เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ปรับโครงสร้าง “ระบบเตือนภัยพิบัติ”

29 ก.ย. 2567 | 12:40น.
disaster

disaster

คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : กฤษณา ไพฑูรย์

เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลบ่าถล่มท่วม อ.แม่สาย อ.เมืองเชียงราย และ อ.เวียงป่าเป้า ที่หนักหนาสาหัส จนถึงวันนี้ได้ทิ้งดินโคลนตะกอน และความเสียหายไว้อย่างประเมินค่ามิได้

หลังจากนั้นแม่น้ำโขงไหลท่วมภาคอีสาน ตามมาด้วยเหตุการณ์น้ำป่าทะลักท่วมหน้ามหาวิทยาลัยพะเยาอย่างฉับพลันแบบตั้งตัวไม่ทัน จนมีนักศึกษาหลายคน ต้องหนีตายจากหอพักขึ้นไปอยู่บนหลังคาถึง 2 ครั้งติดกันในช่วงเวลาห่างกันเพียงไม่กี่วัน

และล่าสุดวันปิดต้นฉบับแม่น้ำปิงเพิ่มปริมาณสูง ไหลเข้าท่วมตัวเมืองเชียงใหม่ไปทั่วบริเวณ ทั้งบ้านอยู่อาศัย ห้างร้าน โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า

หรือถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นคงเป็นกรณีน้ำท่วมตัวเมืองน่าน และสุโขทัย

ประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ประชาชนพื้นที่ประสบภัยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นปีนี้สูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา บางพื้นที่ไม่เคยถูกน้ำท่วมมาก่อน และได้กลายเป็นผู้ประสบภัยในปีนี้

ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากผลพวงของภัยธรรมชาติ หาง ๆ ของพายุที่ไทยโดน รวมถึงผลพวงจากฝีมือมนุษย์ที่ตัดไม้ทำลายป่า ได้สร้างความวิตกกังวลให้ประชาชนไปทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น !

ทั้งที่เรามีหน่วยงานราชการมากมายที่คอยเฝ้าติดตามพยากรณ์ดิน ฟ้า อากาศ มวลน้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.)

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานจังหวัด และท้องถิ่น ฯลฯ มากมาย ที่ได้ออกตัวว่า ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนแล้วเตือนอีก !

จากที่ติดตามโลกโซเชียลมาต่อเนื่องยอมรับว่า หน่วยราชการออกมาเตือนจริง !

แต่สิ่งที่หน่วยงานหลายภาคบอกว่า “ปรับตัวแล้ว” แต่ข้อความตามเพจต่าง ๆ ที่ปรากฏ เช่น การออกจดหมายตราครุฑปะหน้าเพจยาวเหยียด 2 หน้ากระดาษ, การเขียนข้อมูลข่าวประกาศเตือน 53 จังหวัดบ้าง 70 จังหวัดบ้าง ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ยกตัวอย่าง จ.เชียงราย (อ.แม่สาย เชียงของ เชียงแสน แม่จัน แม่ฟ้าหลวง เทิง พญาเม็งราย เวียงแก่น)

หรือในเพจประชาสัมพันธ์จังหวัดแห่งหนึ่ง เขียนข้อมูลมารายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนแห่งหนึ่ง เวลา 09.00 น. ระดับน้ำเก็บกักสูงสุด +398.26 ม.รทก. ปริมาณน้ำ 293.959 ล้าน ลบ.ม. ระดับน้ำ ณ เวลา 09.00 น.+398.49 ม.รทก. ปริมาณน้ำ = 297.783 ล้าน ลบ.ม. (112.64 %) ระดับน้ำล้นอาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉิน = 23 เซนติเมตร ปริมาณน้ำล้น = 30.11 ลบ.ม./วินาที พร้อมกับทุกหน่วยงานลงท้ายว่า ให้เฝ้าระวังติดตามข้อมูล และเตรียมยกของขึ้นที่สูง

ข้อมูลลักษณะดังกล่าวชาวบ้านตาสี ตาสา คงจะเข้าใจ

เอาแค่ง่าย ๆ “การยกของขึ้นที่สูง” ต้องสูงแค่ไหน ? เพราะชาวเชียงราย บอกยกแล้ว แต่น้ำที่มามิดหลังคา หรือระดับน้ำเท่าไหร่ต้อง “อพยพ”

และบางครั้งน้ำมาฉับพลันรวดเร็วเกินกว่าจะหนี เช่น น้อง ๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งบอกว่า ไม่มีหน่วยงานใดเตือนภัยมาก่อนเลย !

ทั้งหมดนี้ เราคงไม่โทษใคร นักการเมืองต้องเลิกโยนความผิดให้ข้าราชการ แต่วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วน “ต้องบูรณาการปรับปรุงระบบการเตือนภัย และการป้องกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการสอนวิธีการสังเกตเอาตัวรอดให้ประชาชนได้รู้ การอพยพตัวเองไปยังพื้นที่ปลอดภัย เหมือนที่หลายประเทศทำกัน เพราะหน้าฝนปีนี้ยังอยู่อีกหลายเดือน และดูเหมือนว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปีต่อ ๆ ไปนับวันจะรุนแรงขึ้นแน่นอน !