เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ‘เดดล็อก’ กสทช. ประมูลคลื่น-ทีวีป่วนต่อ
Tech จับตา ‘เดดล็อก’ กสทช. ประมูลคลื่น-ทีวีป่วนต่อ
PTT เคาะวงเงินปันผล 3.99 หมื่นล้าน รองรับขายหุ้นซื้อคืน 238 ล้านหุ้น
Finance PTT เคาะวงเงินปันผล 3.99 หมื่นล้าน รองรับขายหุ้นซื้อคืน 238 ล้านหุ้น
ทรัมป์ มัดรวมบิ๊กเทค วางกรอบให้ AI โตแรง-ไม่แหกกฎ
Tech ทรัมป์ มัดรวมบิ๊กเทค วางกรอบให้ AI โตแรง-ไม่แหกกฎ
สภาพัฒน์กาง ‘แผน 14’ ดัน GDP โตเกิน 3% ปักธงไทยติด Top 20 โลกปี 2572
Finance สภาพัฒน์กาง ‘แผน 14’ ดัน GDP โตเกิน 3% ปักธงไทยติด Top 20 โลกปี 2572
น้ำท่วมกระทบ ‘สวนสยาม’ ปิดปรับปรุง คาดใช้เวลาฟื้นฟู 6 เดือน
Business น้ำท่วมกระทบ ‘สวนสยาม’ ปิดปรับปรุง คาดใช้เวลาฟื้นฟู 6 เดือน
‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ คลังเคาะผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ 11.25 ล้านคน ไม่ผ่านเกณฑ์ 7.6 ล้านคน
Finance ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ คลังเคาะผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ 11.25 ล้านคน ไม่ผ่านเกณฑ์ 7.6 ล้านคน
คนไทยแห่ซื้อทองผ่านแอป Dime! โต 95% ทะลุ 5.1 แสนล้าน จับมือ MTS-YLG เปิดถอนทองจริง
Finance คนไทยแห่ซื้อทองผ่านแอป Dime! โต 95% ทะลุ 5.1 แสนล้าน จับมือ MTS-YLG เปิดถอนทองจริง
กฟผ.ปลุกโรงไฟฟ้าเสมือน เชื่อม “DR-BESS-โซลาร์” ผ่าน ENZY เพิ่มเสถียรภาพระบบไฟ
Economic กฟผ.ปลุกโรงไฟฟ้าเสมือน เชื่อม “DR-BESS-โซลาร์” ผ่าน ENZY เพิ่มเสถียรภาพระบบไฟ
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
‘AI Agent จีน’ ซ่อน-หลอก-หนี พฤติกรรมเสี่ยงคล้ายโมเดลสหรัฐฯ จี้ทั่วโลกต้องคุมเข้ม
Tech ‘AI Agent จีน’ ซ่อน-หลอก-หนี พฤติกรรมเสี่ยงคล้ายโมเดลสหรัฐฯ จี้ทั่วโลกต้องคุมเข้ม
ดูทั้งหมด

จับตา ‘เดดล็อก’ กสทช. ประมูลคลื่น-ทีวีป่วนต่อ

30 ก.ย. 2569 | 13:27น.

พายุยังคงพัดภายในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ท่ามกลางภาวะเดดล็อกในองค์กร จากปมคุณสมบัติประธาน กสทช.

แม้ ล่าสุด ‘ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล’ รักษาการเลขาธิการ กสทช. ลงนามบันทึกข้อความเชิญประชุมบอร์ด กสทช. อีกครั้ง ภายใต้อำนาจของประธาน กสทช. ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในวันที่ 1-2 ตุลาคม 2569

ซึ่ง นพ.สรณ ได้ออกหนังสือแจ้ง “ลาประชุม” เพื่อให้ กรรมการ กสทช.ที่เหลือเข้าร่วมประชุมและ ยังได้ขอให้ที่ประชุมดำเนินการเลือกกรรมการท่านใดท่านหนึ่งขึ้นทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะสำหรับการประชุมนี้

ยังคงเป็นที่จับตาว่า กรรมการที่เหลือ จะเข้าร่วมประชุมบอร์ด ในวันที่ 1-2 ต.ค. นี้ ตามข้อเสนอแนะของ นพ.สรณ ที่ระบุในบันทึก หรือไม่

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจาก โดยเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางยกฟ้องคดีที่ นพ.สรณร้องให้เพิกถอนคำสั่งว่าตนขาดคุณสมบัติ ถือว่าสละสิทธิ กสทช. แต่ต้น ซึ่งศาลชี้ด้วยว่าคำสั่งของคณะกรรมการ กสทช. ชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับประธาน กสทช. เปิดเผยว่า นพ.สรณ ได้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยยกฟ้องดังกล่าวต่อศาลปกครองสูงสุดแล้ว

ซึ่งคำวินิจฉัยดังกล่าวทำให้ความเปราะบางของสถานการณ์ “เดดล็อก” ที่ กสทช. ไม่สามารถจัดประชุมได้ให้ซับซ้อนขึ้น

ย้ำ นพ.สรณหยุดปฏิบัติหน้าที่

เมื่อปรากฏหนังสือเชิญประชุมบอร์ด กสทช. พลันคณะกรรมการสรรหา กสทช. ออกมติสำทับ ลงวันที่เดียวกัน คือ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า คกก.ฯ ได้มติให้ออกมาตรการบังคับทางปกครองให้ นพ.สรณหยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับจะยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้มีคำสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช.

ความระบุว่า แม้ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 ที่ศาสตราจารย์คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ฟ้องขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่วินิจฉัยว่า ศาสตราจารย์คลินิกสรณ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) และถือว่าสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

‘แต่ นพ.สรณยังคงแสดงเจตจำนงจะมาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานและที่ประชุม กสทช. ซึ่งเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ กสทช.อื่น จึงขอให้คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ในฐานะคู่ความในคดี ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เพื่อให้กรรมการ กสทช. ที่เหลือปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติได้ต่อเนื่อง‘

กสทช.รายอื่นเคลื่อนไหว

เมื่อพลิกดูถ้อยความของคณะกรรมการสรรหาฯ พบว่า ผู้ที่ร้องเรียน คือ “กรรมการ กสทช.” โดยที่ไม่ได้ระบุชื่อว่าใครใน 6 กรรมการ กสทช.ที่เหลือ

 ประกอบกับ ท่าทีของกรรมการ กสทช. กลุ่มหลัก ได้แก่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต, พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงษ์ ที่พยายามกระทุ้งให้สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานธุรการ ให้จัดประชุมบอร์ด กสทช. เพียง 6 คน เพื่อคัดเลือกประธานในที่ประชุมและขับเคลื่อนงานกำกับส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อ

ดร.พิรงรอง ออกโรงกระทุ้งต่อเนื่องมาตลอดช่วงเดอืนที่ผ่านมา ว่า สำนักงานสามารถจัดประชุมได้ตาม ม.20 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรความคลื่นความถี่ฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการละเว้นปฏิบัติหน้าที่

ด้าน ดร.ธนพันธุ์ ก่อนหน้านี้ออกมาสนับสนุนการจัดประชุม 6 กสทช. และเปรยด้วยว่าหากละเมิดคำสั่งทางปกครองอาจกลายเป็นอาญา และไม่อยากให้มีตำรวจเข้ามาในสำนักงาน กสทช. 

ซึ่งกรรมการแต่ละท่านที่กล่าวมายังคงยืนกรานไม่เข้าร่วมประชุม หากมี นพ.สรณนั่งหัวโต๊ะ 

ท่าทีเหล่านี้ยังคงสะท้อนชัดเจนว่า ภาวะสภาวะ “เดดล็อก” ของบอร์ด กสทช. ซับซ้อนและเปราะบางมากขึ้น ด้วยการประชุมบอร์ดครั้งต่อไปย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ เมื่อกรรมการกว่าครึ่งไม่ยอมรับอำนาจของ นพ.สรณ

