หาดใหญ่ซึม “เคาท์ดาวน์ปีใหม่” นักท่องเที่ยววูบ จี้รัฐอัดเงินทุนก่อนชวดรายได้ตรุษจีน
เทศกาลปีใหม่ 2569 ‘หาดใหญ่’ ซึม ยอดนักท่องเที่ยวหายวูบ หลังย่านเศรษฐกิจ “โรงแรม-ร้านอาหาร-ศูนย์การค้า” ฟื้นฟูกิจการไม่ทันกว่า50% ด้านสมาคมธุรกิจหาดใหญ่ วอนรัฐอัดเงินทุนให้ผู้ประกอบการ ก่อนพลาดรายได้ก้อนใหญ่เทศกาลตรุษจีน-สงกรานต์
นายชลิตพงศ์ สิริธนนนท์สกุล นายกสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ เจ้าของโรงแรมหาดใหญ่เก็นติ้ง และโรงแรมบีทูหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าเทศกาลปีใหม่ 2569 ที่อำเภอหาดใหญ่ พบว่าภาคธุรกิจบริการโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ศูนย์การค้า ร้านนวดแผนโบราณ มีการฟื้นฟูยังไม่ถึง 50 % ที่จะให้บริการรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหลักของหาดใหญ่
ด้วยตลาดการค้าพลาซ่า ถือเป็นแหล่งรวมสินค้าของกิน ของใช้ และของฝากที่ชาวมาเลเซียนิยม ส่วนศูนย์การค้ากิมหยง ถือเป็นแหล่งรวมสินค้ายอมนิยมอันดับต้นของชาวไทย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ภัตตาคารไทยและจีน นวดแพทย์แผนไทย จำนวนมาก ทำให้หาดใหญ่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของอำเภอหาดใหญ่ที่ชาวมาเลเซียนิยมเดินทางมามากที่สุด
ซึ่งจากผลกระทบอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายมหาศาล หลายพื้นที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู โดยเฉพาะที่ตลาดพลาซ่ายังฟื้นฟูไม่ถึง 50 % โดยเฉพาะพล่าซ่า 2 จำนวน 220 แผง ได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนศูนย์การค้ากิมหยง สามารถฟื้นฟูได้แล้ว 60 % จำนวน 400 แผง จากทั้งหมดที่มีประมาณรวม 1,000 กว่าแผง จึงไม่สามารถระดมนักท่องเที่ยวได้ในเทศกาลปีใหม่ 2569 ส่งผลกระทบการท่องเที่ยวอำเภอหาดใหญ่ทั้งระบบ
“ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้สอบถามมายังตนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากกังวลถึงความพร้อมด้านการบริการ ซึ่งในส่วนโรงแรมหาดใหญ่ตนเก็นติ้งอยู่ระหว่างการฟื้นฟู ส่วนโรงแรมบีทูฟื้นฟูแล้ว 90 % มีนักท่องเที่ยวเข้าพักกว่า 60 %” นายชลิตพงศ์กล่าว
วอนรัฐหนุนเงินทุนฟื้นฟูกิจการ
นายชลิตพงศ์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูกิจการคือ ‘เงินทุน’ ดังนั้นรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยจำนวน 100,000 – 300,000 บาท/ราย เพื่อให้การฟื้นฟูกิจการสามารภดำเนินการต่อได้อย่างมีศักยภาพ ซึ่งภาครัฐสามารถตั้งคณะทำงานเข้ามาตรวจสอบควาามเสียหายในพื้นที่ พร้อมจัดทำแนวทางการช่วยเหลือในสภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับมาดำเนินกิจการในสภาพปกติให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ เงินทุนดังกล่าวต้องเป็นเงินกู้ที่ปลอดการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในระยะหนึ่ง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มกิจการใหม่ได้อย่างแท้จริง จากนั้นจึงค่อยปรับเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำในรูปแบบซอฟต์โลน ซึ่งจากการประเมินภาพรวมของแผงการค้าในตลาดพลาซ่าและตลาดกิมหยง จำนวน 1,000 กว่าแผง หากรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนรายละ 100,000-300,000 บาทต่อแผง จะเห็นได้ว่าเป็นวงเงินที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับศักยภาพและงบประมาณของภาครัฐ
“อีก 1 เดือนกว่า คือ เทศกาลตรุษจีน จากนั้นเดือนเมษายนเป็นเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย หากสามารถฟื้นฟูกิจการได้100% จะสามารถสร้างรายได้จำนวนมากให้กับหาดใหญ่
ที่ผ่านมาแต่ละเทศกาลสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศครั้งละหลายร้อยล้านบาท ซึ่งภาครัฐจะได้รับรายได้จากภาษี แต่เงินภาษีที่ภาครัฐนำมาสนับสนุนและช่วยเหลือในยามประสบภาวะยากลำบากจากมหาอุทกภัยกลับมีจำนวนไม่มาก อีกทั้งยังล่าช้าและขาดความชัดเจน”นายชลิตพงศ์ กล่าว
