เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน แลกเปลี่ยนมุมมองความท้าทาย-ร่วมมือโลก เวที UNGA81
Politics อนุทิน แลกเปลี่ยนมุมมองความท้าทาย-ร่วมมือโลก เวที UNGA81
ITD คิกออฟ ‘TEF 2026’ ติวเข้มธุรกิจไทย รับมือสงครามคาร์บอน–กติกาดิจิทัลสู้ตลาดโลก
Economic ITD คิกออฟ ‘TEF 2026’ ติวเข้มธุรกิจไทย รับมือสงครามคาร์บอน–กติกาดิจิทัลสู้ตลาดโลก
สำรวจคุณธรรมปี’69 คนไทยได้แค่ ‘พอใช้’ วัยทำงานดัชนีร่วงสุด ชี้เศรษฐกิจ-AI บีบเอาตัวรอด
News สำรวจคุณธรรมปี’69 คนไทยได้แค่ ‘พอใช้’ วัยทำงานดัชนีร่วงสุด ชี้เศรษฐกิจ-AI บีบเอาตัวรอด
Hashtag B ส่ง New Concept Store ปักธงเซ็นทรัลเวิลด์
Business Hashtag B ส่ง New Concept Store ปักธงเซ็นทรัลเวิลด์
โอสถสภา ผนึกแบรนด์จีนรุกตลาดยาสีฟัน เสริมแกร่งพอร์ตสินค้าสุขภาพ
Business โอสถสภา ผนึกแบรนด์จีนรุกตลาดยาสีฟัน เสริมแกร่งพอร์ตสินค้าสุขภาพ
หมายกำหนดการ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก หมายกำหนดการ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
HAPPY26 เข้าเทรด LiVEx 23 ก.ย. ระดมทุน 31 ล้าน ขยายโกดัง-โรงงานสำเร็จรูป
Finance HAPPY26 เข้าเทรด LiVEx 23 ก.ย. ระดมทุน 31 ล้าน ขยายโกดัง-โรงงานสำเร็จรูป
ทิสโก้เปิดแผลเศรษฐกิจไทย ส่งออกโตแต่ผลิตไม่โต เสี่ยง “ซึมยาว” 10 ปี
Economic ทิสโก้เปิดแผลเศรษฐกิจไทย ส่งออกโตแต่ผลิตไม่โต เสี่ยง “ซึมยาว” 10 ปี
LINE MAN เตรียมอัดงบฯกระตุ้น ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เพิ่ม หลังรัฐบาลไปต่อเฟส 2
Business LINE MAN เตรียมอัดงบฯกระตุ้น ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เพิ่ม หลังรัฐบาลไปต่อเฟส 2
กรมส่งเสริมสหกรณ์ อัด 500 ล้าน ปั้น CDC เป็น “ฮับ” ภูมิภาค ดันยอดขายปี 69 แตะ 5,000 ล้าน
Economic กรมส่งเสริมสหกรณ์ อัด 500 ล้าน ปั้น CDC เป็น “ฮับ” ภูมิภาค ดันยอดขายปี 69 แตะ 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

เปิดผลประชุม นบข. หนุนชาวนาปลูกพืชหลังนา จ่าย 2,000 บาทต่อไร่

19 พ.ย. 2568 | 12:12น.

“นบข.” เคาะมาตรการยกระดับเกษตรกรสู่ความมั่นคง ก.เกษตรฯ รับลูกโครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี เร่งพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวตามความต้องการของตลาด พร้อมสนับสนุนชาวนาปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชหลังนา 2,000 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบาย และบริหารข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง เพื่อกำหนดทิศทางการบริหารจัดการข้าวของประเทศ รวมถึงการผลิต การตลาด และการยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องชาวนาให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ในปีนี้ตลาดข้าวโลกมีความผันผวนสูง ต้องขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้เร่งดำเนินการขายข้าว โดยเฉพาะการบรรลุข้อตกลงขายข้าว ให้สาธารณรัฐประชาชนจีน เพิ่มเติมอีก 500,000 ตัน อีกทั้งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการ โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กราบบังคมทูลยืนยันการสนับสนุนสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะข้าวจำนวน 500,000 ตัน ซึ่งถือเป็นการบรรลุผลสำเร็จ ณ ที่แห่งนี้ และจะทำให้ราคาข้าวหอมมะลิจะขยับมาอยู่ในระดับ 13,000 บาทต่อตันขึ้นไป