อย่างไรก็ตาม ด้วยคำสั่งศาลปกครองกลางฯ ที่ให้ยกฟ้องคดีที่ นพ.สรณฟ้อง คกก.สรรหาฯ ไม่ได้ระบุให้คุ้มครองหรือห้ามปฏิบัติหน้าที่อย่างแน่ชัด ยังเป็นช่องให้กระบวนการตรวจสอบสถานภาพการเป็นประธาน กสทช. เดินหน้าต่อไปได้จนกว่าจะมีมติชี้ขาดถึงที่สุด 

กระนั้น “วัส ติงสมิตร” อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ให้ความเห็นว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความชัดเจนทางกฎหมายแล้ว หลังจากศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 กันยายน 69 ที่ผ่านมา โดยมีผลคำพิพากษาศาลปกครองกลาง และสภาพบังคับของคำสั่งทางปกครองแล้ว เดิมทีคดีความดังกล่าว นพ.สรณ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองพร้อมคำร้องขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง แต่เมื่อศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง ส่งผลให้คำร้องขอทุเลาการบังคับก่อนการพิพากษาตกไปในตัวโดยปริยาย

”เมื่อไม่มีคำสั่งสั่งทุเลาการบังคับจากศาล คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ที่ชี้ว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ จึงถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่มีผลชอบด้วยกฎหมายและมีสภาพบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ทันที แม้ว่าฝ่าย นพ.สรณ จะสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ก็ตาม แต่ตราบใดที่ไม่มีคำสั่งทุเลา คำสั่งทางปกครองเดิมก็ยังมีผลบังคับอยู่อย่างชัดเจน“

นายวัส กล่าวด้วยว่า นพ.สรณ ไม่มีอำนาจปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธาน กสทช. อีกต่อไป ดังนั้น การที่ นพ.สรณ ร่วมกับ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาเลขาธิการ กสทช. กำหนดนัดประชุม กสทช. ในวันที่ 1 และ 2 ตุลาคมนั้น ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากหมดอำนาจในการสั่งการแล้ว

หาก นพ.สรณ และรักษาการเลขาธิการ กสทช. ยังคงดึงดันปฏิบัติหน้าที่หรือจัดประชุมต่อไป สุ่มเสี่ยงที่จะทำถูกดำเนินคดีอาญาต่อไปได้ กรรมการ กสทช. ท่านอื่น ๆ สามารถดำเนินการดำเนินคดีอาญา กับทั้ง นพ.สรณ และเลขาธิการ กสทช. ได้ทันที โดยปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายอย่างเต็มที่และถูกต้อง เพราะตามขั้นตอนชั้นกฎหมาย นพ.สรณ ผิด2ขั้น คือ ในขั้นของคณะกรรมการสรรหา กสทช. และอีกขั้นคือคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลาง

มีวาระรอประชุม 195 เรื่อง

“รศ.ดร.ปรีดา อัครจันทโชติ” คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดเผยมุมมองต่อสถานการณ์เดดล็อกของ กสทช. ที่ไม่สามารถประชุมได้ในงานเสวนา “ทางออก กสทช.? สู่การขับเคลื่อนนิเวศสื่อและโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ” เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา ว่า สุญญากาศจะกระทบต่ออุตสาหกรรมสื่อ และโทรคมนาคมเป็นวงกว้างทั้งผู้ผลิตจนถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะการใกล้หมดอายุใบอนุญาตทีวีดิจิทัลในปี 2572 ซึ่งหลายฝ่ายกำลังรอให้ กสทช. พิจารณาแผนที่นำทางในอุตสาหกรรมนี้เพื่อวางแผนในการลงทุน 

หลังจากที่ กสทช. ประชุมไม่ได้ มีจำนวนวาระ 195 เรื่องที่คั่งค้างอยู่ แบ่งเป็นค้างมา 100 วาระ มีวาระเพื่อพิจารณา 13 วาระ อื่น ๆ 82 วาระ และจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตราบที่ประชุมไม่ได้ (ตามข้อมูลจาก สนง.กสทช.ล่าสุดมี 198 เรื่องเร่งด่วน มีระยะเวลากำหนด 82 เรื่อง)

