว่าง “ทองกับบาท” น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสม ป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาทผ่านการซื้อขายทองคำ

น่าจะช่วยลดแรงกดดัน “บาทแข็ง” ได้บ้าง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าบาท