บุก 2 โกดัง ยึดอาหารหมา-แมวเถื่อนกว่า 68 ตัน มูลค่า 30 ล้าน ลุยขยายผลเส้นทางนำเข้า
กระทรวงเกษตรฯ ส่งชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” สนธิกำลังกรมปศุสัตว์ ศุลกากร และตำรวจสอบสวนกลาง บุกตรวจคลังสินค้า 2 แห่งในสมุทรสาครและสมุทรปราการ หลังรับเบาะแสลักลอบนำเข้าอาหารสุนัข-แมวไม่มีทะเบียนและใบอนุญาต ก่อนนำไปขายออนไลน์ ยึดของกลาง 118 รายการ น้ำหนักกว่า 68,680 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท พร้อมส่งตรวจห้องปฏิบัติการ และเดินหน้าขยายผลเส้นทางลักลอบนำเข้า-เจ้าของบริษัท
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำชับให้เร่งปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ผิดกฎหมาย หลังได้รับข้อร้องเรียนและเบาะแสว่ามีการลักลอบนำเข้าอาหารสุนัขและแมวจากต่างประเทศ เก็บซุกซ่อนไว้ในโกดังในจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรปราการ ก่อนนำไปจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์
จึงได้สั่งการชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” นำโดยเจ้าหน้าที่สารวัตรจากกรมปศุสัตว์ สนธิกำลังร่วมกับกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร และตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เข้าตรวจค้นสถานที่เก็บและกระจายสินค้าขนาดใหญ่ 2 แห่ง ซึ่งอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน บริเวณ ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
ผลการตรวจค้นพบอาหารสัตว์ยี่ห้อ Mr.vet และ Bite of wild ซึ่งระบุแหล่งผลิตจากประเทศจีน แต่ไม่มีการขออนุญาตนำเข้าจากกรมปศุสัตว์ และไม่ได้ขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จึงยึดอายัดอาหารสุนัขและแมวรวม 118 รายการ น้ำหนักรวมกว่า 68,680 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท
แบ่งเป็นคลังสินค้าในจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 67 รายการ น้ำหนัก 17,651 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท และคลังสินค้าในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 51 รายการ น้ำหนักกว่า 51,028 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 23 ล้านบาท
นายสรวุฒิกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้สุ่มเก็บตัวอย่างอาหารสัตว์ส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียด เนื่องจากสินค้าไม่มีทะเบียนและไม่ผ่านกระบวนการนำเข้าตามกฎหมาย จึงอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของสุนัขและแมว รวมถึงกระทบต่อผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าไปใช้
“การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ในความผิดฐานนำเข้าอาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ และนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560” นายสรวุฒิกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมสืบสวนขยายผลไปยังเจ้าของบริษัท ผู้กระทำความผิด และตรวจสอบเส้นทางการลักลอบนำเข้าสินค้าดังกล่าวต่อไป
นายสรวุฒิกล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะยังคงบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันโรคระบาดสัตว์และพืช คุ้มครองผู้บริโภค และปกป้องเกษตรกรไม่ให้ถูกแทรกแซงกลไกตลาดอย่างไม่เป็นธรรม

