เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ สานต่อจิตอาสาผู้พิการ 13 ต.ค.วันนวมินทรมหาราช
SD แสนสิริ สานต่อจิตอาสาผู้พิการ 13 ต.ค.วันนวมินทรมหาราช
จิตแพทย์แนะทำอย่างไร ในวันที่ความสำเร็จของลูกถูกตั้งคำถาม
Biz Movement จิตแพทย์แนะทำอย่างไร ในวันที่ความสำเร็จของลูกถูกตั้งคำถาม
สื่อสาธารณะต้องเป็นอิสระจากใครและรับผิดชอบต่อใคร
SD Talk สื่อสาธารณะต้องเป็นอิสระจากใครและรับผิดชอบต่อใคร
Pi เปิดตัว DR03 ใหม่ ลุย 13 ธีมลงทุนแห่งอนาคต เริ่มเทรด 15 ต.ค.นี้
Finance Pi เปิดตัว DR03 ใหม่ ลุย 13 ธีมลงทุนแห่งอนาคต เริ่มเทรด 15 ต.ค.นี้
เปิดเหตุผล ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ทนายชี้ฝ่ายค้านได้อานิสงส์ แต่กันสิทธิ์คนอื่น
Politics เปิดเหตุผล ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ทนายชี้ฝ่ายค้านได้อานิสงส์ แต่กันสิทธิ์คนอื่น
IMF ชี้ลดภาษีไม่พอดึง FDI ประเทศรายได้น้อย ชูวินัยการคลัง-สถาบันเข้มแข็ง เพิ่มโอกาสลงทุน 18%
Finance IMF ชี้ลดภาษีไม่พอดึง FDI ประเทศรายได้น้อย ชูวินัยการคลัง-สถาบันเข้มแข็ง เพิ่มโอกาสลงทุน 18%
เสนาฯ ผนึก SAM ดึงลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ ซื้อบ้านผ่าน LivNex เช่าก่อนเป็นเจ้าของ
Real Estate เสนาฯ ผนึก SAM ดึงลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ ซื้อบ้านผ่าน LivNex เช่าก่อนเป็นเจ้าของ
รัฐบาล มอบเงินสินไหม ‘ประกันภัยพิบัติฯ’ 2 ล้าน รายแรก เหตุน้ำป่าเชียงใหม่
Politics รัฐบาล มอบเงินสินไหม ‘ประกันภัยพิบัติฯ’ 2 ล้าน รายแรก เหตุน้ำป่าเชียงใหม่
แซมมี่ ชนิตา คว้ารางวัล Mom of the Year 2026 ปลื้มใจแม่ไทยปี 2569 มีความสุขมากขึ้น
Biz Movement แซมมี่ ชนิตา คว้ารางวัล Mom of the Year 2026 ปลื้มใจแม่ไทยปี 2569 มีความสุขมากขึ้น
GULF ตั้งบริษัทย่อย ลุยดาต้าเซ็นเตอร์ รองรับไฟฟ้า 100 MM รับกระแส AI บูม
Finance GULF ตั้งบริษัทย่อย ลุยดาต้าเซ็นเตอร์ รองรับไฟฟ้า 100 MM รับกระแส AI บูม
ดูทั้งหมด

สื่อสาธารณะต้องเป็นอิสระจากใครและรับผิดชอบต่อใคร

14 ต.ค. 2569 | 12:09น.
สื่อ นักข่าว
คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : ผศ.ดร.ณชรต อิ่มณะรัญ
        มหาวิทยาลัยรังสิต

ผมเขียนบทความนี้ในฐานะอาจารย์ด้านนิเทศศาสตร์ หน้าที่ของผมอาจไม่ใช่การบอกว่าสังคมควรเลือกอยู่ข้างใคร แต่คือการชวนตั้งคำถามว่า ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เรากำลังรักษาอะไร และกำลังเสี่ยงจะสูญเสียอะไรไปจากระบบสื่อของสังคมไทย

ข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแหล่งรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai PBS กำลังทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวาง ฝ่ายหนึ่ง
ตั้งคำถามถึงวินัยทางการเงินการคลัง และความเหมาะสมของการกันรายได้บางส่วนไว้ให้องค์กรโดยตรง

