เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
ดูทั้งหมด

โค้งสุดท้าย พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ทางออกที่เหมาะสมในมิติด้านสังคม สุขภาพ และเศรษฐกิจ

25 ธ.ค. 2560 | 16:09น.

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ในปี 2558-2573 คือ การมุ่งเน้นการพัฒนา โดยไม่ละทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ประชากรกลุ่มเปราะบาง คนยากจน และแรงงานข้ามชาติ จึงจะต้องมีส่วนร่วม และได้รับประโยชน์จากการพัฒนาที่จะเกิดขึ้น ทุกประเทศทั่วโลกจึงมีภารกิจที่จะต้องร่วมมือกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย

พระราชกำหนดบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว 2560 ได้กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของนายจ้าง แรงงานข้ามชาติ และผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงาน รวมถึงการคุ้มครองเยียวยาความเสียหาย

“พร้อมบุญ พานิชภักดิ์” เลขาธิการมูลนิธิรักษ์ไทย ได้กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการกำหนดความผิดและอัตราโทษที่รุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อนายจ้าง ผู้ประกอบการภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และแรงงานข้ามชาติ ทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม และสาธารณสุข การเปิดพื้นที่ ให้ความรู้ และอภิปราย พระราชกำหนดฯ ดังกล่าว ย่อมนำไปสู่การมีส่วนร่วมด้านการพัฒนาตามเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ

ยุทธศาสตร์บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวปี 2560 – 2564 ตามมติคณะรัฐมนตรีลงวันที่ 25 ตุลาคม 2559 มีการกำหนดยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ ยุทธศาสตร์การจัดระบบแรงงานและยุทธศาสตร์บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวที่มีประสิทธิภาพ เพื่อปรับเปลี่ยนสถานะจากแรงงานหลบหนีเข้าเมือง ให้เป็นแรงงานที่เข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมายอันจะสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

นอกจากนี้ พระราชกำหนดบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว 2560 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2560 เพื่อสร้างความมั่นคงด้านแรงงาน เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของนายจ้าง แรงงานข้ามชาติ และผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดความผิดและอัตราโทษที่รุนแรง จึงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม และแรงงานข้ามชาติ จากการเลิกจ้างแรงงานฯ หรือบางส่วนเดินทางกลับประเทศ แม้ต่อมามีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 33/2560 เรื่องมาตรการชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 เพื่อผ่อนผันการบังคับใช้กฎหมาย เปิดโอกาสให้นายจ้างและแรงงานฯ ดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข

“พร้อมบุญ” กล่าวอีกว่า ในทางปฏิบัติพบสภาพปัญหาและอุปสรรค คือ ข้อมูลจากกรมการจัดหางาน ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2560 พบว่ามีแรงงานฯที่ต้องรับการตรวจสัญชาติจำนวนทั้งสิ้น 1,999,240 คน ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2561 จำแนกเป็นแรงงานฯเมียนมา 1,223,645 คน แรงงานฯกัมพูชา 616,282 คน และแรงงานฯลาว 159,313 คน

ขณะนี้ดำเนินการพิสูจน์สัญชาติแล้วจำนวน 1,041,043 คน แรงงานฯเมียนมาคงเหลือ 366,050 คน แรงงานฯกัมพูชาคงเหลือ 450,859 คน และแรงงานฯลาวคงเหลือ 141,288 คน ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานประเทศต้นทางดำเนินการตรวจสัญชาติล่าช้ากว่ากำหนด และอาจเป็นไปได้ว่ามีแรงงานข้ามชาติที่เป็นแรงงานนอกระบบในภาคประมง ภาคเกษตรส่วนหนึ่งที่เข้าไม่ถึงนโยบายการตรวจสัญชาติ

ประการที่สอง สถานพยาบาลบางพื้นที่มีการเลิกจ้างพนักงานสาธารณสุขต่างด้าวที่ทำหน้าที่ส่งเสริมควบคุมโรคและติดตามผู้ป่วย แม้จะมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 ให้สามารถจัดจ้างแรงงานฯ ในตำแหน่งผู้ประสานงานด้านภาษากัมพูชาลาวหรือเมียนมา ทว่ายังขาดระเบียบกระทรวงสาธารณสุขรองรับจัดจ้างแรงงานฯในตำแหน่งดังกล่าว ประกอบกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติแต่ละพื้นที่ตีความเนื้อหาในประกาศแตกต่างกัน จนส่งผลกระทบต่อหน่วยงานรัฐและองค์กรเอกชนที่ประสงค์จ้างแรงงานให้ถูกต้อง จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าพระราชกำหนดฯส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และระบบสาธารณสุขอีกด้วย

ทั้งนี้ “มูลนิธิรักษ์ไทย” ร่วมกับองค์กรภาคี ภายใต้การดำเนินงานโครงการยุติปัญหาวัณโรคและเอดส์ด้วยชุดบริการ RRTTR (โครงการ STAR) โดยการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนโลกด้านเอดส์ วัณโรคและมาลาเรีย จัดเสวนาเรื่อง “โค้งสุดท้ายสู่พระราชกำหนดบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว: ทางออกที่เหมาะสมในมิติด้านสังคม สุขภาพและเศรษฐกิจ” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเสวนามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยุทธศาสตร์บริหารจัดการแรงงานต่างด้าว 2560-2564 และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว 2560 และรับฟังข้อคิดเห็นต่อแนวทางบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติที่เป็นธรรมและเหมาะสม ในแง่สังคม สุขภาวะ และเศรษฐกิจ และข้อเสนอแนะที่หลากหลายจากหน่วยงานภาครัฐ นายจ้าง ผู้ประกอบการ ภาคประชาสังคม ผู้แทนแรงงานข้ามชาติ เพื่อนำไปสู่การพัฒนากฎหมายลำดับรองและระเบียบปฏิบัติที่เหมาะสมยิ่งขึ้น