ผู้ประกอบการลานเทปาล์มกระบี่ อ่วมรัฐบังคับซื้อแพงเกินจริง วอน ‘ศุภจี’ ยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออก ลั่นแบกภาระขาดทุนไม่ไหว ชี้กรมการค้าภายในกำลังหาแพะรับบาป ขณะที่สมาคมปาล์มตรัง อัดรัฐแก้ปัญหารายวัน ทำราคาร่วงต่อเนื่อง ท้าลงพื้นที่รับฟังปัญหาโดยตรง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดกระบี่ ว่าจากมาตรการการควบคุมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นนโยบายมาตรการบังคับใช้ในการส่งออกน้ำมันปาล์มไปยังต่างประเทศ โดยกรมการค้าภายในมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการอุ้มราคาพืชผลทางการเกษตรที่มีราคาดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง โดยออกประกาศเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลบังคับใช้ระยะเวลา 1 ปีเต็ม
เนื่องจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้ภาครัฐต้องกักตุนน้ำมันปาล์มเพื่อผลิตเป็นส่วนผสมน้ำมันดีเซล ชนิด B5-B10 และ B20 เพิ่ม จนเกิดความโกลาหลในการซื้อขายจริงตามท้องตลาด ทำให้ราคาซื้อจริงก่อนประกาศ จาก 8.7-9 บาทต่อกิโลกรัม ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันราคาอยู่ที่ 6.7 บาท และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ผู้ประกอบการเรียกร้องให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ทบทวนและประกาศให้ยกเลิกมาตรการดังกล่าวด้วย เนื่องจากมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการลานเท และชาวสวนปาล์มอย่างหนัก
ที่ลานเทปาล์มใน ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ นายพิษณุ สุรัสวดี ประธานชมรมผู้ประกอบการลานเทปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ กล่าวถึงมาตรการดังกล่าวว่า กรมการค้าภายในได้ออกมาตรการบังคับซื้อปาล์มน้ำมันจากชาวสวนกิโลกรัมละ 7.9 บาท โดยอ้างว่าโรงงานสังกัดและลานเทที่รับซื้อตามชุมชน กดราคาเกษตรกร
นายพิษณุได้ชี้แจงราคา CPO เป็นตัวตั้ง ซึ่งเป็นดัชนีสำคัญที่กำหนดราคารับซื้อผลปาล์มสดจากเกษตรกร คำนวณตามเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% ราคา CPO จะอยู่ที่ 39-40.25 จะทำให้ราปัจจุบันต้องอยู่ที่ 6.8-7.10 บาท แต่กรมการค้าภายในบังคับให้ผู้ประกอบการซื้อในราคา 7.90 บาท ซึ่งเป็นราคาแพงเกินจริง ทางผู้ประกอบการภาคเอกชนไม่สามารถซื้อในราคานี้ได้
ตัวแปรที่สำคัญต้องไปดูที่โรงกลั่น (Refinery) ซึ่งเป็นคนกำหนดราคา CPO ถ้าจะให้รับซื้อในราคา 7.90 บาท CPO ต้องอยู่ที่ 44-45 ต่อกิโลกรัม ทางกรมการค้าภายในกำลังหาแพะรับบาปในการออกมาตรการในครั้งนี้ โดยโยนความผิดไปให้ลานเทและโรงงานสกัด
จึงขอฝากไปถึงรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และอธิบดีกรมการค้าภายใน ให้ทบทวนพิจารณายกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกปาล์มน้ำมันระยะเวลา 1 ปี ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันทั้งระบบ ตั้งแต่โรงงานสกัด ลานเทรับซื้อ และชาวสวนปาล์ม
“ถ้ายังสถานการณ์โดนบีบบังคับจากภาครัฐต่อไป ผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่ จ.กระบี่ และภาคใต้ จะพิจารณางดรับซื้อปาล์มน้ำมันเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย หลังจากถูกบังคับให้ซื้อในราคา 7.90 บาทต่อกิโลกรัม แต่ผู้ประกอบการนำไปขายได้แค่ 7.10 บาท ส่งผลให้แบกภาระขาดทุนไม่ไหว”
