เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ปาลิโอ เขาใหญ่”แหล่งท่องเที่ยวดังในอดีต กำลังถูกจับตาจะฟื้นคืนชีพ หลังปล่อยร้างนาน 7 ปี 
Real Estate “ปาลิโอ เขาใหญ่”แหล่งท่องเที่ยวดังในอดีต กำลังถูกจับตาจะฟื้นคืนชีพ หลังปล่อยร้างนาน 7 ปี 
จับตา หนี้สาธารณะปริ่ม 70% รัฐเร่งแก้ ‘การคลัง’ เสี่ยง-จ้องรื้อภาษี
Finance จับตา หนี้สาธารณะปริ่ม 70% รัฐเร่งแก้ ‘การคลัง’ เสี่ยง-จ้องรื้อภาษี
‘วิทยุ-หลังสวน’ ย่านมหาเศรษฐี ‘ตระกูลใหญ่’ ผุดโปรเจ็กต์แสนล้าน
Real Estate ‘วิทยุ-หลังสวน’ ย่านมหาเศรษฐี ‘ตระกูลใหญ่’ ผุดโปรเจ็กต์แสนล้าน
เสก โลโซ x เนเน่ คอนเสิร์ตข้ามรุ่น @ราชมังฯ
Biz Movement เสก โลโซ x เนเน่ คอนเสิร์ตข้ามรุ่น @ราชมังฯ
หลบภัยหุ้น Domestic Play ผสานหุ้นเด่นรับ Golden Week-งานระดับโลก
Finance หลบภัยหุ้น Domestic Play ผสานหุ้นเด่นรับ Golden Week-งานระดับโลก
เจาะลึก ‘แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน’ คิวแน่นข้ามปี มองฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด ผ่านมิติ ‘เศรษฐกิจ-จิตวิทยา’
Interview เจาะลึก ‘แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน’ คิวแน่นข้ามปี มองฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด ผ่านมิติ ‘เศรษฐกิจ-จิตวิทยา’
‘ตลาดอสังหาฯ’ 4 จังหวัดอืดคอนโดเพชรบุรีขายหมด 19 ปี
Real Estate ‘ตลาดอสังหาฯ’ 4 จังหวัดอืดคอนโดเพชรบุรีขายหมด 19 ปี
ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
Politics ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
“อานันท์ ปันยารชุน” ย้อนรอย 35 ปี เจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น
Finance “อานันท์ ปันยารชุน” ย้อนรอย 35 ปี เจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น
“อนุทิน” มั่นใจ ศึกซักฟอก ลั่น “สาธุ” กล้าธรรม ยกมือหนุน เชื่อรัฐมนตรีทุกคนแจงได้
Politics “อนุทิน” มั่นใจ ศึกซักฟอก ลั่น “สาธุ” กล้าธรรม ยกมือหนุน เชื่อรัฐมนตรีทุกคนแจงได้
ดูทั้งหมด

ถอดมุมคิด “ศิริราช” ความสำเร็จเกิดขึ้นจากการลงมือทำ

17 ก.ย. 2564 | 11:32น.
ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา

ภายในงานสัมมนา “Thailand Quality Award 2020 Winner Conference” ที่มีสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้จัดงาน

มีหลายองค์กรที่ได้รับรางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award-TQA), รางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม (Thailand Quality Class Plus : Innovation), รางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่นด้านการปฏิบัติการ (Thailand Quality Class Plus : Operation)

และรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class-TQC) ที่ไม่เพียงจะมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และถอดบทเรียนความสำเร็ จจากองค์กรต่าง ๆ หากความสำเร็จดังกล่าวยังส่งผลต่อผู้เข้าร่วมรับฟังสัมมนาออนไลน์วันนั้นด้วย

โดยในส่วนของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่นด้านการปฏิบัติการ (Thailand Quality Class Plus : Operation) เมื่อปี 2020 มาร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยในหัวข้อ “การขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์สู่ความเป็นผู้นำ และองค์กรสมรรถนะสูง”

ซึ่งมี “ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา” คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้บรรยาย

เบื้องต้น “ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์” กล่าวถึงวิสัยทัศน์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลที่ต้องการเป็นสถาบันทางการแพทย์ของแผ่นดิน เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล

โดยตั้งเป้าหมายในปี 2567 จะต้องเป็นองค์กรสู่ความเป็นเลิศ เพื่อมุ่งสู่อนาคตด้วยผลงานที่เป็นเลิศ ขณะเดียวกันก็ตั้งเป้าหมายในปี 2572 ที่จะต้องเป็นผู้นำ และผู้ชี้นำเพื่อสร้างสรรค์สุขภาวะแก่มวลมนุษยชาติ

ซึ่งอยู่บนพันธกิจ 3 ด้าน คือ

หนึ่ง จัดการการศึกษาเพื่อผลิตบัณฑิต บุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

สอง ทำการวิจัย และให้บริการวิชาการ

สาม ให้บริการทางการแพทย์

โดยมีการวางยุทธศาสตร์ทั้งหมด 5 ด้านประกอบกัน ได้แก่ 1.ปฏิรูปเพื่ออนาคต 2.บูรณาการ 3.ร่วมมือกับพันธมิตร 4.พัฒนาความเป็นมืออาชีพ และ 5.เสริมฐานความยั่งยืน

“ฉะนั้น ภาพอนาคตของคณะแพทยศาสตร์ฯนับตั้งแต่ปี 2563-2572 จึงต้องวางระบบงานด้านการศึกษา, การวิจัย, การบริการทางการแพทย์ และการบริหารจัดการด้วยความเข้มแข็งเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และพันธกิจที่จะต้องนำองค์ประกอบในเรื่องของการชี้นำ และการตั้งเป้าหมายที่ท้าท้าย”

“นอกจากนั้นยังจะต้องสื่อสารเพื่อถ่ายทอดสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ต้องกำกับ ติดตาม และบริหารจัดการให้เกิดผลลัพธ์ดีที่สุด เพื่อสร้างแรงจูงใจและความผูกพันกับบุคลากรทุกภาคส่วน และหากมีส่วนไหนผิดพลาดจะต้องปรับปรุง รีบแก้ไขเพื่อความยั่งยืนในอนาคต”

ผลตรงนี้ เมื่อดูรายละเอียดในการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติจะพบว่า คณะแพทยศาสตร์ฯไม่เพียงถูกคัดเลือกให้เป็นสำนักงานเลขาธิการฝั่งอาเซียน (Permanent Secretary General) หาก “ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์” ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานฝ่ายอาเซียนอีกด้วย

ขณะเดียวกัน การจัดการทางด้านการศึกษา โดยเฉพาะหลักสูตรใหม่ต่อจากนี้ไปการเรียนการสอนจะเป็นลักษณะของ “Hybrid Program 6” คือ เรียนแพทย์ 6 ปี แต่ถ้านักศึกษาคนไหนสนใจ หรือมีศักยภาพสูง สามารถเลือกเรียนสาขาอื่นในระดับปริญญาโทควบคู่ไปพร้อมกันระหว่างการเรียนแพทย์อีก 1 สาขา

ซึ่งนักศึกษาจะได้ 2 ปริญญา แต่ใช้เวลาเท่าเดิม ทั้งนั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพบัณฑิต และมหาบัณฑิต ให้มีความสามารถที่หลากหลายมากขึ้น

นอกจากนั้น “ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์” ยังกล่าวถึงการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ application SIRIRAJ ALUMNI ที่ตอนนี้มีการพัฒนาเชื่อมต่อกับระบบ SICMS และเว็บไซต์ของศิษย์เก่า

“เราต้องการปรับรูปแบบการแสดงข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ ปฏิทินกิจกรรม ทะเบียนศิษย์เก่า การแก้ไขข้อมูลส่วนตัวผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อเพิ่มระบบการจัดเก็บข้อมูล การเข้าร่วมกิจกรรม การบริจาค หรือการเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างศิษย์เก่ากับศิษย์เก่า หรือศิษย์เก่ากับคณะในระบบส่งข้อความ”

ยิ่งเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของมหันตภัยไวรัสร้ายอย่างนี้ด้วย

“ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์” บอกว่า นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน มีการวางยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน 2 เรื่องด้วยกัน คือ

หนึ่ง ยุทธศาสตร์ต้นน้ำ ด้วยการลดจำนวนผู้ป่วยใหม่

สอง ยุทธศาสตร์ปลายน้ำ ด้วยการลดอัตราการเสียชีวิต และเพิ่มอัตราการกลับบ้าน, อัตราการหายให้มากขึ้น

ที่สำคัญ ยังมีการวางแผนการบริหารความต่อเนื่องอีก 3 ด้านประกอบกัน คือ

หนึ่ง Preparing phase ที่ไม่เพียงต้องติดตามข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในต่างประเทศ และภายในประเทศ หากยังต้องประเมินผลกระทบต่อการให้บริการของโรงพยาบาล หากต้องรับผู้ป่วยโควิด-19

นอกจากนั้น ยังต้องประเมินความพร้อมของทรัพยากรที่จำเป็น และศักยภาพของหน่วยงาน ทั้งยังต้องกำหนดจุดคัดกรอง OPD ด้วยการรับผู้ป่วยที่ห้อง 127 IPD เพื่อแยกผู้ป่วยติดเชื้อ

สอง Disaster phase ด้วยการประชุมวอร์รูมคอมมิตตี เพื่อติดตามสถานการณ์ กำหนดนโยบาย การบริหารจัดการ แนวทางการรักษาผู้ป่วย

นอกจากนั้น ยังมีประชุม BCM Hospital Committee เพื่อมอบหมายนโยบาย และสื่อสารวิธีปฏิบัติงาน เพื่อหาทางดูแลผู้ป่วยเฉพาะกลุ่ม ที่สำคัญ ยังเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อทราบนโยบายประเทศ และเสนอข้อคิดเห็นในการวางแผนเชิงนโยบาย

สาม Recovery phase ประกาศใช้แผนกอบกู้ธุรกิจ, การเจาะเลือดแบบไดรฟ์ทรู, การรับยาทางไปรษณีย์, ทบทวนแผน BCM โรคติดเชื้อ, การถอดบทเรียนโควิด-19 และการดำเนินงานตามวิถีใหม่

ทั้งหมดนี้ “ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์” บอกว่า เราจะมีการกำหนดหัวข้อหลัก ๆ เพื่อสำหรับวางแผน พร้อม ๆ กับดำเนินการติดตามการทำงานแบบวันต่อวัน เพื่อให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผลเช่นนี้ จึงทำให้คณะแพทยศาสตร์ฯจึงจำเป็นต้องมุ่งการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยแบ่งออกเป็น 3 มิติด้วยกัน คือ

หนึ่ง มิติคนพอ

สอง มิติคนสามารถ

สาม มิติคนผูกพัน

“สำหรับมิติคนพอ เราทำการสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน ขณะเดียวกัน เราก็มีการประเมินขีดความสามารถของบุคลากร และกำหนดอัตรากำลังให้สอดคล้องกับพันธกิจ”

“ส่วนมิติคนสามารถ เราให้ความสนใจกับบุคลากรที่มีความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติภารกิจ โดยมีการฝึกอบรม, ประเมินผลความรู้ และเพิ่มทักษะของบุคลากรเข้าไป โดยเฉพาะการประเมินผลการปฏิบัติงานที่เป็นธรรม ตรวจสอบได้แต่จะต้องสอดคล้องตามผลลัพธ์ของการดำเนินงานขององค์กร”

“สำหรับมิติคนผูกพัน เราจะมุ่งเน้นรักษาบุคลากร พร้อม ๆ กับสร้างความผูกพันของบุคลากร ด้วยการสร้างสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่เอื้อต่อการปฏิบัติงาน และธำรงไว้ซึ่งสุขภาพ และสวัสดิภาพของบุคลากร ขณะเดียวกันก็ต้องสนับสนุน และเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรแก่บุคลากรด้วย”

นอกจากนั้น “ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์” ยังกล่าวถึง “Siriraj Logic Model” เพื่อยกระดับการทำงานให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันที่จะต้องมีอย่างน้อย 2 เรื่องด้วยกัน คือ

หนึ่ง วิเคราะห์กระบวนการทำงานหลักให้สอดคล้องวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของคณะ ทั้งยังต้องกำหนดตัวชี้วัดผลลัพธ์ (KPI) และตัววัดกระบวนการ (PI) เพื่อใช้ติดตามประเมินผลร่วมกัน

สอง ถ่ายทอด KPI, PI สู่ระดับต่าง ๆ จนถึงรายบุคคล เพื่อนำไปออกแบบ และพัฒนางาน พัฒนาคนให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนด เพื่อสร้างคุณค่าการทำงานเป็นทีม

“ฉะนั้น Siriraj Logic Model จึงต้องเริ่มจากฝ่ายบริหาร (รองคณบดี) เพื่อถ่ายทอดกระบวนการหลักทั้ง 2 ส่วน (KPI, PI) ไปยังคณะ, หัวหน้าฝ่าย, งาน, หน่วย, ทีม และบุคลากรทุกคน ด้วยการมอบหมายกำกับดูแล ที่ปรึกษา เพื่อพัฒนาสมรรถนะ, งาน พร้อมกับประเมินความก้าวหน้าโดยไม่ใช้ผลลัพธ์มาเป็นตัววัด และตัดสิน”

จึงจะทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศิริราช