เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘บิ๊กคาเมร่า’ ทุ่มปลุกตลาดกล้อง ลุ้นท่องเที่ยวหนุนดีมานด์โค้งท้าย
Business ‘บิ๊กคาเมร่า’ ทุ่มปลุกตลาดกล้อง ลุ้นท่องเที่ยวหนุนดีมานด์โค้งท้าย
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
รถไฟปล่อยขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “วันปิยมหาราช” ตั๋วเต็มทุกที่นั่ง ชูไฮไลต์พ่วง “รถไฟสุดขอบฟ้า” ครั้งแรก
Economic รถไฟปล่อยขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “วันปิยมหาราช” ตั๋วเต็มทุกที่นั่ง ชูไฮไลต์พ่วง “รถไฟสุดขอบฟ้า” ครั้งแรก
ธ.ก.ส. เคลื่อนสู่ปีที่ 60 ปรับโฉมมาสคอตน้องหอมจังลุคใหม่ สื่อความทันสมัย
Finance ธ.ก.ส. เคลื่อนสู่ปีที่ 60 ปรับโฉมมาสคอตน้องหอมจังลุคใหม่ สื่อความทันสมัย
ออมสิน เร่งโอนเงินเยียวยาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมรอบใหม่
Finance ออมสิน เร่งโอนเงินเยียวยาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมรอบใหม่
เอกนิติ สั่งเบรกเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หวั่นซ้ำเติมบรรยากาศท่องเที่ยว-สายการบิน
Economic เอกนิติ สั่งเบรกเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หวั่นซ้ำเติมบรรยากาศท่องเที่ยว-สายการบิน
ประเทศไทยมี ‘iPhone Duo’ แล้ว สาวกแอปเปิลต่อคิวรับเครื่องคึกคัก
Tech ประเทศไทยมี ‘iPhone Duo’ แล้ว สาวกแอปเปิลต่อคิวรับเครื่องคึกคัก
ทองดิ่งหนักจ่อหลุด 4,000 เหรียญ ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน น้ำมันพุ่ง “ทรัมป์” ปัดเจรจาอิหร่าน
Finance ทองดิ่งหนักจ่อหลุด 4,000 เหรียญ ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน น้ำมันพุ่ง “ทรัมป์” ปัดเจรจาอิหร่าน
วิจัยกสิกรไทย ส่องงบฯ แบงก์ ชี้การเติบโตยังระมัดระวัง สินเชื่อ “SMEs-รายย่อย” ยังอ่อนแอ
Finance วิจัยกสิกรไทย ส่องงบฯ แบงก์ ชี้การเติบโตยังระมัดระวัง สินเชื่อ “SMEs-รายย่อย” ยังอ่อนแอ
ภราดร ยันสัปดาห์หน้ายังไม่มีซักฟอก รอเจรจาเลื่อนเป็น พ.ย.-ธ.ค.หรือไม่
Politics ภราดร ยันสัปดาห์หน้ายังไม่มีซักฟอก รอเจรจาเลื่อนเป็น พ.ย.-ธ.ค.หรือไม่
ดูทั้งหมด

“อรมน” ยกเครื่องหลักสูตรพัฒนาผู้ประกอบการ สอดรับเศรษฐกิจโลก

02 ก.ย. 2568 | 11:17น.

อรมน ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการให้บริการโลจิสติกส์ไทย ณ สถานประกอบการ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะทุกด้าน เพื่อพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีระบบการบริหารจัดการเทียบเท่าสากล โดยเฉพาะการนำระบบ AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยบริหารจัดการธุรกิจ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตลอดเดือนกันยายน 2568 นี้ จะลงพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับฟังข้อเสนอแนะผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนของกรม 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อนำข้อเสนอแนะที่ได้รับมาดำเนินการตามความต้องการและให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจได้อย่างตรงจุด ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย ‘พาณิชย์พึ่งได้’ ของกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการให้หน่วยงานภายในกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการแขนงต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลเชิงบวกต่อภาพรวมของประเทศ

วันนี้ (วันที่ 1 กันยายน 2568) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ บริษัท ดับบลิวซี.ภาคิน จำกัด อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะด้านต่าง ๆ รวมทั้ง ประเด็นปัญหาที่ภาคธุรกิจกำลังเผชิญอยู่และต้องการให้ภาครัฐให้ความช่วยเหลือ กับ นางสาวรุ้งจิรา วงศ์ใจ กรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหารของบริษัท

จากการพูดคุย พบว่า ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์กำลังเผชิญท้าทายหลากหลายด้าน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค ยิ่งในปัจจุบันที่เศรษฐกิจมีการผันผวนตลอดเวลา ทำให้ธุรกิจมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงมากขึ้น โดยความท้าทายที่ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ต้องเผชิญและเร่งรับมือ ได้แก่

1) ด้านบุคลากร/แรงงาน ที่ปัจจุบันยังขาดบุคลากรที่เชี่ยวชาญและมีความรู้ความเข้าใจด้านโลจิสติกส์โดยตรง และขาดการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยบริหารจัดการธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันภาคธุรกิจมีแนวโน้มที่จะลงทุนด้านการพัฒนาคน การ Upskill บุคลากรในองค์กร และสร้างระบบงานที่เป็นมาตรฐาน รองรับการเติบโตของธุรกิจมากขึ้น

