เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
World ‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
สามัญสำนึก เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
แฮรี่ เคน
คุยกับเอกราช แฮรี่ เคน
“สวนสยาม”ตรวจสอบเครื่องเล่นสวนสนุก-สวนน้ำ พร้อมเปิด 19 พ.ย.นี้
Real Estate “สวนสยาม”ตรวจสอบเครื่องเล่นสวนสนุก-สวนน้ำ พร้อมเปิด 19 พ.ย.นี้
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ขยะภูเก็ตล้นเมือง 1.2 ล้านตัน เทศบาลประกาศงดรับขยะไม่มีกำหนด เร่งปรับพื้นที่ฝังกลบ
เศรษฐกิจภูมิภาค ขยะภูเก็ตล้นเมือง 1.2 ล้านตัน เทศบาลประกาศงดรับขยะไม่มีกำหนด เร่งปรับพื้นที่ฝังกลบ
ดูทั้งหมด

โจทย์ยาก “แก้บาทแข็ง”

02 ต.ค. 2568 | 10:04น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : วิมล ตัน

กระแสดีมีชัยไปกว่าครึ่ง สำหรับรัฐบาลใหม่ภายใต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ที่ยังไม่ทันได้เริ่มงาน ก็ได้รับเสียงชื่นชม แค่เพียงได้เห็นโฉมหน้า ครม.ที่มี “รัฐมนตรีคนนอก” 4 คน คุม 4 กระทรวง คือ ต่างประเทศ คลัง พาณิชย์ และพลังงาน ถึงแม้จะมีนักการเมืองหน้าเก่าร่วมด้วยอีกกว่า 30 คน ก็ไม่ทำให้มีเสียงยี้เท่าใดนัก

แถมการเดินหมากที่ได้ใจนักธุรกิจพะเรอเกวียน เมื่อนายกฯอนุทิน นำทีม ครม.เศรษฐกิจที่ยังเป็นแค่ “ว่าที่” เดินสายพบปะพูดคุย ฟังเสียงเอกชนในแต่ละหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย ตลาดหลักทรัพย์ฯ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย พร้อม ๆ กับประกาศนโยบายแรกแบบฉับพลัน ไม่มีลังเล ด้วยการคัมแบ็กของ “คนละครึ่ง” เสียงฮือฮากระดี๊กระด๊าก็มาแบบชัดเจน

ถึงตอนนี้ ต้องติดตามว่า รัฐบาลใหม่ที่มีอายุแค่ 4 เดือนจะทำงานบริหารประเทศได้ถูกใจแค่ไหน

เพราะโจทย์ยาก คือ การแก้อาการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ตรงกันของนักธุรกิจส่งออกทั้งหลายที่มีรายได้เป็นเงินดอลล์ ที่พอทอนเป็นบาท กลับลดลงอัตโนมัติ เทียบจากต้นปี 2568 ที่ระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ผ่านมา 9 เดือน อยู่ที่ 31-32 บาทต่อดอลลาร์ ถือว่าแข็งค่าขึ้นประมาณ 10% นั่นหมายถึงรายได้ที่หายไปทันที 10% เช่นกัน

พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ค่าเงินบาทที่เหมาะสม ควรอยู่ที่ 34-35 บาทต่อดอลลาร์

แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมา เงินบาทได้รับผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง เป็นผลจากนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออกจากสหรัฐ มาลงทุนในประเทศเกิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

ดังนั้น เมื่อดอลลาร์อ่อน ตลาดก็คาดการณ์ว่า ค่าบาทก็ต้องแข็งขึ้นเป็นธรรมดา และเหตุที่ทำให้แข็งค่ากว่าเพื่อนบ้าน แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีศักยภาพถดถอย โตแค่ 2-3% ต่อปี แต่ถ้าพิจารณาจากฐานะการเงินระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ เดือนสิงหาคม 2568 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 290,341 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่มีระดับหนี้ต่างประเทศ ณ สิ้นเดือนเมษายน 2568 เพียง 108,718 ล้านบาท หรือแค่ 0.90% ของหนี้สาธารณะรวม สะท้อนถึงภาพความมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทย ทำให้ต่างชาติมีความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาลงทุนในไทย รวมถึงเชื่อมั่นว่า เงินบาทมีเสถียรภาพสูงกว่าเงินสกุลอื่นในอาเซียน

ดังนั้น การจะกดบาทให้อ่อนลงมาอยู่ที่ 34-35 บาทต่อดอลลาร์ตามที่ผู้ส่งออกต้องการ ย่อมเป็นไปได้ยากมาก

และที่น่ากังวลคือ เงินบาทถูกมองว่า มีความสัมพันธ์ไปในทางเดียวกันกับ “ทองคำ” ที่เป็นขาขึ้นไม่หยุด คนแห่ซื้อขายกันอย่างคึกคัก จากสถิติของกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ช่วง 8 เดือนปีนี้ ไทยมีการส่งออกทองคำเพิ่มขึ้นถึง 87.67% คำถามคือ ประเทศไทยไม่ได้มีเหมืองทองคำมากพอที่จะเป็น “ผู้ส่งออกทองคำ” และที่ผ่านมามักจะนำเข้าเป็นหลักใหญ่ แต่ทำไมปีนี้การส่งออกทองคำถึงพุ่ง ว่ากันว่าบางเดือนมีการส่งออกมโหฬาร เพิ่มพรวด 200-250% กันเลย

สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การปิดช่องโหว่ สกัดกั้นเงินดอลลาร์สหรัฐที่ไหลเข้ามาหาประโยชน์ โดยเฉพาะเงินนอกที่ไหลเข้ามาซื้อทองคำเพื่อส่งออก ซึ่งน่าตกใจกับข้อมูลที่ว่า ไทยมีการส่งออกทองไปยังกัมพูชา สูงเป็นอันดับ 2

“กัมพูชา” เพื่อนบ้านของไทยนี่แหละ !!

ดังนั้น ข้อเสนอที่ให้ซื้อขายทองผ่านออนไลน์เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแยกความเชื่อมโยงระหว่าง “ทองกับบาท” น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสม ป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาทผ่านการซื้อขายทองคำ

น่าจะช่วยลดแรงกดดัน “บาทแข็ง” ได้บ้าง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าบาท