นายกฯ สั่งเร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ กำชับพาณิชย์ปิดประเด็นค้าง-ปกป้องส่งออกไทย ก่อนอัตราภาษีปัจจุบันจะสิ้นสุดลงช่วง 24 ก.ค.นี้
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐอเมริกาให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เห็นว่าขณะนี้สหรัฐฯ ได้สรุปข้อตกลงกับหลายประเทศแล้ว ทั้งในอาเซียน และประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ทำให้ไทยมีเวลาในการต่อรองไม่มากนักจึงมอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการเจรจา ก่อนอัตราภาษีปัจจุบันจะสิ้นสุดลง ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงวันที่ 24 ก.ค. นี้
น.ส.รัชดา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเฉพาะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ภาคส่งออก ผู้ประกอบการ เกษตรกร และแรงงานไทยทั้งระบบ นายกรัฐมนตรีจึงกำชับให้ทำงานแบบเร่งรัด แต่ต้องรอบคอบ ยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก
สำหรับความคืบหน้าการดำเนินล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 นางศุภจีได้เป็นประธานการประชุมคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้าสหรัฐอเมริกา ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนการค้าไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 เพื่อขับเคลื่อนการเจรจามาตรการภาษีกับสหรัฐฯ และปกป้องสิทธิประโยชน์ของประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการไทย
โดยที่ประชุมได้กำหนดทิศทางการเจรจาประเด็นที่ยังติดขัดภายใต้ความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ หรือ ART โดยให้ทุกหน่วยงานร่วมกันหาทางออกและข้อเสนอที่สร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ และเร่งสรุปผลก่อนการประกาศผลไต่สวนตามมาตรา 301 ของสหรัฐ
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3–5 พ.ค. 2569 นางศุภจีได้หารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี โดยฝ่ายสหรัฐฯ แสดงท่าทีชัดว่าต้องการให้ไทยเร่งสรุป ART และเห็นถึงความจริงใจของไทยในการปรับสมดุลทางการค้า ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เจรจาต่อเนื่องทั้งระดับนโยบายและระดับเทคนิค
“รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ไทยเสียจังหวะในการค้าโลก นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยเร่งทำงาน เพื่อให้การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปที่รักษาผลประโยชน์ประเทศให้มากที่สุด” น.ส.รัชดา กล่าว