‘ศุภจี’ มั่นใจส่งออกปีนี้บวก จี้ทูตพาณิชย์ทำงานเชิงรุก
ศุภจีมั่นใจส่งออกไทยปี 2569 ปิดบวก แม้ครึ่งปีหลังเผชิญความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีสหรัฐและเศรษฐกิจโลก พร้อมใช้ยุทธศาสตร์เชิงรุก ปรับบทบาททูตพาณิชย์ทั่วโลก ดันสินค้าเกษตรฟื้น หลังติดลบต่อเนื่อง ชูผลงานทุเรียนถึง พ.ค.ส่งออกได้แล้วแสนล้าน ทั้งที่ปีนี้ผลผลิตเพิ่มกว่า 30%
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า แม้ช่วงครึ่งปีหลังจะยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แต่ยังเชื่อว่าการส่งออกทั้งปี 2569 จะสามารถปิดในแดนบวกได้ โดยในไตรมาสแรกส่งออกขยายตัว 23% และช่วง 5 เดือนแรกของปี (มกราคม-พฤษภาคม) ขยายตัว 17% ส่งผลให้ทั้งปีมีโอกาสเติบโตในระดับเลขหลักเดียว (Single Digit) แม้ช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายอาจชะลอลงก็ตาม ด้านการนำเข้า ช่วง 5 เดือนแรกยังขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการผลิตและการลงทุน โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกในระยะถัดไป แม้จะส่งผลให้ดุลการค้าอาจผันผวนในบางช่วง แต่ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม
นางศุภจีกล่าวว่า เดิมกระทรวงพาณิชย์ประเมินการส่งออกไว้ 3 ฉากทัศน์ ได้แก่ กรณีฐานที่มูลค่าส่งออกทรงตัวจากปีก่อน กรณีดีที่สุดขยายตัว 1% และกรณีแย่ที่สุดติดลบ 1% แต่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงจากหลายปัจจัย ทั้งมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐที่ปรับมาใช้ภายใต้มาตรา 122 ซึ่งจัดเก็บภาษีในอัตรา 10% ทำให้ผู้ส่งออกไทยเร่งส่งมอบสินค้า (Front Load) ขณะเดียวกันยังต้องติดตามความคืบหน้ามาตรการภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐ ซึ่งยังไม่สิ้นสุดการพิจารณา
สำหรับยุทธศาสตร์รองรับการส่งออกครึ่งปีหลัง กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับรูปแบบการทำงาน โดยกำหนดบทบาทและตัวชี้วัด (KPI) ใหม่ให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก เน้นทำงานเชิงรุก (Proactive) มากขึ้น ไม่เพียงผลักดันการส่งออกสินค้า แต่รวมถึงภาคบริการ พร้อมติดตามความต้องการของแต่ละตลาดและเชื่อมโยงข้อมูลกลับมายังส่วนกลาง เพื่อแก้ปัญหาก่อนเกิดผลกระทบ หนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือ การบริหารตลาดทุเรียน หลังประเมินตั้งแต่ต้นปีว่าปริมาณผลผลิตจะเพิ่มขึ้นกว่า 30% หรือประมาณ 2.07 ล้านตัน กระทรวงพาณิชย์จึงตั้งเป้ามูลค่าส่งออกทุเรียนปีนี้ไว้ที่ 179,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีมูลค่า 148,000 ล้านบาท พร้อมกระจายเป้าหมายไปยังทูตพาณิชย์ทุกแห่ง และเร่งทำตลาดเชิงรุกในพื้นที่ใหม่ โดยเฉพาะจีนฝั่งตะวันตก เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดิมที่กระจุกตัวอยู่ทางตะวันออก รวมถึงประสานการอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์และด่านชายแดนเพื่อเร่งการส่งออก
นางศุภจีกล่าวว่า ผลจากการดำเนินงานเชิงรุก ทำให้มูลค่าการส่งออกทุเรียนถึงเดือนพฤษภาคมทำได้แล้วกว่า 100,000 ล้านบาท และยังเหลือระยะเวลาครึ่งปีหลังในการผลักดันให้บรรลุเป้าหมาย ขณะเดียวกันสินค้าเกษตรโดยรวมเริ่มฟื้นตัว หลังติดลบต่อเนื่องมาหลายปี โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีติดลบเพียง 0.1% จากเดือนเมษายนที่ขยายตัว 17.9% และเดือนพฤษภาคมขยายตัว 5.1% สะท้อนแนวโน้มที่เริ่มกลับมาเป็นขาขึ้น
อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้ากระจายตลาด ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป พร้อมใช้การทำงานเชิงรุกของทูตพาณิชย์ การเจรจาการค้า และการเปิดตลาดใหม่ เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ควบคู่กับการติดตามสถานการณ์นำเข้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ดุลการค้าและเศรษฐกิจโดยรวมเติบโตอย่างสมดุล ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง