เกษตรฯ รับมือฝนปลาย ก.ค. คุมเข้มบริหารน้ำ เตือน 33 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
กระทรวงเกษตรฯ สั่งกรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำตลอด 24 ชั่วโมง หลังกรมอุตุฯ คาดฝนตกหนักช่วง 27-30 ก.ค. ขณะที่ สทนช. ประกาศเตือน 33 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ด้านภาพรวมอ่างเก็บน้ำทั้งประเทศมีน้ำ 55% ของความจุ ขณะที่ปริมาณฝนสะสมยังต่ำกว่าค่าปกติ 10%
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับแนวโน้มฝนที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เพื่อรองรับน้ำหลาก ลดความเสี่ยงอุทกภัย และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานว่า ณ วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีน้ำรวม 42,547 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 55% ของความจุรวม ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 34,119 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างจะเพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกในหลายพื้นที่ แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปริมาณน้ำต้นทุนยังอยู่ในระดับต่ำกว่า จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ด้านสถานการณ์ฝน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-26 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีฝนสะสมเฉลี่ย 668.3 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าปกติ 75.8 มิลลิเมตร หรือประมาณ 10% โดยภาคกลางมีฝนต่ำกว่าค่าปกติ 19% ภาคตะวันออก 18% และภาคใต้ฝั่งตะวันออก 31% ขณะที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนสูงกว่าค่าปกติ 14% สะท้อนว่าภาพรวมของประเทศยังมีฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย แม้ฝนจะเริ่มกระจายตัวมากขึ้นในหลายพื้นที่
รายงานของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 44,738 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 55% ของความจุ ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ 20,615 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 36% ของความจุ โดยภาคตะวันตกมีสัดส่วนปริมาณน้ำสูงสุดที่ 66% รองลงมาคือภาคใต้ 61% ภาคเหนือ 52% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 44% ภาคตะวันออก 41% และภาคกลาง 27%
สำหรับพื้นที่ EEC ปริมาณน้ำใน 3 อ่างเก็บน้ำหลัก ได้แก่ อ่างเก็บน้ำบางพระ มีน้ำ 49 ล้านลูกบาศก์เมตร (42%) อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล มีน้ำ 88 ล้านลูกบาศก์เมตร (54%) และ อ่างเก็บน้ำประแสร์ มีน้ำ 165 ล้านลูกบาศก์เมตร (56%)
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าในช่วง 27-30 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง จากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น ขณะที่ สทนช. ประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักในช่วง 27-31 กรกฎาคม ครอบคลุม 33 จังหวัด ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง
นอกจากนี้ สทนช. ยังเตือนสถานการณ์ น้ำทะเลหนุนสูง ในช่วง 28 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569 บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำท่าจีน ซึ่งอาจส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ชุมชนนอกคันกั้นน้ำ รวมถึงบางพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดชายฝั่งใกล้เคียง
ด้านการเตรียมความพร้อม กรมชลประทานระดมเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 20-26 กรกฎาคม 2569 เข้าช่วยเหลือ 33 จังหวัด ใช้เครื่องจักร 181 หน่วย ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำ 171 เครื่อง และเครื่องจักรอื่นอีก 10 หน่วย ส่วนผลการช่วยเหลือสะสมตั้งแต่ 1 พฤษภาคม-26 กรกฎาคม 2569 ครอบคลุม 42 จังหวัด ใช้เครื่องจักรรวม 403 หน่วย ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำ 323 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 1 คัน เครื่องผลักดันน้ำ 4 เครื่อง และเครื่องจักรอื่น 75 หน่วย เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยง



