เปลี่ยนอนาคตประเทศไทย
บทบรรณาธิการ
ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับประเทศไทย ที่รัฐบาลประกาศนโยบายและเป้าหมายชัดเจน ในการเปลี่ยนอนาคตประเทศไทย ทั้งการขับเคลื่อนปฏิรูประบบราชการ ของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ที่มีทั้งแผนลดกำลังพลข้าราชการ เปิดช่องเกษียณก่อนกำหนด รวมถึงการยุบหรือควบรวมหน่วยงานที่มีภารกิจซ้ำซ้อน เป้าหมายสำคัญคือ “ขนาดรัฐที่เล็กลง แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น”
ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินหน้านโยบายพลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศที่ติดกับดักโตต่ำด้วยการทำงานผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) โดยล่าสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา รองนายกฯเอกนิติเป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ที่ระดมหัวกะทิทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อกำหนดทิศทางขับเคลื่อน “การลงทุนใหม่ของประเทศ”
ที่ประชุมเห็นชอบ 5 ยุทธศาสตร์ลงทุนใหม่ 1.Investment and Industry Transformation Hub ยกระดับอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ 2.AI & Digital Hub ขับเคลื่อนอนาคตด้วย AI 3.Green Hub เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว 4.Financial Hub พัฒนาประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางบริการทางการเงินของภูมิภาค 5.Medical Investment Hub ยกระดับประเทศสู่การสร้าง Medical Ecosystem ครบวงจร
รองนายกฯเอกนิติตอกย้ำว่า เป้าหมายไม่ใช่แค่ตัวเลขเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น แต่คือการเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย ให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และเงินทุน สร้างงานคุณภาพให้คนไทย ผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยทุกยุทธศาสตร์มีเจ้าภาพ กรอบเวลา และตัวชี้วัดชัดเจน
คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนฯ กำหนด 3 เป้าหมายใหญ่คือ 1.ผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตเกิน 3% ต่อปี 2.ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยสู่ 20 อันดับแรกของโลก และ 3.ขยับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมของประเทศถึง 30% ของ GDP (ปัจจุบันราว 20%) เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้เศรษฐกิจไทย
แม้ภาคเอกชนส่งเสียงขานรับ พร้อมร่วมมือในการขับเคลื่อนเปลี่ยนอนาคตประเทศ แต่ถือเป็นโจทย์ท้าทายของสองขุนพลหัวหอกอย่าง รองนายกฯเอกนิติและรองนายกฯปกรณ์ ที่เป็นผู้แบกรับภารกิจ เพราะทุกการปฏิรูปและการปรับเปลี่ยน ย่อมเผชิญแรงต้านเหตุกระทบโครงสร้างอำนาจและกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ การจะเปลี่ยนอนาคตประเทศสำเร็จต้องไม่ปล่อยให้เป็นภารกิจของสองรองนายกฯเท่านั้น แต่รัฐบาลทั้งคณะ และข้าราชการต้องผสานพลังเดินไปในทิศทางเดียวกัน