ขณะที่อีกฝ่ายกังวลว่า หากเปลี่ยนไปพึ่งพางบประมาณรายปี ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะอาจได้รับผลกระทบ ผมคิดว่าทั้งสองฝ่ายกำลังถามคำถามที่ถูก แต่เราอาจกำลังถาม “คำถามที่เล็กเกินไป” เพราะเรื่องนี้ไม่ควรจบลงที่ว่า Thai PBS ควรได้เงินจากที่ไหน หรือควรได้เงินปีละเท่าไร คำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือ ในระบอบประชาธิปไตยเราจะออกแบบความสัมพันธ์ระหว่าง “เงิน อำนาจ และสื่อ” อย่างไร เพื่อให้คนที่สื่อมีหน้าที่ตรวจสอบไม่สามารถใช้อำนาจเหนือความอยู่รอดของสื่อนั้นได้ และในเวลาเดียวกันสื่อก็ไม่สามารถใช้คำว่า “ความเป็นอิสระ” เป็นเกราะป้องกันตัวเองจากการตรวจสอบของประชาชน นี่ต่างหากที่ผมคิดว่าเป็นหัวใจของเรื่อง

เราอาจคุ้นเคยกับการคิดว่า “ความเป็นอิสระของสื่อ” หมายถึงการไม่มีใครโทรศัพท์มาสั่งกองบรรณาธิการว่า ข่าวไหนออกได้ ข่าวไหนออกไม่ได้ แต่การควบคุมสื่อในโลกปัจจุบันไม่จำเป็นต้องหยาบเช่นนั้น บางครั้งไม่ต้องมีคำสั่ง ไม่ต้องมีหนังสือ และไม่ต้องมีการเซ็นเซอร์ เพียงทำให้คนในองค์กรรู้ว่า ความอยู่รอดขององค์กรในปีหน้าขึ้นอยู่กับใคร ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมขององค์กรได้แล้ว นี่คือเหตุผลที่เรื่อง “แหล่งเงิน” ของสื่อสาธารณะไม่สามารถแยกออกจากเรื่อง “อำนาจ” ได้

อย่างไรก็ตาม การพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า หาก Thai PBS เข้าสู่ระบบงบประมาณรายปีแล้ว รัฐบาลจะสามารถสั่งข่าวได้ทันที การกล่าวเช่นนั้นก็เป็นการด่วนสรุปเกินหลักฐานเช่นกัน คำถามที่ถูกต้องกว่าจึงไม่ใช่ “รัฐบาลจะแทรกแซง Thai PBS หรือไม่” แต่คือ “ระบบที่เรากำลังออกแบบ เปิดโอกาสให้รัฐบาลใดก็ตามในอนาคตสามารถใช้งบประมาณสร้างแรงกดดันต่อสื่อได้มากขึ้นหรือไม่” สองคำถามนี้แตกต่างกันอย่างมาก กฎหมายที่ดีไม่ควรถูกออกแบบบนสมมติฐานว่าเราจะมีผู้มีอำนาจที่ดีตลอดไป มันต้องถูกออกแบบให้ยังทำงานได้ แม้ในวันที่เราได้ผู้มีอำนาจที่เราไม่ไว้วางใจ

ในอีกด้านหนึ่ง ผมก็ไม่คิดว่าคำว่า “ความเป็นอิสระของสื่อ” ควรเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้การตั้งคำถามต่อ Thai PBS กลายเป็นเรื่องต้องห้าม ยิ่งสังคมมอบความเป็นอิสระให้สื่อมากเท่าไร สื่อนั้นยิ่งต้องรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้นเท่านั้น

รายการสำหรับเด็กอาจไม่ได้ทำรายได้สูงที่สุด ข่าวเกี่ยวกับคนชายขอบอาจไม่ได้มีคนดูมากที่สุด สารคดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอาจแข่งขันกับรายการบันเทิงในเรื่องเรตติ้งไม่ได้ ข่าวสืบสวนที่ใช้เวลาหลายเดือนอาจมีต้นทุนสูงกว่าคลิปที่มีผู้ชมหลายล้านครั้ง แต่หากเราใช้เพียงจำนวนผู้ชมเป็นเครื่องตัดสิน เราก็ไม่จำเป็นต้องมีสื่อสาธารณะตั้งแต่ต้น เพราะตลาดสามารถผลิตสิ่งที่คนจำนวนมากต้องการดูได้อยู่แล้ว คุณค่าของสื่อสาธารณะจึงอาจอยู่ตรงสิ่งที่ “จำเป็นต้องมี” แม้ไม่มีใครอยากลงทุนทำ นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Public Value

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นักข่าว สังคม สื่อ