กรมการค้าต่างประเทศเผยการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย เดือน พ.ย. 2568 กลับมาหดตัว 4.5% จากการค้าชายแดนเมียนมาลด กัมพูชาเหลือ 0 บาท แต่รวม 11 เดือนยังบวก 6.6% ขณะที่ผ่านแดนเป็นบวก ส่วนปี 2569 ตั้งเป้าการค้า 1.9 ล้านล้านบาท
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยตัวเลขการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน เดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่ามีมูลค่าการค้ารวม 143,496 ล้านบาท หดตัว 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการส่งออก 68,339 ล้านบาท (-20.3%) และการนำเข้า 75,156 ล้านบาท (+16.5%)
โดยไทยขาดดุลการค้าในเดือนพฤศจิกายน 2568 ทั้งสิ้น 6,817 ล้านบาท ส่งผลให้ 11 เดือนแรกของปี 2568 การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนมีมูลค่าการค้ารวม 1,775,566 ล้านบาท (+6.6%) เป็นการส่งออก 981,928 ล้านบาท (+2.5%) การนำเข้า 793,637 ล้านบาท (+12.2%) และไทยได้ดุลการค้า 188,291 ล้านบาท

ขณะที่การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ เดือนพฤศจิกายน 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 61,431 ล้านบาท (-25.5%) เป็นการส่งออก 33,821 ล้านบาท (-34.6%) การนำเข้า 27,610 ล้านบาท (-10.2%) และไทยได้ดุลการค้ารวมทั้งสิ้น 6,211 ล้านบาท โดยการค้าชายแดนกับมาเลเซียมีมูลค่าสูงสุด 23,199 ล้านบาท (-8.6%) รองลงมา คือ สปป.ลาว 22,849 ล้านบาท (-4.3%) และเมียนมา 15,383 ล้านบาท (-15.9%)
ในขณะที่การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา เป็น 0 (-100%) ซึ่งสินค้าส่งออกชายแดนสำคัญในเดือนพฤศจิกายน 2568 ได้แก่ น้ำมันดีเซล 3,191 ล้านบาท น้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ 1,196 ล้านบาท และเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ 1,191 ล้านบาท ทำให้ 11 เดือนแรกของปี 2568 การค้าชายแดนมีมูลค่ารวม 828,163 ล้านบาท (-7.9%) เป็นการส่งออก 483,582 ล้านบาท (-12.4%) และการนำเข้า 344,581 ล้านบาท (-0.8%)
“การค้าชายแดนหดตัวต่อเนื่อง เพราะได้รับผลกระทบจากการค้าไทย-กัมพูชา ที่ตอนนี้มูลค่าเหลือ 0 บาทแล้ว หลังจากที่มีปัญหาด้านความมั่นคง หากดูเฉพาะส่งออก ช่วง 11 เดือน ทำได้แค่ 7.2 หมื่นล้าน ซึ่งเป็นยอดส่งออกก่อนที่จะปิดด่านในเดือน ก.ค. 2568 โดยปี 2567 ส่งออก 1.4 แสนล้าน เท่ากับมูลค่าหายไป 7.2 หมื่นล้าน
ส่วนเมียนมาก็ลดลงจากมาตรการควบคุมการส่งออกและนำเข้าสินค้าระหว่างไทยและเมียนมา ซึ่งยังมีผลบังคับใช้อยู่ แต่ยังดีที่ได้การส่งออกผ่านแดน ไปจีน สิงคโปร์ เวียดนาม มาช่วย ทำให้ภาพรวม 11 เดือนของปี 2568 การค้าชายแดนและผ่านแดน ยังขยายตัวดีอยู่ โดยมั่นใจว่า ทั้งปี 2568 การค้าชายแดนและผ่านแดน จะทำได้มูลค่า 1.85 ล้านล้านบาท” นางอารดากล่าว
