หอการค้าไทย-ม.หอการค้าไทย ลงนาม MOU กับ Nanjing Tech University Pujiang Institute ของจีน พัฒนากำลังคนทักษะสูงด้าน AI ดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง รองรับการลงทุนจีนในไทย โดยเฉพาะ EV, Smart Manufacturing, ดิจิทัล และโลจิสติกส์ ชี้โจทย์ใหญ่ของไทยไม่ใช่เงินทุนหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือ Skill Mismatch-ขาดบุคลากรพร้อมทำงานจริง
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หรือ UTCC และสถาบันผู่เจียงแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานจิง หรือ Nanjing Tech University Pujiang Institute (NJPJI) สาธารณรัฐประชาชนจีน ลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากรรองรับการลงทุนระหว่างสองประเทศ
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งแก้โจทย์สำคัญของภาคธุรกิจในการยกระดับทักษะแรงงานไทย โดยเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยุคใหม่จากจีนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
พิธีลงนาม MOU ครั้งนี้ดำเนินการโดยผู้บริหารระดับสูงจาก 3 องค์กร ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และสถาบัน Nanjing Tech University Pujiang Institute เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาบุคลากร และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างไทยและจีนอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน เม็ดเงินลงทุนจากจีนในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ หรือ New S-Curve อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV การผลิตอัจฉริยะ หรือ Smart Manufacturing ดิจิทัล และโลจิสติกส์
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญที่ผู้ประกอบการจีนต้องเผชิญไม่ใช่เพียงเรื่องเงินทุนหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการขาดแคลนบุคลากรทักษะสูงที่พร้อมทำงานทันที ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเตรียมกำลังคนให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และสอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของทั้งสองประเทศ
ดร.พจน์กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับนโยบายด้าน Talent Development ทั้งการ Reskill และ Upskill คนไทย รวมถึงการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่
“ความร่วมมือในวันนี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญ เนื่องจากจีนเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้าน AI และเทคโนโลยีดิจิทัล การได้สถาบันระดับแนวหน้าอย่าง NJPJI ซึ่งมีความเชี่ยวชาญสูงมาร่วมเป็นพันธมิตร จะช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ตรงสู่ประเทศไทย” ดร.พจน์กล่าว
ดร.พจน์กล่าวอีกว่า หากโมเดลความร่วมมือนี้ประสบความสำเร็จ จะสามารถขยายผลไปยังสถาบันอื่น ๆ ในจีน และประเทศอื่นในอาเซียน เพื่อให้ความร่วมมือนี้กลายเป็น Portal หรือประตูสำคัญที่เปิดโอกาสด้านการลงทุนและการพัฒนาคนสู่ทั้งภูมิภาค
ด้านนายสราวุฒิ อยู่วิทยา รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาที่แท้จริงของประเทศไทยในวันนี้ไม่ใช่เรื่องเงินทุนหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือภาวะ Skill Mismatch ที่ทำให้ภาคธุรกิจขาดแคลนบุคลากรที่พร้อมทำงานจริง
ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งสร้างบุคลากรทักษะสูงที่เท่าทันเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายภาคธุรกิจทั้งไทยและจีนอย่างครบวงจร
“นี่ไม่ใช่แค่การเรียนเพื่อคว้าใบปริญญา แต่คือการสร้าง Ecosystem ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายสราวุฒิกล่าว
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า UTCC ในฐานะ The Practice University พร้อมนำศักยภาพด้านการศึกษาเชิงธุรกิจและเครือข่ายผู้ประกอบการ มาร่วมมือกับ NJPJI เพื่อออกแบบการเรียนรู้ที่เท่าทันเทคโนโลยี AI และดิจิทัลระดับสากล
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเชื่อว่าหลักสูตรที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยสร้างบัณฑิตไทยให้เป็นกำลังคนทักษะสูงที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานจีนและตลาดโลก
ภายใต้ความร่วมมือนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคการลงทุน เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม และกิจกรรมทางวิชาการที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่
เป้าหมายสำคัญคือการสร้างแรงงานที่มี Future Skills สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้จริงในบริบทเศรษฐกิจโลก และรองรับการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ AI ดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น
ความร่วมมือระหว่างหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ Nanjing Tech University Pujiang Institute ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายด้านการศึกษาระหว่างไทยและจีน แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน พัฒนาทุนมนุษย์คุณภาพสูง และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน
นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัทไทยชั้นนำ และบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์จริง หรือ Internship ในสถานประกอบการจริง
ขณะเดียวกัน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อยู่ระหว่างเตรียมเปิดหลักสูตร Bachelor of AI Industry Engineering Program สาขา Industrial and Applied AI Engineering หรือ International Program ในปีการศึกษา 2570 เพื่อรองรับผู้สนใจเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และสามารถนำทักษะไปใช้ในการทำงานจริงในภาคอุตสาหกรรม