เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
สนค.เผยเงินเฟ้อเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 2.53% จากปีก่อน เร่งตัวจากเดือนกรกฎาคมที่ 1.95% แรงกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงกว่าปีก่อน อาหารสำเร็จรูป ไข่ไก่ ไก่สด ผักและผลไม้ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.44% ประเมินเงินเฟ้อช่วงไตรมาส 3 เฉลี่ยราว 2.37% และหากความขัดแย้งตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ ไตรมาส 4 มีโอกาสขึ้นใกล้ 2.7% แต่ยังคงกรอบคาดการณ์ทั้งปี 1.5-2.5%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 102.67 เทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 ที่ 100.14 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 2.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังทรงตัวสูงกว่าปีก่อน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ประกอบกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมและปฏิบัติการทางทหาร
ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับเพิ่มขึ้นในวงกว้าง รวมถึงอาหารสด โดยเฉพาะไข่ไก่ ไก่สด ผักสด และผลไม้สด ส่วนหนึ่งมาจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากโครงการไทยช่วยไทย พลัส และผลกระทบของสภาพอากาศแปรปรวนที่ทำให้ผลผลิตบางส่วนลดลง
อาหารพุ่ง 2.99%-น้ำมันดันหมวดอื่น 2.23%
หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 2.99% จากปีก่อน โดยสินค้าที่ราคาสูงขึ้น ได้แก่ อาหารสำเร็จรูป เช่น กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพราและข้าวผัด รวมถึงข้าวสารเจ้า ไข่ไก่ ผักสด และผลไม้สด
เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และเครื่องประกอบอาหารบางรายการ เช่น น้ำดื่ม กาแฟ กะปิ น้ำปลา น้ำพริกแกง และซีอิ๊ว ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ขณะที่สินค้าราคาลดลง ได้แก่ ข้าวสารเหนียว มะพร้าว มะขามเปียก และอาหารโทรสั่ง หรือ Delivery
ส่วนหมวดอื่นที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 2.23% จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าเช่าบ้าน และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
ในทางกลับกัน ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม ของใช้ส่วนบุคคลบางรายการ และเสื้อผ้าบางประเภทปรับราคาลดลง
เทียบเดือนก่อน เงินเฟ้อขยับอีก 0.56%
เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2569 ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.56% โดยหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 0.78%
สินค้าที่ปรับสูงขึ้นเด่น ได้แก่ ไข่ไก่ เนื้อสุกร ไก่สด ข้าวสารเจ้า อาหารฟาสต์ฟู้ด และอาหารโทรสั่ง โดยบางรายการปรับขึ้นหลังสิ้นสุดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ขณะที่อาหารสำเร็จรูปทยอยส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย
หมวดอื่นที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 0.43% โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ซึ่งปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ประกอบกับการลดภาระชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
เงินเฟ้อพื้นฐาน 1.44% สูงขึ้นต่อเนื่อง
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งหักอาหารสดและพลังงานออก เพิ่มขึ้น 1.44% จากปีก่อน เร่งขึ้นจากเดือนกรกฎาคมที่ 1.34%
ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 8 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ข้อมูลจากการแถลงยังระบุว่า ในตะกร้าสินค้าและบริการ 464 รายการ เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมปีก่อน มีสินค้าราคาเพิ่มขึ้น 310 รายการ ราคาไม่เปลี่ยนแปลง 31 รายการ และราคาลดลง 123 รายการ
ภาคใต้เงินเฟ้อสูงสุด 2.85%
หากแยกตามภูมิภาค เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นทุกภาค โดยภาคใต้สูงสุด 2.85% รองลงมาคือภาคกลาง 2.81% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2.43% กรุงเทพฯ และปริมณฑล 2.38% และภาคเหนือ 2.21%
สินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้นในทุกภูมิภาค ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ข้าวสารเจ้า ไข่ไก่ กับข้าวสำเร็จรูป และค่าเช่าบ้าน ขณะที่ค่ากระแสไฟฟ้าและสินค้าบางกลุ่มปรับลดลง
พาณิชย์มองเงินเฟ้อปลายปี “2 กว่า”
นายนันทพงษ์กล่าวในการตอบคำถามภายหลังการแถลงว่า เงินเฟ้อมีโอกาสอยู่ในทิศทางสูงขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากฐานราคาน้ำมันช่วงครึ่งหลังของปีก่อนอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ราคาน้ำมันปีนี้มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย
“ถ้ากราฟของปีนี้เทรนด์เราสูงหรือทรงตัวขึ้น นั่นหมายความว่าอัตราเงินเฟ้อจากนี้ถึงปลายปีก็คงจะอยู่ประมาณ 2 กว่า แล้วก็วิ่งไปเรื่อย ๆ”
สนค.ประเมินว่า เงินเฟ้อในไตรมาส 3 อยู่ที่ประมาณ 2.37% และหากความขัดแย้งยังดำเนินต่อไป ไตรมาส 4 อาจอยู่ที่ประมาณ 2.7%
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2569 ไว้ที่ 1.5-2.5% โดยมีค่ากลาง 2.0%
อาหารจานเดียว “ยังขึ้นแต่เริ่มชะลอ”
อีกประเด็นที่ สนค.จับตาคือการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาอาหารจานเดียว โดยนายนันทพงษ์ระบุว่า จำนวนรายการอาหารจานเดียวที่ปรับขึ้นยังมีต่อเนื่อง แต่แนวโน้มเริ่มลดลง
จึงประเมินว่าการส่งผ่านต้นทุนเข้าสู่ราคาอาหารจานเดียวเริ่มชะลอลงและมีแนวโน้มทรงตัว ทำให้แรงกดดันต่อเงินเฟ้อจากกลุ่มดังกล่าวไม่รุนแรงเท่าช่วงก่อนหน้า ขณะที่ตัวแปรหลักในช่วงปลายปีจะอยู่ที่ราคาน้ำมันและสภาพภูมิอากาศ
จับตาเอลนีโญกระทบอาหารสด
สนค.ยังติดตามความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ โดยประเมินว่าหากเกิดภาวะเอลนีโญรุนแรง อาจกระทบผลผลิตสินค้าเกษตรและผลักดันราคาสินค้าบางรายการให้สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายนันทพงษ์ย้ำว่า ผลกระทบต่อราคาสินค้าไม่ได้เกิดเหมือนกันทุกครั้ง เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าสินค้าทุกประเภทจะปรับขึ้นจากเอลนีโญ
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดเหลือ 49.5
ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงมาอยู่ที่ 49.5 โดย สนค.มองว่าปัจจัยที่จะช่วยพยุงความเชื่อมั่นในระยะถัดไป ได้แก่ การใช้จ่ายของภาครัฐหลังงบประมาณเริ่มเข้าสู่ระบบ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
สำหรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส นายนันทพงษ์ระบุว่า ผลต่อเงินเฟ้อโดยตรงมีไม่มาก แต่มีบทบาทต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นในระยะสั้น ส่วนความเชื่อมั่นระยะยาวยังขึ้นอยู่กับการส่งออก การลงทุน และภาพรวมเศรษฐกิจ
ก.ย.ยังบวก ค่าไฟช่วยกดบางส่วน
สำหรับแนวโน้มเดือนกันยายน สนค.คาดว่าเงินเฟ้อยังเป็นบวกต่อเนื่อง จาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ราคาน้ำมันขายปลีกที่ยังสูงกว่าปีก่อน ราคาอาหารสำเร็จรูปที่ทยอยปรับขึ้น ค่าเดินทางโดยเฉพาะรถโดยสาร และราคาอาหารสด เช่น ผัก ผลไม้ ไข่ไก่ และไก่สด
ส่วนปัจจัยช่วยกดเงินเฟ้อ ได้แก่ ค่าไฟฟ้ารอบเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 ที่ลดลงเหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย จากรอบก่อนที่ 3.95 บาทต่อหน่วย รวมถึงการแข่งขันและการจัดโปรโมชั่นของสินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภท
กระทรวงพาณิชย์จึงยังคงกรอบคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปี 2569 ที่ 1.5-2.5% ค่ากลาง 2.0% โดยมี “ราคาพลังงาน” และ “สภาพภูมิอากาศ” เป็นสองตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามในช่วงปลายปี





