เงินเฟ้อ ก.ค. พุ่ง 1.95% อาหารจานเดียว-ค่าเดินทางขยับ พาณิชย์จับตาเอลนีโญดันราคาผัก
เงินเฟ้อไทยเดือนกรกฎาคม 2569 สูงขึ้น 1.95% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังอยู่ในระดับสูง ดันค่าโดยสารสาธารณะและต้นทุนอาหารสำเร็จรูปปรับขึ้นเป็นวงกว้าง ขณะที่ผักสดได้รับแรงกดดันจากสภาพอากาศและเอลนีโญ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ดัชนีราคาผู้บริโภคลดลง 0.73% จากมาตรการดูแลราคาน้ำมันและการลดราคาสินค้าบางรายการ โดยกระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีไว้ที่ 1.5-2.5%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 102.10 เทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งอยู่ที่ 100.15 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 1.95% โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังทรงตัวสูงกว่าปีก่อน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ค่าโดยสารสาธารณะและราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน

ขณะเดียวกัน ราคาผักสดปรับสูงขึ้นจากฐานราคาปีก่อนที่อยู่ในระดับต่ำ และได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน ส่วนราคาสินค้าและบริการกลุ่มอื่นมีผลต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
“ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้าง และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังเครื่องประกอบอาหารบางชนิดปรับราคา ประกอบกับราคาผักสดสูงขึ้นจากฐานราคาปีก่อนที่อยู่ในระดับต่ำ” นายนันทพงษ์กล่าว
สำหรับหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 2.04% จากราคาข้าวราดแกง กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด ผักสด ผลไม้สด เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ข้าวสารเจ้า และไข่ไก่ ขณะที่สินค้าหลายรายการราคาลดลง ได้แก่ เนื้อสุกร ข้าวสารเหนียว กุ้งขาว ปลานิล มะพร้าว มะขามเปียก และน้ำพริกแกง
หมวดอื่นที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 1.88% จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าเช่าบ้าน และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ขณะที่ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม แชมพู ครีมนวดผม แป้งผัดหน้า และเสื้อผ้าบางรายการปรับลดลง
จากสินค้าและบริการที่ใช้คำนวณดัชนีจำนวน 464 รายการ พบว่ามีสินค้าและบริการปรับราคาสูงขึ้น 300 รายการ ราคาไม่เปลี่ยนแปลง 32 รายการ และปรับลดลง 132 รายการ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2569 ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปลดลง 0.73% โดยหมวดอื่นที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มลดลง 1.45% ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับลดลง หลังภาครัฐใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาบริหารจัดการ
นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษลดลงจากการยกเว้นค่าผ่านทางในช่วงวันหยุดยาว รวมถึงของใช้ส่วนบุคคลหลายรายการปรับลดลงจากกิจกรรมส่งเสริมการขาย ขณะที่ค่าเช่าบ้าน อาหารสัตว์เลี้ยง น้ำยารีดผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น และค่าบริการล้างเครื่องปรับอากาศปรับสูงขึ้น
ด้านหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เมื่อเทียบรายเดือนสูงขึ้น 0.40% จากราคาไข่ไก่และเนื้อสุกร หลังปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ขณะที่ความต้องการบริโภคยังมีต่อเนื่อง รวมถึงข้าวสารเจ้า เครื่องประกอบอาหาร และอาหารสำเร็จรูปที่ทยอยปรับราคาตามต้นทุน
ผักสดบางรายการมีราคาสูงขึ้นจากผลผลิตและคุณภาพที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกชุก ขณะที่ปลาและสัตว์น้ำ อาหารสั่งผ่านบริการส่งอาหาร ผลไม้สด และผักสดบางชนิดปรับลดลง
สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งหักอาหารสดและพลังงานออก สูงขึ้น 1.34% เร่งตัวจากเดือนมิถุนายนที่เพิ่มขึ้น 1.23% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 7 เดือนแรกของปี 2569 สูงขึ้น 1.21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อพิจารณารายภูมิภาค พบว่าเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นทุกภาค โดยภาคใต้สูงสุด 2.25% รองลงมาคือภาคกลาง 2.22% กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 1.88% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1.72% และภาคเหนือ 1.57%
ส่วนอัตราเงินเฟ้อไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ จากข้อมูลเดือนมิถุนายน 2569 ไทยมีเงินเฟ้อ 2.42% อยู่ในระดับต่ำอันดับที่ 41 จาก 140 เขตเศรษฐกิจ และต่ำเป็นอันดับที่ 4 ของอาเซียนจาก 8 ประเทศที่ประกาศตัวเลข
นายนันทพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อเดือนสิงหาคม 2569 คาดว่าจะยังเป็นบวกต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันขายปลีกที่ยังสูงกว่าปีก่อน ราคาอาหารสำเร็จรูปและเครื่องประกอบอาหารที่ทยอยปรับขึ้น ค่าเดินทางที่เพิ่มตามต้นทุนน้ำมัน และราคาผักสดที่มีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อน
อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือการเปลี่ยนผ่านของเอลนีโญ จากระดับกำลังอ่อนไปสู่ระดับกำลังแรงหรือกำลังแรงมาก ซึ่งอาจกระทบต่อผลผลิตและราคาผักสด ขณะที่ปัจจัยกดดันเงินเฟ้อ ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้าที่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย และราคาผลไม้สดที่มีแนวโน้มลดลงจากผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ไว้ที่ 1.5-2.5% มีค่ากลาง 2.0% ภายใต้สมมุติฐานเศรษฐกิจขยายตัว 1.5-2.5% ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 80-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ





