‘อรรถพล’ ลุย Quick Big Win ยันไม่ขึ้นค่าไฟงวดหน้า เริ่มลดน้ำมัน 50 สต.พรุ่งนี้
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์
‘อรรถพล’ รมว.พลังงานเดินหน้า Quick Big Win เผย 4 เดือนนี้ตรึงราคาน้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม เริ่มพรุ่งนี้ลดน้ำมัน 50 สต. ให้คำมั่นค่าไฟงวดแรกปี’69 ตรึงต่อ-แย้มอาจมีลด ด้านโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์-ลดหย่อนภาษีไม่เกิน 2 แสน เร่งให้เสร็จภายในปีนี้
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นโยบายของกระทรวงพลังงานคือการดูแลพี่น้องประชาชนเพื่อไม่ให้ราคาพลังงานเป็นภาระของประชาชน โดยการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลง 50 สตางค์ต่อลิตร รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันปรับลดราคาเบนซินลงด้วย 50 สตางค์ต่อลิตรด้วย ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการน้ำมันลดเหลือ 31.44 บาทต่อลิตร (จากเดิม 31.94 บาท/ลิตร)
นอกจากนี้ได้มีความร่วมมือกับบริษัทน้ำมันในการปรับลดราคากลุ่มเบนซินทุกชนิดลดลง 50 สตางค์ต่อลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (4 ตุลาคม 2568) ซึ่งเป็นไปตามจุดมุ่งหมายและความตั้งใจในการเข้ามาดูแลราคาน้ำมันไม่ให้เป็นภาระของประชาชน โดยได้มีการหารือภายในกระทรวง จะบริหารราคาไม่ให้สูงเกินไป ไม่ว่าจะเป็นราคาไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม และน้ำมันดีเซล
อย่างไรก็ดี ค่าไฟในงวดมกราคม-เมษายน 2569 จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์พลังงานในช่วงนี้ แม้ในช่วงหน้าหนาวต้นทุนพลังงานสูงขึ้น แต่เราพยายามติดตามอย่างใกล้ชิด โดยให้คำมั่นสัญญาได้ว่าราคาค่าไฟรอบหน้าจะไม่สูงไปกว่ารอบปัจจุบัน เบื้องต้นจะดำเนินการให้อยู่ในกรอบของ “การตรึงราคาหรือลดราคา” หากสามารถบริหารจัดการให้ราคาลดลงได้ก็จะรีบดำเนินการ
ทั้งนี้ ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ณ ปัจจุบันถือว่าดีขึ้น ติดลบอยู่ที่ 17,838 ล้านบาท จาก 1 แสนกว่าล้านบาท และจากเงื่อนไขการใช้หนี้ขณะนี้ได้มีการใช้หนี้เงินที่กู้มาได้เร็วกว่าแผน ดังนั้น หากมีการบริหารจัดการและเป็นไปตามแผนก็จะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องพอที่จะไปดูแลราคาก๊าซหุงต้มและน้ำมันดีเซล เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการดูแลเศรษฐกิจ
ขณะที่นโยบายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำผ่านการตั้งเป้าให้ไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net zero) ภายในปี 2050 จากเดิมที่จะบรรลุในปี 2065 นั้น กระทรวงจะเร่งดำเนินการโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) เป็นโครงการที่ช่วยลดคาร์บอนได้จำนวนมาก เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจใช้พลังงานสะอาดแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอ โครงการ CCS ตอบโจทย์ในการดูดซับและกักเก็บคาร์บอน ซึ่งได้มีการนําเสนอไปในสภาแล้ว
ทั้งนี้ โครงการ CCS จะอยู่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ฉบับใหม่ด้วย โดยยอมรับว่า การดักจับและกักเก็บคาร์บอน ต้องใช้ระยะเวลาเป็น 10 ปี เนื่องจากต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่นอกชายฝั่งทะเล และถือเป็นเรื่องใหม่จึงต้องมีการปรับกฎเกณฑ์ให้รองรับและเหมาะสม โดยต้องประสานกับหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงการคลัง และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยกระทรวงพลังงานมีความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงานและประเทศญี่ปุ่นนําเรือเข้ามาสำรวจพื้นที่นอกชายฝั่งใต้ทะเล นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน 7,000 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี เป็นโครงการหลักของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องนับหนึ่งให้ได้ภายใน 4 เดือนนี้ นอกจากนี้บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้เริ่มนำร่องโครงการ CCS ในแหล่งอาทิตย์ ศักยภาพประมาณ 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
“โครงการ CCS ทำวันนี้ 10 ปีเสร็จ แต่ต้องเริ่มคิดเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ เราต้องเริ่มนับหนึ่งให้ได้“ นายอรรถพลกล่าว
ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานกำลังดำเนินการจัดทำแผน PDP 2025 ซึ่งเป็นแผนฉบับใหม่ ปรับปรุงจากแผน PDP 2018 ให้เป็นแผน PDP ที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งจะมีการเพิ่มการดำเนินงาน Net Zero เข้ามาไว้ในแผน จะช่วยให้ภาพรวมของประเทศไปถึงเป้าที่ประกาศไว้ได้
นอกจากนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการจัดทำแผน PDP ชุดใหม่ เนื่องจากประธานชุดปัจจุบันได้ยื่นหนังสือลาออก ซึ่งจะมีการเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม โดยจะเสนอให้ กพช.อนุมัติเร็ว ๆ นี้
อย่างไรก็ดียืนยันว่าจะดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการแผน PDP ให้เสร็จภายในปีนี้และพยายามจัดทำแผนฉบับใหม่ให้เสร็จภายใน 4 เดือน
ส่วนโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ จากโควตาของพลังงานสะอาดตาม PDP ฉบับเดิม 8,600 เมกะวัตต์ โดยจะเหลืออีก 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผน Quick Big Win ของกระทรวงพลังงาน โดยจะทำในรูปแบบโซลาร์ฟาร์มผลิตไฟฟ้าป้อนชุมชน ไฟฟ้าที่ได้จะจําหน่ายให้กับชุมชนก่อนส่วนไฟฟ้าที่เหลือจะขายเข้าระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) และผลประกอบการของบริษัทส่วนหนึ่งต้องแบ่งให้กับชุมชน
โดยจะกำหนดราคาที่เหมาะสมแต่ราคาจะต่ำกว่าราคาไฟฟ้าทั่วไป ซึ่งจะมีการประชุมและอนุมัติโดย กพช. คาดว่าจะมีการประกาศเงื่อนไขและเปิดรับสมัครชุมชนภายใน 4 เดือนนี้ ส่วนมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์ในครัวเรือน ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 200,000 บาท เป้าหมาย 90,000 ครัวเรือน จะเร่งดำเนินการเช่นกัน แม้กฤษฎีกาจะท้วงติงร่าง พ.ร.บ.โซลาร์ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเดินหน้าต่อไป
“สำหรับการแต่งตั้งผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จะเสนอ ครม.เร็ว ๆ นี้ ส่วนกรรมการ กกพ. จะเร่งจัดตั้งคณะกรรมการสรรหาภายใน 4 เดือน เพื่อเริ่มกระบวนการสรรหาโดยเร็ว” นายอรรถพลกล่าว