ใครจะอยู่ใครจะไป
ประเสริฐ จันทรรวงทอง
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : วรศักดิ์ ประยูรศุข
“ประชาชาติธุรกิจ” นำเสนอบทสัมภาษณ์ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ที่กลับมาเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ในยุคที่หัวหน้าพรรคมีชื่อว่า “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์”
เป็นทีมผู้นำพรรครุ่นล่าสุดที่จะต้องนำพาพรรคเพื่อไทยเข้าสู้ศึกเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า
ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้งที่เป็นความท้าทายครั้งสำคัญของพรรคเพื่อไทย
บทสัมภาษณ์ดังกล่าว เลขาฯประเสริฐกล่าวถึงการเตรียมพร้อมเลือกตั้งและมุมมองที่น่าสนใจ ขอนำบางส่วนมาถ่ายทอดดังนี้
คำถามสำคัญ คือบทบาทของ “ชินวัตร” ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น
คำตอบจากเลขาฯประเสริฐคือ ถ้าเป็นเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ก็ไม่ได้มีตัวแทนชินวัตรทุกครั้ง
เช่น การเลือกตั้ง 2562 แคนดิเดต 3 คนคือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และชัยเกษม นิติสิริ ตอนนั้นแตะเกือบ 200 เสียง
แต่ชื่อเสียงของ “ชินวัตร” ยังขายได้อยู่ คะแนนนิยมส่วนหนึ่งชื่นชมชินวัตรที่เคยเป็นอดีตนายกฯ และสร้างผลงานในอดีต
นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ยังช่วยชีวิตคนได้ กองทุนหมู่บ้าน พักชำระหนี้ ล้วนเกิดจากแนวคิดต้องการช่วยเหลือประชาชนทั้งสิ้น
คนที่เคยได้รับประโยชน์จากนโยบายเหล่านี้ก็จะชื่นชม ผูกพัน เลือกตั้งก็จะเลือกพรรคเพื่อไทย
คำถามว่า ถ้าตอนหาเสียงเลือกตั้งมีเรื่องของคลิปเสียง ปัญหาคดีความต่าง ๆ มาดิสเครดิตจะรับมืออย่างไร
เลขาฯประเสริฐให้ความเห็นค่อนข้างละเอียด เกี่ยวกับความคิด ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
และระบุว่า ทางพรรคยังหวังเรื่องคะแนนสงสารด้วย สิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นอาจเป็นพลังที่หันกลับมาช่วยพรรคเพื่อไทย
ส่วนสูตรจับขั้วการเมือง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่าเพื่อไทยจับมือได้ทุกพรรค แล้วแต่สถานการณ์การเมือง แล้วแต่ผลคะแนนที่ออกมา
การตัดสินใจดังกล่าวเราสามารถตอบประชาชนได้ ไม่อย่างนั้นประเทศไปต่อไม่ได้
พอตั้งรัฐบาลไปแล้วมีการเปลี่ยนนายกฯ ไม่มีใครคิดว่าพรรคน้ำเงินจะไปรวมกับส้ม ก็ยังเกิดขึ้นได้
ต้องดูสมการหลังการเลือกตั้ง แต่การจับมือจะต้องเป็นขั้วที่มีแนวคิดและอุดมการณ์เดียวกัน ไม่ถึงขั้นจับกับใครก็ได้
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจับมือภูมิใจไทยได้ไหม เลขาฯประเสริฐบอกว่า ก่อนหน้านั้นพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน อภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย
แต่หลังเลือกตั้งก็ร่วมรัฐบาลกัน ดังนั้น การร่วมรัฐบาลกันอีกในอนาคตขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ขึ้นกับสถานการณ์การเมือง
อุดมการณ์ต้องมี แต่ถ้าเราได้ 200 ตามเป้า เราก็เลือกได้ ฯลฯ
นั่นคือแนวคิดและมุมมองของแกนนำของพรรคเพื่อไทยที่ขอนำมาถ่ายทอด
อย่างไรก็ตาม การเมืองประเทศไทยเป็นเรื่องที่คาดหมายได้ยาก
มีกระแส หรือสถานการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา อาจจะกลายเป็นปัจจัยหรือตัวแปรได้ง่าย ๆ
อย่างเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่ภาคใต้ พื้นที่เศรษฐกิจอย่างหาดใหญ่เสียหายหนัก
เป็นที่จับตาว่าจะส่งผลทางการเมือง โดยเฉพาะต่อการเลือกตั้งอย่างไร
เพราะหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นเป้าหมายการช่วงชิงของพรรคต่าง ๆ หลายพรรค
ภาพรวมการเมืองขณะนี้ พรรคใหญ่ ในการเลือกตั้ง 3 พรรค
คือพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย
การแข่งขันของ 3 พรรค เป็นไฮไลต์ จำนวน สส.และอันดับในการเลือกตั้งจะมีผลต่อโอกาสในการเป็นรัฐบาล
ต้องจับตาพรรคไหนทะลุ 100 ไปได้ หมายถึงโอกาสที่น่าจะแจ่มใส