2) ด้านระบบการจัดการข้อมูล ด้วยปัจจุบันผู้ประกอบการบางแห่งยังมีการทำงานแบบ Manual ทำให้มีความเสี่ยงด้านความถูกต้องของข้อมูล เช่น การติดต่อประสานงาน ความล่าช้า และไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีเท่าที่ควร ซึ่งผู้ประกอบการให้ความสำคัญต่อการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการด้านนี้ โดยต้องการนำระบบ TMS (Transportation Management System) ซึ่งเป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ธุรกิจจัดการกระบวนการขนส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การวางแผนเส้นทาง จัดตารางเวลา ติดตามสถานะการจัดส่งแบบเรียลไทม์ จัดการเอกสาร ไปจนถึงการคำนวณต้นทุนและชำระเงิน โดยมีเป้าหมายหลักคือการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำในการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์มาใช้ รวมถึงการนำมาตรฐาน ISO มาสร้างระบบและฐานข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็วต่อการใช้งาน และสามารถตรวจสอบกลับได้ ทั้งในมุมของการวิเคราะห์ และวางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ

3) ความผันผวนด้านต้นทุนการขนส่ง ที่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นพลังงานขับเคลื่อนเป็นหลัก ซึ่งมีความไม่เสถียร และไม่แน่นอน ผู้ประกอบการจึงต้องปรับกลยุทธ์ด้านการบริหารต้นทุน และสร้างมาตรฐานการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น วางแผนเส้นทาง ปรับกระบวนการการขนส่ง การติดตามผลงาน KPI ด้านการขนส่งเพื่อให้คุ้มค่าต่อการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้ลงทุน

3 ข้อที่กล่าวมา เป็นความท้าทายหลักที่ผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ต้องเผชิญ จึงต้องการรับการสนับสนุนและช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อลดทอนปัญหาที่เกิดขึ้น ได้แก่ สนับสนุนหลักสูตรอบรมพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ที่มีความทันสมัย เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในแวดวงธุรกิจ มีระบบการบริหารจัดการธุรกิจที่เทียบเท่าสากล และกิจกรรมส่งเสริมด้านการตลาดที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้บุคลากรในองค์กรมีความรู้เฉพาะทางและส่งเสริมให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่ง สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

อีกประการหนึ่ง คือต้องใช้เงินทุนในการปรับปรุงพัฒนาระบบการบริหารจัดการและนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมระบบทำงานให้มีประสิทธิภาพและลดต้นทุนในภาพรวม พัฒนาระบบการให้บริการที่มีความคล่องตัวและทันสมัย รวมถึง ช่วยเสริมสภาพคล่องและเป็นทุนหมุนเวียนในสถานประกอบการ จึงต้องการให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนหาแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินต่อได้อย่างมั่นคง

กรมยินดีรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะด้านต่าง ๆ จากผู้ประกอบการ และพร้อมนำคำร้องขอมาจัดทำแผนให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม เบื้องต้น กรมจะประสานความร่วมมือกับสถาบันการเงินในการพิจารณาให้สินเชื่ออัตราพิเศษแก่สถานประกอบการ พร้อมทั้งจับมือกับหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องและสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนวิชาโลจิสติกส์มาช่วยปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมพัฒนาองค์ความรู้ผู้ประกอบการให้บริการโลจิสติกส์ของไทยให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้ด้วยความมั่นใจ โดยเฉพาะการนำระบบ AI และเทคโนโลยีที่สมัยใหม่มาช่วยบริหารจัดการธุรกิจ รวมทั้ง ปัจจัยสนับสนุนด้านต่าง ๆ ที่จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจโลจิสติกส์อยู่รอดบนเส้นทางธุรกิจ และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้มีการเติบโตระยะยาว

บริษัท ดับบลิวซี.ภาคิน จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งตั้งแต่ปี 2562 เป็นธุรกิจขนาดกลางที่ให้บริการด้านการขนส่งและกระจายสินค้าด้วยรถขนส่งตู้เย็นและตู้ทึบขนาด 4 ล้อ 6 ล้อ และ 10 ล้อ ให้บริการจัดส่งสินค้าทั่วราชอาณาจักรทั้งแบบ Home Delivery ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล แบบเหมาวัน เหมาเที่ยว เหมารายเดือน หรือแบบงานโครงการ ปัจจุบันมีกำลังการขนส่งมากกว่า 230 คัน สามารถติดตามการเดินรถได้แบบ Real-Time ด้วยระบบติดตามการเดินรถ GPS ตลอดจนรายงานการควบคุมอุณหภูมิ

นอกจากนี้ ยังเคยเข้ารับการพัฒนาธุรกิจกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าใน *หลักสูตรยกระดับความเชื่อมั่นธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ด้วยมาตรฐานสากล ปี 2566 และ *หลักสูตรเพิ่มศักยภาพโลจิสติกส์ไทยด้วย Data Analytics โดยการใช้ MS Power ปี 2566

ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568) มีนิติบุคคลให้บริการโลจิสติกส์จำนวน 36,868 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 503,431.17 ล้านบาท ในปี 2567 สามารถสร้างรายได้รวมอยู่ที่ 1,438,832 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5.84% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2566 (1,650,919 ล้านบาท) ขณะที่ในจังหวัดปทุมธานีมีนิติบุคคลให้บริการโลจิสติกส์ จำนวน 1,820 ราย ทุนจดทะเบียน 14,374 ล้านบาท โดยจำนวนธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในจังหวัดปทุมธานี คิดเป็น 2.8% จากจำนวนธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ทั่วประเทศ