นอกจากนี้ ประเทศไทยได้ปิดดีลขายข้าวและอาหารล่วงหน้า (Food Security) ให้สิงคโปร์ 100,000 ตัน ได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานทำหน้าที่เป็น “เซลส์แมน” ในการขายสินค้าไทยให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกัน ขอให้รักษาและปรับปรุงคุณภาพข้าวของไทยให้ดีที่สุด เพราะข้าวไทยยกระดับเกินกว่าการแข่งขันไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การช่วยเหลือ และสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรด้วยมาตรการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับที่ประชุมได้เห็นชอบ 5 เรื่อง ได้แก่

1) โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 โดยปรับวงเงินสินเชื่อให้สอดคล้องกับราคาตลาด ข้าวเปลือกเจ้า จาก 8,000 บาท/ตัน เป็น 5,800 บาท/ตัน ข้าวเปลือกปทุมธานี จาก 9,000 บาท/ตัน เป็น 7,600 บาท/ตัน ข้าวเปลือกเหนียวจาก 10,000 บาท/ตัน เป็น 8,600 บาท/ตัน ทั้งนี้ มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดทำรายละเอียดงบประมาณเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

2) การขยายระยะเวลาโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก ปีการผลิต 2566/67 ให้ขยายออกไปอีก 6 เดือน จากเดิมสิ้นสุด 31 ต.ค. 68 เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 เม.ย. 69

3) มาตรการดูดซับผลผลิตข้าวส่วนเกิน ปีการผลิต 2568/69 และมาตรการระยะยาว เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการผลิต ประกอบด้วย 3 โครงการย่อย ได้แก่ (1) โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 โดยมอบหมายให้องค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับซื้อข้าวในราคานำตลาด (บวกไม่เกิน 300 บาท/ตัน) เพื่อสีแปรสภาพและกระจายสู่ตลาดปลายทาง เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก เน้นกลุ่มข้าวขาวเป็นหลัก (2) โครงการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชหลังนาเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร โดยสนับสนุนเกษตรกร 2,000 บาท/ไร่ (ไม่เกิน 10 ไร่/ครัวเรือน) เพื่อปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นที่ตลาดต้องการ จำนวน 1 ล้านไร่ (3) การสนับสนุน การปลูกข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มมูลค่า (ข้าวประณีต) โดยเชื่อมโยงตลาด (Business Matching) และสนับสนุนเครื่องจักร อุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก เป้าหมายกลุ่มเกษตรกร 200 กลุ่ม และมอบหมายกรมการข้าว พัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวตามความต้องการของตลาด

4) ทบทวนกฎระเบียบการนำเข้าข้าวตามพันธกรณีภายใต้ WTO ของไทย ทั้งนี้ กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ของญี่ปุ่น ได้ร้องขอให้ไทยพิจารณาเพิ่มปริมาณการนำเข้าข้าวญี่ปุ่นภายใต้โควตา WTO เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในไทย ดังนั้น เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญของไทย ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้แก้ไขระเบียบ โดยเพิ่มปริมาณการนำเข้าสำหรับผู้มีสิทธิแต่ละราย จากเดิมไม่เกิน 100 เมตริกตัน/ราย/งวด เป็นไม่เกิน 300 เมตริกตัน/ราย/งวด

5) การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ แบ่งออกเป็น 4 คณะย่อย ได้แก่ คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาด คณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก และคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด เพื่อให้เกิดผลดีต่อการพัฒนาระบบการผลิตข้าว กำหนดราคาที่เป็นธรรม เป็นผลดีต่อเกษตรกรไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นบข. ประชุม