เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ฮับการบินตะวันออกกลางคึก แอร์ไลน์เพิ่มไฟลต์รับเที่ยวไฮซีซั่น

24 มิ.ย. 2569 | 07:03น.

ฮับการบินตะวันออกกลางส่งสัญญาณคึกคัก “ยุโรป-ออสเตรเลีย” ปรับลดระดับคำแนะนำการเดินทางเข้าประเทศอาหรับ บิ๊กสายการบินเร่งฟื้นความถี่-เปิดเส้นทางใหม่ “Norse Atlantic” สัญชาตินอร์เวย์เปิดบินลอนดอน แกตวิก-ภูเก็ต พร้อมเพิ่มความถี่เข้ากรุงเทพฯ “ฟลายดูไบ” ปักหมุดบินดอนเมือง CAAT เผยแอร์ไลน์ทั่วโลกแห่ขอสลอต เพิ่มเส้นทางบินใหม่จากทุกภูมิภาค ด้าน “เอทิฮัด-เอมิเรตส์” รุกขายแพ็กเกจประกันภัยสร้างเชื่อมั่น ขณะที่“การบินไทย” ชี้ยังเร็วไปที่จะสรุป พร้อมคิกออฟเส้นทางสู่อัมสเตอร์ดัม 1 ก.ค.นี้ตามแผน

แหล่งข่าวในธุรกิจการท่องเที่ยวเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยเริ่มส่งสัญญาณบวกและฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายและประเทศในยุโรป (สหราชอาณาจักร) ได้ปรับลดระดับคำแนะนำการเดินทางสำหรับประเทศในภูมิภาคอ่าวอาหรับ ตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป หลังจากที่ได้ประกาศให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 

เช่นเดียวกับรัฐบาลออสเตรเลียที่ประกาศปรับลดคำเตือนสำหรับการเดินทางไปยัง 5 ประเทศตะวันออกกลางไปเมื่อ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้สายการบินในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มขยับและกลับมาทบทวนแผนการบินกันชัดเจนขึ้น และคาดว่าฮับการบินตะวันออกกลางจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากถูกตัดขาดไปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 

เซนติเมนต์ท่องเที่ยวบวกทันที

นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทันทีที่กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร (UK) ได้ปรับลดระดับคำแนะนำการเดินทางสำหรับหลายประเทศในภูมิภาคอ่าวอาหรับทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เมื่อบวกกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยกำลังก้าวสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ทำให้เกิดดีมานด์หนาแน่นขึ้นในช่วงตารางการบินฤดูหนาว 2569/2570 

เช่น สายการบิน Norse Atlantic ที่ประกาศขยายเส้นทางบินเข้าประเทศไทยสำหรับตารางฤดูหนาวนี้ ประกอบด้วย เส้นทางลอนดอน แกตวิก-ภูเก็ตจำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ระหว่างธันวาคม 2569-กลางเมษายน 2570 และเพิ่มความถี่เที่ยวบินลอนดอน แกตวิก-กรุงเทพฯ เป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ระหว่างธันวาคม 2569-กลางเมษายน 2570 และเพิ่มเป็น 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ระหว่าง 21 ธันวาคม 2569-4 มกราคม 2570 และเส้นทางแมนเชสเตอร์-กรุงเทพฯ เป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ระหว่างตุลาคม 2569-กลางเดือนเมษายน 2570

“แผนดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการเดินทางท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเที่ยวบินเพิ่มเติมเหล่านี้ยังคงตอกย้ำตำแหน่งของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่สุดในเครือข่ายของนอร์ส แอตแลนติก และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการจัดสรรเที่ยวบินไปยังจุดที่มีความต้องการสูงที่สุด” 

นอกจากนี้ การเพิ่มเที่ยวบินจากแมนเชสเตอร์เข้ากรุงเทพฯ ยังเป็นผลดีต่อการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากทางตอนเหนือของสหราชอาณาจักร และสอดรับกับการดำเนินกิจกรรม Amazing Thailand Roadshow to Manchester เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

“ฟลายดูไบ” รุกบินดอนเมือง

นอกจากนี้ สายการบินฟลายดูไบ (Fly Dubai) โลว์คอสต์สัญชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังได้สรุปแผนการบินเข้าประเทศไทยแล้วเช่นกัน โดยจะทำการบินเส้นทางดูไบ-ดอนเมืองจำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และจะเพิ่มเป็น 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป 

ขณะที่สายการบินขนาดใหญ่อย่างเอมิเรตส์ เอทิฮัด ก็ยังทำการบินเข้าประเทศไทย เพียงแต่ยังไม่ได้กลับมาเต็มที่ 100% เช่นเดียวกับในแอฟริกาที่ยังคงมีเที่ยวบินเข้าประเทศไทยต่อเนื่องเช่นกัน เช่น สิงคโปร์แอร์ไลน์ที่ทำการบินจากสิงคโปร์เข้าโจฮันเนสเบิร์ก นักท่องเที่ยวจะต่อเครื่อง Scoot จากสิงคโปร์เข้าภูเก็ต เป็นต้น 

ททท.โรดโชว์ “ดูไบ-ซาอุฯ”

นางจิระวดีกล่าวด้วยว่า จากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวนี้ ททท.จึงเร่งกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง โดยมีแผนไปโรดโชว์ที่เมืองดูไบ และเมืองอัลอัยน์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในช่วง 7-8 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นโมเมนตัมการเดินทางในช่วงพีกของการเดินทางในกลุ่มตะวันออกกลาง 

จากนั้นเดือนกันยายนจะเป็น Arabian Travel Market : ATM 2026 มหกรรมเทรดโชว์ท่องเที่ยวขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก ณ เมืองดูไบ โดยงานนี้จะมุ่งนำเสนอสินค้าท่องเที่ยวในระดับลักเซอรี่เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีแผนจัด Pre-ATM พบสื่อพร้อมเปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อกระตุ้นตลาด B2C ที่เมืองริยาด ซาอุดีอาระเบีย  

เพิ่มความถี่-เปิดรูตบินใหม่ 

สอดรับกับรายงานจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ที่ระบุว่า ล่าสุดได้อนุมัติให้สายการบินต่างประเทศ 4 สายการบินเปิดทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ประกอบด้วย สายการบินริยาดห์ แอร์ จากซาอุดีอาระเบีย, สายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก จากสหราชอาณาจักร, สกายอัพ นิสทรู จากสาธารณรัฐมอลโดวา ประเทศในทวีปยุโรปตะวันออก) และแอร์บอร์เนียว จากมาเลเซีย 

ในจำนวนนี้โดยสายการบินที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือริยาดห์แอร์ สายการบินซาอุดีอาระเบียที่มีเป้าหมายพัฒนากรุงริยาดให้เป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก ตามแผนวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 การเปิดเส้นทางบินสู่ประเทศไทยจึงถูกมองว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเข้าสู่ไทยได้อีกมาก

นอกจากนี้ ในเดือนกันยายนนี้สายการบินฟินแอร์ (Finnair) จากฟินแลนด์ยังขอเปิดเส้นทางเฮลซิงกิ (ฟินแลนด์)-กระบี่ สายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ส (SAS) เปิดเส้นทางโคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก)-กระบี่ สายการบิน Salam Air จากโอมานก็สนใจเปิดเส้นทางบินสู่กระบี่เช่นกัน 

และสายการบิน LOT Polish Airlines มีกำหนดเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงเส้นทางกรุงวอร์ซอ-กรุงเทพฯ ในรูปแบบเที่ยวบินประจำ หลังจากที่ผ่านมาเคยให้บริการในรูปแบบเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) โดยมีกำหนดเริ่มให้บริการในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ในระยะแรกจะให้บริการสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน และตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2569 จะเพิ่มความถี่เป็น 5 เที่ยวบิน

แอร์ไลน์ทั่วโลกแห่ขอสลอตบิน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม Slot Conference ครั้งที่ 158 ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เมื่อกลางมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาระบุว่า มีสายการบิน 87 สายการบินจากทั่วโลกขอเข้าพบเพื่อหารือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT เกี่ยวกับการปรับปรุงตารางบินและบริหารจัดการการจัดสรรเวลาการบินในตารางการบินฤดูหนาว 2569/2570 

โดยมีทั้งการเพิ่มเที่ยวบิน และการเปิดเส้นทางบินใหม่มายังประเทศไทยจากทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยในกลุ่มยุโรป อาทิ Aerologic, Air France, Cargolux Airlines, Condor, Finnair, KLM, LOT Polish Airlines, Neos, Scandinavian Airlines System (SAS), SWISS, Turkish Airlines, TUI Airways, Virgin Atlantic และ World2Fly

กลุ่มตะวันออกกลาง เช่น Air Arabia, Emirates Airlines, Etihad Airways, flydubai, Kuwait Airways, Oman Air, Qatar Airways, Riyadh Air, Royal Jordanian และ Saudi Arabian Airlines กลุ่มอเมริกา ได้แก่ Air Canada, Federal Express (FedEx) และ United Parcel Service (UPS) กลุ่มรัสเซียและเครือรัฐเอกราช (CIS) ได้แก่ Aeroflot, S7 Airlines และ Turkmenistan Airlines

