เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน กฟผ. สร้างโอกาสไทยสู่ Regional Digital Hub: Green Digital Infrastructure สำหรับ Data Center ที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
Tech ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน กฟผ. สร้างโอกาสไทยสู่ Regional Digital Hub: Green Digital Infrastructure สำหรับ Data Center ที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
ห่วงสุญญากาศ กสทช. หวั่น 8 ล้านครัวเรือนจอดำ เร่งตั้งทีมเปลี่ยนผ่าน C-Band
Tech ห่วงสุญญากาศ กสทช. หวั่น 8 ล้านครัวเรือนจอดำ เร่งตั้งทีมเปลี่ยนผ่าน C-Band
โพล มช. ชี้ “คนละครึ่ง – ไทยช่วยไทย” สอบผ่านพยุงค่าครองชีพ แต่ไร้กระตุ้นใช้จ่ายใหม่
เศรษฐกิจภูมิภาค โพล มช. ชี้ “คนละครึ่ง – ไทยช่วยไทย” สอบผ่านพยุงค่าครองชีพ แต่ไร้กระตุ้นใช้จ่ายใหม่
แบงก์แห่ขายบ้านมือสองพุ่ง 122.9% บ้านหรูต่ำ 10 ล้านขายไม่ออก “โคราช” โอนคึก “ภูเก็ต” ตลาดชะลอตัว
Real Estate แบงก์แห่ขายบ้านมือสองพุ่ง 122.9% บ้านหรูต่ำ 10 ล้านขายไม่ออก “โคราช” โอนคึก “ภูเก็ต” ตลาดชะลอตัว
ย้ำชัดกลยุทธ์ “One Geely” มุ่งผสาน 2 โมเดลธุรกิจเพิ่มความแข็งแกร่งในไทย
Automotive ย้ำชัดกลยุทธ์ “One Geely” มุ่งผสาน 2 โมเดลธุรกิจเพิ่มความแข็งแกร่งในไทย
นักวิชาการ มธ. ถอดเคสต่างประเทศ ชี้เข้า OECD ต้องแก้ ‘คอร์รัปชัน-นิติธรรม’ ไม่ใช่แค่ยื่นเอกสาร
News นักวิชาการ มธ. ถอดเคสต่างประเทศ ชี้เข้า OECD ต้องแก้ ‘คอร์รัปชัน-นิติธรรม’ ไม่ใช่แค่ยื่นเอกสาร
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท ทองรูปพรรณ 69,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท ทองรูปพรรณ 69,400 บาท
ด่วน ! คลังชง ครม. แต่งตั้งโยกย้ายอธิบดี “พรชัย” เต็งสรรพากร-“ธีรลักษ์” นั่งสรรพสามิต พรุ่งนี้ (22 ก.ย.)
Finance ด่วน ! คลังชง ครม. แต่งตั้งโยกย้ายอธิบดี “พรชัย” เต็งสรรพากร-“ธีรลักษ์” นั่งสรรพสามิต พรุ่งนี้ (22 ก.ย.)
‘BDI’ ผนึก ‘มติชน’ เติมข้อมูลคุณภาพสูง ร่วมพัฒนา ThaiLLM ปูฐานอธิปไตย AI ของไทย
Tech ‘BDI’ ผนึก ‘มติชน’ เติมข้อมูลคุณภาพสูง ร่วมพัฒนา ThaiLLM ปูฐานอธิปไตย AI ของไทย
กกร. จี้รัฐผลักดันการลงทุนใหม่ให้ถึงระดับจังหวัด เพิ่มขีดแข่งขัน-จ้างงาน-สร้างรายได้ให้ประเทศ
Finance กกร. จี้รัฐผลักดันการลงทุนใหม่ให้ถึงระดับจังหวัด เพิ่มขีดแข่งขัน-จ้างงาน-สร้างรายได้ให้ประเทศ
ดูทั้งหมด

‘กรมอุตุ-สทนช.’ ตื่น! ฝนตกแช่ 300-400 มม. ยังเฉย

04 ธ.ค. 2568 | 10:42น.
Flooding in the southern region
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : กฤษณา ไพฑูรย์

ถึงวันนี้สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะลดลงแล้ว แต่ผลกระทบที่ทิ้งไว้เป็นบาดแผลลึกให้คนในพื้นที่อย่างบอบช้ำแสนสาหัส

โดยเฉพาะการสูญเสียคนที่รักต้องจากไปอย่างทุกข์ทรมานนับร้อยชีวิต รวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ ที่สร้างมาทั้งชีวิตที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยใหญ่

โดยนักธุรกิจหลายคนคาดการณ์ว่า ไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาท

ความล้มเหลวในการบริหารงานที่ผิดพลาด ไล่เรียงตั้งแต่เทศบาลหาดใหญ่ นายอำเภอ และในที่สุดนายอนุทิน ชาญวีรกุข นายกรัฐมนตรีออกมายอมรับความผิดพลาดดังกล่าว เพราะบินลงไป อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งแต่ 14.00 น.ของวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 แต่ไปผัดข้าวโชว์

วันนี้นักวิชาการหลายคนเริ่มถอดบทเรียนของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่หลายคนไม่ค่อยได้เอ่ยถึงหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่พยากรณ์ดินฟ้าอากาศ อย่าง “กรมอุตุนิยมวิทยา” กรมชลประทาน และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่น่าจะต้องมีบทบาทรับผิดชอบ และปฏิวัติการทำงานอย่างสิ้นเชิง

โดยเฉพาะ “กรมอุตุนิยมวิทยา” เนื่องจากปริมาณฝนสะสม 3 วันย้อนหลังในพื้นที่ จ.สงขลา (19-21 พ.ย. 68) สูงสุดถึง 630 มม. สูงกว่าน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2553 ที่มีปริมาณฝนสะสมสูงสุด 428 มม. ถือเป็นปริมาณน้ำฝนตกหนัก สูงสุดในรอบ 300 ปี

ปริมาณฝนที่ตกถึง 600 มม. เท่ากับปริมาณฝนที่ตกรวมกันถึงครึ่งปี

กรมอุตุนิยมวิทยาควรจะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือแจ้งบอกกับรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แต่สิ่งที่กรมอุตุฯออกมาคือการประกาศเตือนภัยด้วยเอกสารอย่างเป็น “ปกติ”

ขณะที่การจัดรายการผ่านเพจเฟซบุ๊กของกรมอุตุฯ วิทยากรแต่ละคนออกมาพูดกันด้วยน้ำเสียงโมโนโทน “ฝนตกหนักมาก คลื่นลมแรง เรือเล็กห้ามออกจากฝั่ง” อย่าง “รูทีน”

ถามว่า ปริมาณฝนที่ตกมากเกินกว่า 300-400 มิลลิเมตรขึ้นไป สะท้อนถึงความผิดปกติหรือไม่ ! โดยเฉพาะฝนตกแช่ !

คนในรัฐบาลหลายคนทราบถึงความผิดปกติหรือไม่ ? คนในกระทรวงดีอีมีคนเอะใจหรือไม่ ? แล้วหน่วยงานอย่างเทศบาลดูออกหรือไม่ ?

แล้วประชาชนทั่วไปจะมาตีความกับปริมาณฝนตกหนักถึงฝนหนักมากแตกต่างจากปริมาณฝนที่ตกทั่วไปอย่างไร

ขณะที่บทบาทการดูภาพรวมของน้ำอย่างกรมชลประทาน และ สทนช. สามารถดูทิศทางการไหลของน้ำ และความเร็วของน้ำจาก อ.สะเดาที่จะมาถึง อ.หาดใหญ่ สามารถคาดการณ์ได้แต่การมอนิเตอร์ก็ล่าช้าไปหรือไม่

กว่าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลามาแจ้งให้ประชาชนชาว อ.หาดใหญ่ อพยพ 100% เกือบ 12.00 ของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ทุกอย่างมันสายไปแล้ว น้ำท่วมบางพื้นที่ระดับ 3 เมตรไปแล้วไม่มีเรือ และอุปกรณ์เพียงพอที่จะอพยพไม่มีการเตรียมการรองรับล่วงหน้า

การบริหารงานของรัฐบาลไทย กับเทียบกับรัฐบาลมาเลเซียไม่ได้เลย แม้วันนี้รัฐบาลจะออกมาตรการเยียวยามากมาย แต่คนต้องเป็นหนี้เพิ่มจากที่ไม่เคยเป็นหนี้ และบางคนต้องมีหนี้เพิ่ม เพื่อนำเงินมาซ่อมบ้าน ทั้งที่เป็นความผิดพลาดในการบริหารจัดการของรัฐบาล น่าเศร้าใจยิ่งนัก