Skip to content

สมอ.เดินหน้าบี้สินค้าทะลักไทย หนักใจ ‘กองทัพมด’ แอบขนผ่านชายแดน

05 ก.ย. 2568 | 08:44น.
สมอ.เดินหน้าบี้สินค้าทะลักไทย หนักใจ ‘กองทัพมด’ แอบขนผ่านชายแดน

การเมืองพลิกผัน รัฐบาลเกิดสภาพสุญญากาศ แต่ สมอ.ยังเดินหน้าปราบสินค้าเถื่อนทะลักไทย ยึดนโยบาย “เอกนัฏ” ไล่บี้ทุกทาง ยอมรับ “กองทัพมด” ขนผ่านชายแดนน่าห่วงสุด ขณะที่ จนท.กรมศุลมีน้อย ตรวจได้ไม่ทั่วถึง ทำให้เอกชนยอมเสี่ยงสำแดงเท็จ เผยสถิติ “ทีมสุดซอย” ไม่ถึงปีไล่จับแล้ว 51 ครั้ง 37 ราย ส่วนใหญ่เป็นเหล็ก ยางล้อ ปลั๊ก สายไฟ

แม้ว่าสถานการณ์การเมืองจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น นายกรัฐมนตรีพ้นสภาพตามคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ มีผลให้ ครม.กลายเป็น ครม.รักษาการ เกิดสภาวะสุญญากาศทางการเมือง แต่ภารกิจของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม รวมถึงนโยบายต่าง ๆ ที่ได้เคยสั่งการไว้ ซึ่งมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รับหน้าที่สำคัญในการตอบรับนโยบายและสั่งการให้กับทุกกรมเพื่อดำเนินการปฏิบัติ โดยไม่ให้หยุดภารกิจใด ๆ โดยเฉพาะการเร่งมาตรการสกัดสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และที่คาดว่าจะไหลทะลักเข้ามายังประเทศไทย หลังจากหลายประเทศถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงจากสหรัฐ

แหล่งข่าวกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งกำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2568 นี้ โดยมีนายเอกนิติ รมยานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมอ.แทนในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นั้นจะยังคงใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือกับการไหลทะลักเข้ามาของสินค้า เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนจะมีวิกฤตภาษีทรัมป์เข้ามา

โดย สมอ.พบว่ามีทั้งที่มีใบอนุญาตเข้ามาแข่งขันดัมพ์ราคาในประเทศ และส่วนที่เป็นสินค้าเถื่อน สมอ.ตั้งมาตรการสกัดสินค้าเหล่านี้มาโดยตลอด แต่เมื่อกำลังพลของราชการที่ไม่เคยเพียงพอ หน้าด่านแรกที่ท่าเรือ ศุลกากรจึงไม่สามารถตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ได้ครบ 100% ช่องโหว่ตรงนี้ทำให้เหล่าบรรดาผู้นำเข้ากล้าที่จะเสี่ยงส่งสินค้าเข้ามาหลุดรอดบ้างถูกจับได้บ้าง และอีกเส้นทางของการหลบเลี่ยงจากพิกัดศุลกากร โดยการสำแดงเท็จ ทำให้สินค้าไหลเข้ามาล้นตลาด นี่ยังไม่รวมกับกองทัพมดจากแถบชายแดน

สำหรับมาตรการ สมอ.ได้นำออกมาใช้คือ 1.การกำหนดมาตรฐานบังคับให้ได้มากที่สุด ซึ่งมันจะส่งผลให้มีพิกัดศุลกากรเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย 2.ปรับลดเกณฑ์ขั้นต่ำของจำนวนการนำเข้าสินค้าที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการจำหน่าย 3.บังคับใช้ พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ในเขต Free Zone 4.ใช้ระบบ AI ตรวจควบคุมการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ แน่นอนว่ามาตรการเหล่านี้จะสำเร็จหรือไม่ ส่วนหนึ่ง สมอ.ยังต้องใช้มาตรการเชิงรุกเรียกตัวแทนบริษัทนำเข้า-ส่งออก บริษัทชิปปิ้ง รวมถึงร้านค้า ผู้ค้าออนไลน์รายใหญ่ในตลาดเข้าชี้แจงรับทราบนโยบาย

ในขณะที่ทีมสุดซอยที่ถูกตั้งขึ้นมาภายใต้คำสั่งของนายเอกนัฏ โดยมีนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เป็นหัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าคณะตรวจการณ์สุดซอย หรือทีมสุดซอยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายว่าจะมีการนำเข้าและผลิตสินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาต ปลายทางตรงนี้แม้จะไม่ได้เป็นการสกัดและแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่การดำเนินการในส่วนนี้ทำให้สามารถสาวถึงต้นทางและต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นได้

ซึ่งหากนับตั้งแต่วันเริ่มภารกิจ ช่วงระหว่างพฤศจิกายน 2567-สิงหาคม 2568 (อัพเดตถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2568) การดำเนินการทางกฎหมายที่ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้นจำนวน 37 ราย รวม 51 ครั้ง ส่วนใหญ่พบเป็นธุรกิจจากต่างชาติถึง 14 ราย รองลงมาเป็นทุนไทย และร่วมทุนกับต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นเหล็ก ยางล้อ และอุปกรณ์สายไฟ ปลั๊ก

แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า สถิติทั้งหมดที่เปิดเผยจาก สมอ.เป็นเพียงแค่กลุ่มตัวอย่าง และการตรวจค้นแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้น ซึ่งยังไม่รวมไปถึงผลกระทบจากภาษีทรัมป์ ที่เชื่อว่าจะมีสินค้าอีกหลายประเภทและจำนวนมากไหลเข้าไทยอีก การสกัดด้วยมาตรฐาน มอก.อาจจะใช้ได้กับสินค้าเถื่อน แต่กับสินค้าที่มีมาตรฐาน เราจะสกัดด้วยวิธีใด แม้ว่าจะมีการคิดถึงเรื่องการกำหนดโควตานำเข้า หรือจำกัดสัดส่วนปริมาณนำเข้าก็ตาม แต่ พ.ร.บ.สมอ.ไม่มีอำนาจ

โดยหน่วยงานที่มีอำนาจในการกำหนดโควตาการนำเข้าคือกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศสามารถออกมาตรการกำหนดโควตา กำหนดมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD) เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ และผู้บริโภคคนไทย อย่างไรก็ตาม การออกมาตรการต่าง ๆ อาจถูกมองว่าประเทศไทยมีการกีดกันทางการค้า หรือเอกชนผู้นำเข้าที่ได้รับผลกระทบอาจมองว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม มีความได้เปรียบเสียเปรียบเกิดขึ้นได้ แต่ถึงกระนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่เช่นนั้นอุตสาหกรรมไทยจะประสบปัญหาถึงขั้นล้มทั้งยืน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาเอกชนได้หารือกับทางภาครัฐมาโดยตลอด เนื่องจากมีความกังวลต่อสินค้าที่จะทะลักเข้ามาไทยมากขึ้น เพราะตั้งแต่ช่วงที่เกิดสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ รอบแรกหรือเทรดวอร์ สินค้าจีนเข้ามาไทยกระทบไปถึง 23 อุตสาหกรรม บางอุตสาหกรรมช่วยได้ทันด้วยมาตรการที่รัฐใช้ แต่บางอุตสาหกรรมรับมือไม่ทันเกิดการทุ่มตลาด แข่งราคา มีทั้งที่มาแบบมีคุณภาพและไม่มีคุณภาพ

ซึ่งเอกชนยังต้องการให้ภาครัฐกล้าที่จะใช้กฎหมายที่รุนแรงมาใช้ อย่างมาตรการเซฟการ์ด (Safeguard Measure : SG) จำกัดการนำเข้าสินค้าบางประเภทเป็นการชั่วคราว เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศที่กำลังเผชิญความเสียหายหรือมีแนวโน้มจะได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นเกินปกติ