ส่วนในกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิกก็ได้รับความสนใจอย่างมากเช่นกัน อาทิ การบินไทย, บางกอกแอร์เวย์ส, ไทยเวียตเจ็ท, ไทยแอร์เอเชีย, ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์, K-Mile Air, China Eastern Airlines, Juneyao Airlines, Shenzhen Airlines, Xiamen Airlines, Cathay Pacific, Hong Kong Airlines, Air Macau, China Airlines, EVA Air, Starlux Airlines, All Nippon Airways (ANA), Japan Airlines ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีสายการบินรายใหม่ที่ได้รับการจัดสรรเวลาการบินสำหรับกำหนดการบินฤดูหนาว 2569/2570 เช่น Riyadh Air จากซาอุดีอาระเบีย Virgin Atlantic จากสหราชอาณาจักร SkyUp Nistru จากมอลโดวา และ AirBorneo จากมาเลเซีย

เพิ่มเส้นทางใหม่จากทุกภูมิภาค

โดยในส่วนของเส้นทางบินได้รับการสนับสนุนการเปิดและขยายเส้นทางบินสำคัญระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ อาทิ เฮลซิงกิ-สุวรรณภูมิ-เมลเบิร์น และกลับ เส้นทางไถจง (ไต้หวัน)-สุวรรณภูมิ และกลับ เส้นทางมินสค์ (เบลารุส)-สุวรรณภูมิ และกลับ เส้นทางกูชิง (มาเลเซีย)-สุวรรณภูมิ และกลับ เส้นทางลอนดอน-ภูเก็ต และกลับ เส้นทางลอนดอน (ฮีโทรว์)-ภูเก็ต และกลับ

เส้นทางโคเปนเฮเกน-ภูเก็ต และกลับเส้นทางคีชีเนา (มอลโดวา)-ภูเก็ต-ชาร์จาห์ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เส้นทางเซบู (ฟิลิปปินส์) เส้นทางหางโจว (จีน)-เชียงใหม่ และกลับ เส้นทางเซี่ยงไฮ้ (จีน)-เชียงใหม่ และกลับ เป็นต้น ซึ่งเส้นทางบินดังกล่าวนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนของประเทศ ตลอดจนสนับสนุนการเชื่อมต่อทางอากาศระหว่างประเทศไทยกับเมืองสำคัญทั่วโลก และส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการบินของภูมิภาคด้วย

“เอทิฮัด-เอมิเรตส์” สร้างเชื่อมั่น

แหล่งข่าวในธุรกิจสายการบินรายหนึ่งกล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ฮับการบินตะวันออกกลาง สายการบินรายใหญ่ 2 แห่งคือ เอทิฮัดและเอมิเรตส์ได้เปิดตัวแพ็กเกจประกันภัยพิเศษเพื่อช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเดินทางกลับมายังภูมิภาคนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่ความช่วยเหลือทางการแพทย์ การยกเลิกเที่ยวบิน และความเสี่ยงที่เกิดจากความขัดแย้ง ฯลฯ 

โดยผู้โดยสารที่เดินทางกับเอทิฮัดระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2569 จะมีสิทธิได้รับประกันสุขภาพการเดินทางตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่เอมิเรตส์เสนอบริการประกันภัยการเดินทางซึ่งรวมถึงความช่วยเหลือในการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินในกรณีที่เกิดความขัดแย้ง การขยายเวลาพำนักในกรณีเหตุสุดวิสัย และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ การยกเลิกเที่ยวบิน หรือสัมภาระสูญหาย

“นับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของสายการบินในตะวันออกกลาง เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร” แหล่งข่าวกล่าว

“บินไทย” ชี้ยังเร็วไปที่จะสรุป 

ด้านนายชาย เอี่ยมศิริ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะหาข้อสรุป และมองว่ายังต้องรอเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดอีกสักระยะหนึ่ง แม้ว่าราคาน้ำมันโลกจะปรับลดลงแล้ว แต่ทุกประเทศทั่วโลกยังมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจมากขึ้น จึงน่าจะยังต้องใช้เวลาอีกสักพักในการสร้างความมั่นใจ

อย่างไรก็ตามในส่วนของการบินไทยนั้นมีกำหนดเปิดให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์) เพื่อเปิดอีกหนึ่งประตูการเดินทางสู่ภูมิภาคยุโรปจำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไปตามแผนเดิม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การบินไทย ฮับการบิน