เอกชนหาดใหญ่ประเมิน ‘ตรุษจีน-สงกรานต์’ พลาดเป้าพันล้าน นักท่องเที่ยววูบ 50%
เอกชนหาดใหญ่ เผยธุรกิจฟื้นตัวล่าช้า รายได้เทศกาลปีใหม่วูบ คาดตรุษจีน-สงกรานต์ 2569 หลุดเป้าพันล้าน จี้รัฐเร่งอัดซอฟต์โลน ระดมจัดอีเวนต์โปรโมตต่างประเทศ เรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวมาเลย์-สิงคโปร์-อินโดฯ
ดร.สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เปิดเผยกับประชาชาติธุรกิจ ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังอยู่ในสภาวะชะลอตัว จากผลกระทบมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ 2568 แม้บางส่วนจะยังมีศักยภาพในการฟื้นตัว แต่หลายภาคส่วนยังไม่สามารถกลับมาได้ตามปกติ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก
ปัจจุบันการฟื้นฟูในกลุ่มที่พักและโรงแรมมีความคืบหน้ากว่า 50% ขณะที่ด้านการค้า โดยเฉพาะร้านอาหารและร้านค้าของฝาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว สามารถฟื้นตัวได้เพียง 20% โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ยังประสบปัญหาสภาพคล่อง ทำให้ไม่สามารถฟื้นกิจการได้ในระยะนี้
ส่งผลให้เป้าหมายด้านการท่องเที่ยวในปี 2569 โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญมีแนวโน้มหลุดเป้าอย่างหนัก โดยเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาพบว่านักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เข้ามาน้อยกว่าเป้าไม่ถึง 50% สร้างรายได้เพียง 300 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่มีนักท่องเที่ยวเข้าพักเต็มโรงแรมกว่า 200 แห่ง และมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
สำหรับมาตรการฟื้นฟูจากภาครัฐที่จำเป็นต้องทำอย่างเร่งด่วน เช่น การปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลนดอกเบี้ยพิเศษระยะเวลา 5 ปี โครงการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยหนี้เดิมอย่างน้อย 1 ปี รวมถึงการงดหรือผ่อนปรนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถตั้งหลักได้ก่อน หากไม่มีมาตรการเหล่านี้ การฟื้นฟูหาดใหญ่จะทำได้ยากและขาดศักยภาพในการเดินหน้าต่อ

ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรเร่งเดินหน้าแผนประชาสัมพันธ์และการตลาดท่องเที่ยวโดยด่วน โดยเฉพาะการสื่อสารไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นผ่านกิจกรรมอีเวนต์เพื่อจูงใจนักท่องเที่ยว ซึ่งจำเป็นต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่ขณะนี้
โดยเฉพาะในภาวะปกติที่เศรษฐกิจท่องเที่ยวขยายตัวดี หาดใหญ่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเฉลี่ย 200,000-300,000 คนต่อเดือน สร้างเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 1,000-1,500 ล้านบาทต่อเดือน
สำหรับเทศกาลตรุษจีน ปี 2568 เคยสร้างเงินสะพัดกว่า 500 ล้านบาท แต่ในปี 2569 ประเมินว่าจะทำได้เพียงราว 50% เท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีโครงการหรือกิจกรรมอีเวนต์ออกมาเป็นรูปธรรม ขณะที่เทศกาลสงกรานต์ เป็นเทศกาลยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย ที่เคยสร้างรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท ก็มีความเสี่ยงไม่ถึงเป้าเช่นกัน

นายสิทธิพงศ์กล่าวต่อว่า สาเหตุที่การฟื้นฟูเมืองเป็นไปอย่างล่าช้า ส่วนหนึ่งเกิดจากสุญญากาศทางการเมือง หลังรัฐบาลประกาศยุบสภา ส่งผลให้รัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ ทำให้แผนฟื้นฟูหาดใหญ่ รวมถึงแผนป้องกันน้ำท่วม ซึ่งภาคเอกชนได้หารือและเสนอไปก่อนหน้านี้ ไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ยังขาดการสร้างความเชื่อมั่นผ่านนโยบายและมาตรการที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะแผนป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ หากรัฐบาลใหม่ไม่เร่งดำเนินการ จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างรุนแรง และส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในระยะยาว ซึ่งการฟื้นฟูหาดใหญ่จะเกิดสุญญากาศไปจนถึงตรุษจีนและสงกรานต์ หรือจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ
“ขณะนี้เพียงแค่มีข่าวมรสุมฝน นักท่องเที่ยวหลักจากมาเลเซียและสิงคโปร์ก็เริ่มชะลอการเดินทางแล้ว ถือว่าเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว” นายสิทธิพงศ์กล่าวทิ้งท้าย