ขณะที่มติชนรายงานว่า ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน นำโดย นายชัยวัฒน์ โภคาวัฒนา นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง นายฉัตรชัย รัตวิวัฒนาพงศ์ รองนายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.ตรัง และเกษตรกร รวมแถลงข่าวผลกระทบจากการบริหารราคาสินค้าเกษตรปาล์มน้ำมันของรัฐบาล ภายหลังกระทรวงพาณิชย์มีคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ หากจะส่งออกจะต้องขออนุญาตเป็นครั้งคราวเพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแพง ส่งผลให้ราคาปาล์มทะลายของเกษตรกรตกลงรายวัน และล่าสุดยังมีคำสั่งบังคับให้ลานเทซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ 7.90 บาท ในขณะที่ราคาหน้าโรงงานลดลงรายวัน
นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่จังหวัดตรัง เพื่อรับฟังปัญหาจากเกษตรกรชาวสวนปาล์มโดยตรง พร้อมนัดเครือข่ายชาวสวนปาล์มจากหลายจังหวัดในภาคใต้มารอพบเพื่อให้ข้อมูลรอบด้าน หลังมีกระแสข่าวว่า รมต.จะลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีพบกับผู้ประกอบการโรงงาน
ยืนยันว่ารัฐเป็นต้นเหตุให้ราคาปาล์มตกต่ำ หลังมีนโยบายออกมารายวัน ตั้งแต่การห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ทำให้ราคาปาล์มที่เคยอยู่ที่กิโลกรัมละ 8.90 บาท เหลือ 6.20 บาท หรือลงมาแล้วกว่าร้อยละ 31 ขณะที่น้ำมันปาล์มดิบราคาลดลงเพียงร้อยละ 5 ซึ่งสวนทางกัน เข้าใจว่ารัฐต้องการกดราคาน้ำมันปาล์มขวด ที่เป็นสินค้าควบคุม จึงมากดราคาผลผลิตปาล์มของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน สวนทางกับราคาในตลาดโลก เกษตรกรต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงมากทั้งราคาปุ๋ย ปัจจัยการผลิตต่าง ๆ
นายชัยวัฒน์กล่าวว่า สิ่งที่เกษตรกรเสนอไปนั้นไม่เคยได้รับการแก้ไข ล่าสุด มีการกำหนดให้ลานเทซื้อที่กิโลกรัมละ 7.90 บาท ขณะที่ราคาหน้าโรงงานตกลงทุกวัน นอกจากนั้น จากนโยบายห้ามการส่งออก เพื่อไปเพิ่มในสัดส่วนไบโอดีเซล แต่การจัดการสมดุลด้านราคาไม่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรยังคาดการณ์ว่าเดือนเมษายน 2569 จะมีผลผลิตออกมาประมาณ 2.44 ล้านตัน
คิดเป็นน้ำมัน CPO ประมาณ 4.4 แสนตัน ขณะที่การกินใช้ในประเทศ และการนำไปผลิตไบโอดีเซล รวมกันประมาณ 2.24 แสนตันต่อเดือน ส่งออกแค่ 2 แสนตัน แล้วพอมีคำสั่งแบบนี้จะทำให้สต๊อกน้ำมันบวมขึ้นอีกประมาณ 2 แสนกว่าตันจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ดังนั้นรัฐบาลจะต้องเร่งแก้ปัญหา ซึ่งในวันที่ 22 เมษายนนี้ ทางเครือข่ายปาล์มน้ำมันทั่วประเทศจะส่งตัวแทนเข้าพบนางศุภจี เพื่อติดตามการแก้ปัญหาต่อไป
ด้านนางอภิญญา วงศ์วิวัฒน์ เจ้าของลานเทวงศ์วิวัฒน์ จังหวัดตรัง กล่าวว่า ที่รัฐสั่งการให้ลานเทรับซื้อผลผลิตปาล์มที่กิโลกรัมละ 7.90 บาท ไม่ทราบว่า คนสั่งการรับฟังข้อมูลอะไรมาสั่งการแบบนี้ เพราะลานเทเป็นแค่คนกลางไม่ใช่โรงงานสกัด ซื้อมาก็ขายต่อไปโรงงาน โรงงานเป็นคนกำหนดราคารับซื้อ ตอนนี้โรงงานรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 6 บาทกว่า และให้ลานเทรับซื้อที่กิโลกรัมละ 6.20-6.30 บาท หากลานเทรับซื้อที่กิโลกรัมละ 7.90 บาท จะให้ลานเทเอาผลผลิตไปขายที่ไหน หรือกรมการค้าภายในจะรับซื้อเอง จะได้เอาไปขายให้
“การกำหนดราคาต้องทำแผนให้ชัดเจนว่าจะให้ไปขายที่ไหน ตอนนี้ราคาปาล์มตกลงรายวันนับตั้งแต่รัฐมีนโยบายห้ามส่งออกมาจนถึงตอนนี้ โดยโรงงานเป็นคนกำหนดราคารับซื้อของแต่ละวัน ลานเทบวกค่าบริหารจัดการค่าขนส่งเพียงประมาณกิโลกรัมละ 20-30 สตางค์เท่านั้น และตอนนี้ผลผลิตก็ยังออกน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน และแนวโน้มราคายังลดลงอีก คาดว่าอีกประมาณ 2-3 วัน ราคาคงลงไปถึง 5 บาท ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนแน่นอน” นางอภิญญากล่าว