ด้านการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม เดือนพฤศจิกายน 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 82,064 ล้านบาท (+21.1%) เป็นการส่งออก 34,518 ล้านบาท (+1.6%) และการนำเข้า 47,546 ล้านบาท (+40.7%) โดยการค้าผ่านแดนไปจีน มีมูลค่าสูงสุด 44,420 ล้านบาท (+19.2%) รองลงมา คือ สิงคโปร์ และเวียดนาม มีมูลค่า 13,161 ล้านบาท (+48.6%) และ 10,578 ล้านบาท (+80.2%) ตามลำดับ
ซึ่งสินค้าส่งออกผ่านแดนสำคัญในเดือนพฤศจิกายน 2568 ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 7,321 ล้านบาท เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ 2,818 ล้านบาท และเครื่องรับโทรศัพท์และอุปกรณ์ 2,083 ล้านบาท ทำให้ 11 เดือนแรกของปี 2568 การค้าผ่านแดนมีมูลค่ารวม 947,403 ล้านบาท (+23.6%) เป็นการส่งออก 498,347 ล้านบาท (+22.7%) และการนำเข้า 449,056 ล้านบาท (+24.7%)
ในเดือนพฤศจิกายน 2568 แม้ว่าการค้าผ่านแดนจะขยายตัวได้ดี (+21.1%) แต่การค้าชายแดนที่หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่เจ็ด (-25.5%) ส่งผลให้การค้าชายแดนและผ่านแดนกลับมาหดตัวอีกครั้ง (-4.5%) โดยการค้าชายแดนกับเมียนมายังคงหดตัวสูง -16.0% จากมาตรการควบคุมการส่งออกและนำเข้าสินค้าระหว่างไทยและเมียนมาซึ่งยังมีผลบังคับใช้อยู่ ในขณะที่การค้าชายแดนกับกัมพูชามีมูลค่าเป็น 0 จากสถานการณ์ด้านความมั่นคง
อย่างไรก็ตาม การค้าผ่านแดนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยการส่งออกผ่านแดนไปยังสิงคโปร์และเวียดนาม ขยายตัวสูง 54.6% และ 17.5% ตามลำดับ ซึ่งสินค้าส่งออกผ่านแดนไปสิงคโปร์ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องรับโทรศัพท์และอุปกรณ์ 2,013 ล้านบาท เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ 1,897 ล้านบาท และเครื่องกังหันไอพ่นและกังหันอื่น ๆ 1,440 ล้านบาท
ในขณะที่สินค้าส่งออกผ่านแดนไปเวียดนามที่สำคัญ ได้แก่ น้ำแร่น้ำอัดลมที่ปรุงรส (เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง) 1,194 ล้านบาท สินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ (เช่น โค กระบือ มีชีวิต) 636 ล้านบาท และฮาร์ดิสก์ไดรฟ์ 265 ล้านบาท
ดังนั้น จึงคาดการณ์ว่าการค้าชายแดน/ผ่านแดนของปี 2568 เมื่อสิ้นเดือนธันวาคมน่าจะยังมีการเติบโตจากปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยจะทำได้มูลค่า 1.85 ล้านล้านบาท
สำหรับเป้าหมายการค้าชายแดนและผ่านแดนปี 2569 กรมได้ตั้งเป้าไว้ที่ 1.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% โดยมีแผนผลักดันการค้า อาทิ การประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคและส่งเสริมการค้าชายแดนและผ่านแดน ที่สระแก้ว หนองคาย มุกดาหาร นครพนม ตาก เชียงราย กาญจนบุรี สงขลา และนราธิวาส
การจัดโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งผู้ประกอบการแนวชายแดน ระเบียงเศรษฐกิจ 4 ภาค ที่ขอนแก่น พิษณุโลก นครศรีธรรมราช และจันทบุรี จัดมหกรรมการค้าชายแดนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 2 ครั้ง และประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือการค้าชายแดนและการลงทุน ภายใต้กรอบ IMT-GI, ACMECS และ GMS เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า