 แบ่งได้ 6 กลุ่ม

 1. เกี่ยวกับโครงข่าย และการอนุญาตบริการโทรคมนาคม 74 เรื่อง

 2. เกี่ยวกับคลื่นความถี่ดาวเทียม 21 เรื่อง

 3. เกี่ยวกับใบอนุญาตโทรทัศน์ และการเปลี่ยนผ่านสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล 27 เรื่อง

 4. เกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภค 20 เรื่อง

 5. เกี่ยวกับวิชาชีพสื่อ การโฆษณา 23 เรื่อง 

 6. เกี่ยวกับกฎหมาย กองทุน งบประมาณ การบริหารงานภายใน 39 เรื่อง 

และว่า แม้บางเรื่องอาจจะคาบเกี่ยวกัน แต่พอจะฉายภาพได้ว่ามีอะไรบ้างที่กรรมการ กสทช. ต้องพิจารณา และยังค้างอยู่ ไม่อยากให้ดูแค่วาระ เพราะความเร่งด่วนต่างกัน ถ้าจะดูสำคัญ เช่น เรื่องแผนที่นำทาง ทีวีดิจิทัล ก่อนหมดอายุ วาระการแพร่ภาพเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ไม่ได้เกิดกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่กระทบทั้งห่วงโซ่การผลิตสื่อ จนถึงผู้บริโภค

ดังนั้นความท้าทายเฉพาะหน้าที่เร่งด่วนที่สุดคือต้องประชุมบอร์ด กสทช.ครั้งต่อไป เพื่อให้วาระค้างท่อที่รอการพิจารณาอนุมัติเกือบสองร้อยวาระไม่ต้องชะงักงัน

จับตาประมูลคลื่น-ดาวเทียม

สภาวะอัมพาตของ กสทช. ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองภายในองค์กร แต่คืมีเดิมพันสูงลิ่วด้วยวาระสำคัญที่ติดหล่มอยู่ในปัจจุบันล้วนเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมสื่อ ทั้งแผนแม่บท-แผนที่นำทางทีวีดิจิทัล หรือการเปลี่ยนผ่านระบบแพร่ภาพเสียงสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล ดังที่คณบดีนิเทศฯ จุฬาฯ กล่าวถึงข้างต้นเท่านั้น 

หากรวบรวมภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมขนาด 8 แสนล้านบาทของไทยแล้ว ยังมีเรื่องที่กระทบอีกหลายเรื่อง เช่น 

1.การจัดสรรคลื่นความถี่ 3500MHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่มาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรม 5G ที่ล่าช้ามาหลายปี รวมถึงคลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz ขนาด 2×45 MHz ที่กำลังจะสิ้นสุดการอนุญาตในปี 2570 ซึ่งเดิมคาดว่าจะนำมาประมูลพร้อมกันกับ 3500MHz ในปี 2570 – 2571 (การประมูลคลื่นล่าสุดเมื่อ มิ.ย. 2568 ได้แก่คลื่น 850MHz, 1500MHz, 2100MHz และ 2300MHz เม็ดเงินเข้ารัฐรวม 41,273 ล้านบาท)

ยังไม่รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ ที่ต้องเร่งแผนดาวเทียมเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ 6G และการจัดสรรวงโคจรดาวเทียมที่ต้องแข่งขันกับนานาชาติ

2.การจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการที่ต้องการรับสนับสนุน โดยเฉพาะกองทุน กทปส. ที่มีเม็ดเงินเพื่อสนับสนุนโครงการที่เป็นประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งใกล้จะถึงรอบให้ทุนสนับสนุนในปีงบฯ 2570 แล้ว 

และ 3.การคุ้มครองผู้บริโภค ดังที่กล่าวว่ามีเรื่องการร้องเรียนค้างคาอยู่กว่า 20 เรื่อง และปัญหาอื่น ๆ ที่ยังสะสม ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์, SMS หลอกลวง และคุณภาพสัญญาณโทรศัพท์มือถือหลังการควบรวมกิจการ ที่ประชาชนรอคอยการบังคับใช้กฎเกณฑ์อย่างเด็ดขาด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช.