เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ลำพูน พื้นที่แรกใช้ ‘ประกันภัยพิบัติฯ’ หลังน้ำป่าท่วม 4 หมู่บ้าน
Politics ลำพูน พื้นที่แรกใช้ ‘ประกันภัยพิบัติฯ’ หลังน้ำป่าท่วม 4 หมู่บ้าน
กองทุนน้ำมัน ติดลบแสนล้าน ยังไม่กู้ ลุ้นลดภาษีสรรพสามิตช่วยพยุง
Economic กองทุนน้ำมัน ติดลบแสนล้าน ยังไม่กู้ ลุ้นลดภาษีสรรพสามิตช่วยพยุง
ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีหนุน MICE หักรายจ่าย 2 เท่า คาดสร้างงาน 3.5 แสนตำแหน่ง
Economic ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีหนุน MICE หักรายจ่าย 2 เท่า คาดสร้างงาน 3.5 แสนตำแหน่ง
ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
รำลึก 100 ปี ‘ศ.สังเวียน’ สมคิด ปลุกตลาดทุนไทย ดึงหุ้นอนาคต-รักษา ‘Trust’
Finance รำลึก 100 ปี ‘ศ.สังเวียน’ สมคิด ปลุกตลาดทุนไทย ดึงหุ้นอนาคต-รักษา ‘Trust’
“ชัชชาติ” แจง “แก้มลิงคู้บอน-บางชัน” พิจารณาตามหลักวิชาการ ยันยกเลิกก่อนเป็นผู้ว่าฯ กทม.
Economic “ชัชชาติ” แจง “แก้มลิงคู้บอน-บางชัน” พิจารณาตามหลักวิชาการ ยันยกเลิกก่อนเป็นผู้ว่าฯ กทม.
กทม. เฝ้าระวัง “น้ำปริ่ม” เร่งพร่องน้ำทุกจุด รับมือฝน 10–13 ต.ค.นี้
Economic กทม. เฝ้าระวัง “น้ำปริ่ม” เร่งพร่องน้ำทุกจุด รับมือฝน 10–13 ต.ค.นี้
FTA ไทย-EU เข้าโค้งสุดท้าย เหลือเปิดตลาด-ประเด็นนโยบาย ลุ้นปิดดีลภายในปี’69
Economic FTA ไทย-EU เข้าโค้งสุดท้าย เหลือเปิดตลาด-ประเด็นนโยบาย ลุ้นปิดดีลภายในปี’69
ไทยขยับอันดับนวัตกรรมโลก ขึ้นที่ 44 รั้งเบอร์ 3 กลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง
Economic ไทยขยับอันดับนวัตกรรมโลก ขึ้นที่ 44 รั้งเบอร์ 3 กลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง
‘โรงเรียนไร้งบ = ประเทศไร้อนาคต’ ฝรั่งเศสไม่ทน! สู้แก๊สน้ำตา ทวงงบการศึกษา
Politics ‘โรงเรียนไร้งบ = ประเทศไร้อนาคต’ ฝรั่งเศสไม่ทน! สู้แก๊สน้ำตา ทวงงบการศึกษา
ดูทั้งหมด

กขค.ล็อกเป้าแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่ ไม่ดูแค่ “GP” แต่คุมทั้งโมเดลธุรกิจ-อัลกอริทึม-ไรเดอร์

21 ส.ค. 2569 | 09:53น.

ธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลกำลังเข้าสู่ช่วงถูกจับตาเข้มข้นมากขึ้น หลังสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. พบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับแพลตฟอร์มรายใหญ่เข้าสู่กระบวนการพิจารณากว่า 20 เรื่อง ครอบคลุมตั้งแต่ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ การบังคับจัดโปรโมชัน การบังคับใช้บริการขนส่ง ไปจนถึงพฤติกรรมทางการค้าในรูปแบบอื่นที่อาจกระทบการแข่งขัน

กขค.ส่งสัญญาณชัดว่า การกำกับดูแลแพลตฟอร์มยุคใหม่ไม่สามารถดูเฉพาะ “GP” หรือค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาทั้ง Business Model ตั้งแต่โครงสร้างตลาด อำนาจเหนือตลาด การมองเห็นร้านค้า ระบบจัดลำดับสินค้า อัลกอริทึม การใช้ข้อมูล เงื่อนไขทางการค้า และผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย ไรเดอร์ และผู้บริโภค

“พิทยา” เข้าประชุมทำเนียบฯ วางกรอบกำกับแพลตฟอร์ม

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 พลตำรวจโทพิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน

การประชุมมีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อบูรณาการแนวทางกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม

ประเด็นที่หารือครอบคลุมสถานการณ์และผลการศึกษาค่าธรรมเนียมและค่าบริการของแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือ GP แนวทางกำกับดูแลพฤติกรรมทางการค้าของแพลตฟอร์ม แนวทางใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มการค้าแบบเปิด หรือ Open Commerce Network : OCN และการผลักดันร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. …. เพื่อวางระบบกำกับดูแลที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างสมดุลระหว่างแพลตฟอร์ม ผู้ประกอบธุรกิจ และผู้บริโภค

ร้องเรียนแพลตฟอร์มกว่า 20 เรื่อง ค่าธรรมเนียม-โปรโมชัน-ขนส่ง

พลตำรวจโทพิทยาเปิดเผยว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ กขค. กว่า 20 เรื่อง โดยมีประเด็นเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม ค่าบริการ การบังคับจัดโปรโมชัน การบังคับใช้บริการขนส่ง และพฤติกรรมทางการค้ารูปแบบอื่น

ขณะนี้เรื่องร้องเรียนดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินคดีตามกรอบของกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

สำหรับประเด็นค่าธรรมเนียม GP กขค.ได้ติดตามและให้ผู้ประกอบธุรกิจชี้แจงเหตุผลและปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยจะไม่พิจารณาจากระดับค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียว แต่จะดูสภาพการแข่งขัน โครงสร้างตลาด เหตุผลทางธุรกิจ และผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ กขค.ยังให้ความสำคัญกับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการลดหรือปิดกั้นการมองเห็นร้านค้าและสินค้า รวมถึงการจัดลำดับและการแสดงผลบนแพลตฟอร์ม เพราะกลไกเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการเข้าถึงผู้บริโภคและโอกาสในการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจ

ไม่ดูแค่ “GP” แต่ต้องมองทั้ง Business Model

พลตำรวจโทพิทยาย้ำว่า การกำกับดูแลแพลตฟอร์มไม่ได้มุ่งเฉพาะเรื่องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม แต่ต้องพิจารณารูปแบบการดำเนินธุรกิจโดยรวม หรือ Business Model โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจที่มีอำนาจเหนือตลาด ซึ่งอาจส่งผลให้คู่ค้าไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม

กขค.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและพิจารณาพฤติกรรมในหลายมิติ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเท่าทันรูปแบบธุรกิจยุคดิจิทัล และประเมินผลกระทบต่อการแข่งขันได้อย่างรอบด้าน

ประเด็นนี้สะท้อนว่า อำนาจของแพลตฟอร์มไม่ได้อยู่ที่การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการกำหนดเงื่อนไขทางการค้า การเข้าถึงลูกค้า การมองเห็นสินค้า การจัดลำดับผลการค้นหา การบังคับใช้บริการเสริม และการกำหนดกติกาที่ผู้ประกอบการรายย่อยอาจไม่มีอำนาจต่อรอง

เปิดคำวินิจฉัย สร้างแรงป้องปรามก่อนผิดซ้ำ

พลตำรวจโทพิทยายังระบุว่า ปัจจุบัน กขค.มีนโยบายเพิ่มการสื่อสารเชิงรุกต่อสาธารณชน โดยได้ออกระเบียบเกี่ยวกับการเผยแพร่คำวินิจฉัยของ กขค. ซึ่งอยู่ระหว่างส่งไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เมื่อระเบียบมีผลใช้บังคับ ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจจะสามารถติดตามคำวินิจฉัย แนวทางการพิจารณาคดีของ กขค. ข้อมูลลักษณะพฤติกรรมที่ถูกตรวจสอบ เหตุผลในการดำเนินคดี หลักเกณฑ์ในการพิจารณา และโทษทางกฎหมาย

เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการลงโทษเมื่อเกิดการกระทำผิดแล้ว แต่เป็นการสร้างผลในการป้องปราม หรือ Deterrence เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจรับรู้แนวทางบังคับใช้กฎหมาย และลดความเสี่ยงต่อการกระทำซ้ำในตลาดแพลตฟอร์ม

ระยะกลางเล็งใช้ Ex ante ป้องกันก่อนเกิดผลกระทบ

สำหรับการดำเนินงานระยะกลาง กขค.อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลเชิงป้องกัน หรือ Ex ante เช่น การกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องขออนุญาตหรือแจ้งต่อหน่วยงานกำกับดูแลก่อนดำเนินการบางประเภท

แนวทางดังกล่าวจะพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กขค. สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อจัดทำกติกาที่สอดคล้องกันและแก้ปัญหาได้ตรงจุด

ในระยะยาว กขค.จะเชื่อมโยงการกำกับดูแลเข้ากับการพัฒนากฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้ประเทศไทยมีกลไกกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยไม่สร้างภาระเกินความจำเป็นต่อผู้ประกอบธุรกิจ และยังคงส่งเสริมการแข่งขันกับนวัตกรรม

พลตำรวจโทพิทยากล่าวว่า กขค.พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้าง Digital Ecosystem ของไทยให้เกิดความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกับการคุ้มครองผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภค โดยมีเป้าหมายให้แพลตฟอร์มดิจิทัลเติบโตบนพื้นฐานการแข่งขันที่เป็นธรรม โปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

“วรวรรณ” ชงกติกาแพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งของ

อีกด้านหนึ่ง นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับสภาพการแข่งขันในตลาดเรียกรถโดยสารบนแพลตฟอร์ม หรือ Ride-hailing ครั้งที่ 1/2569

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเอกสารหลักการ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์” พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 18-31 สิงหาคม 2569

แนวทางนี้เกิดขึ้นหลัง กขค.เห็นว่าตลาดเรียกรถโดยสารและบริการจัดส่งออนดีมานด์เติบโตเร็ว แต่มีโครงสร้างการแข่งขันที่กระจุกตัวสูง และมีประเด็นที่อาจกระทบทั้งร้านอาหาร ไรเดอร์ ผู้บริโภค และผู้ให้บริการรายอื่นในตลาด

Food Delivery ร้องเรียน 17 เรื่อง ตลาดโตแต่ปัญหายังเพิ่ม

นางวรวรรณเปิดเผยว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 ธุรกิจ Food Delivery เติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและไรเดอร์ประสบปัญหากับผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรับและส่งอาหาร

ด้วยเหตุนี้ ปลายปี 2563 กขค.จึงออกประกาศเรื่อง “แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรับและส่งอาหารกับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร” หรือไกด์ไลน์ Food Delivery เพื่อกำกับดูแลตลาดดังกล่าว

นับตั้งแต่ประกาศมีผลบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน ช่วงเดือนธันวาคม 2563-สิงหาคม 2569 สำนักงาน กขค.ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรับและส่งอาหารรวม 17 เรื่อง และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับขนาดตลาดธุรกิจ Food Delivery ที่เติบโตเร็วตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

Ride-hailing แตะ 4.5 หมื่นล้าน ไรเดอร์กว่า 4 แสนราย

ขณะเดียวกัน ตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดในปี 2568 ราว 45,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 49,000 ล้านบาทภายในปี 2572

ปัจจุบันจำนวนไรเดอร์ในตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันมีมากกว่า 400,000 ราย สะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจดังกล่าว

นอกจากนี้ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตลาด Ride-hailing และบริการจัดส่งออนดีมานด์ เช่น Food Delivery ในไทยเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง หลังผู้ให้บริการรายใหญ่บางรายยุติกิจการในไทย ทำให้ตลาดกระจุกตัวสูง มีผู้เล่นรายใหญ่เพียงสองราย หรือ Duopoly

ประเด็นที่พบว่าอาจกระทบการแข่งขัน ได้แก่ โครงสร้างค่าธรรมเนียม GP ที่ไม่เป็นธรรม ปัญหาระบบอัลกอริทึม การบังคับใช้ระบบพ่วงงาน หรือ Batching ที่บังคับให้ไรเดอร์รับงานสองร้านและส่งสองที่พร้อมกันแต่กลับปรับลดค่ารอบ ระบบจัดลำดับงานที่เอื้อไรเดอร์ระดับสูง ความคลาดเคลื่อนของระบบ GPS ที่ทำให้ระยะทางไม่ตรงกับความเป็นจริง และการใช้ Dark Patterns ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด

นอกจากนี้ ยังมีความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนระหว่างแท็กซี่สาธารณะที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด กับรถส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม จนอาจก่อให้เกิด “สนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม”

กติกาใหม่คุม GP-Exclusive-Rate Parity-Dark Patterns

นางวรวรรณระบุว่า กขค.เห็นว่าไกด์ไลน์ Food Delivery ที่ออกประกาศใช้เมื่อปลายปี 2563 ยังไม่ครอบคลุมธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันและบริการจัดส่งออนดีมานด์ จึงเห็นควรจัดทำ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์”

ข้อกำหนดดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และบริการจัดส่งออนดีมานด์ ทั้งบริการรับส่งของและรับส่งอาหาร โดยกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อกำกับดูแลผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหลายด้าน

ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเรียกเก็บ GP ค่าโฆษณา และค่าโปรโมชันที่ไม่เป็นธรรม การกำหนดเงื่อนไขจำกัดสิทธิ หรือ Exclusive Dealing การบังคับราคาเท่ากันทุกช่องทาง หรือ Rate Parity การออกแบบการใช้งานแพลตฟอร์มไม่โปร่งใสจนทำให้ผู้ใช้งานส่งคำสั่งไปโดยเข้าใจผิด หรือ Deceptive Patterns/Dark Patterns และการจัดลำดับหรือแสดงบริการของแพลตฟอร์มตนเองก่อน หรือ Self-preferencing

ควบคู่กันนั้น ยังจะกำหนดมาตรฐานที่แพลตฟอร์มต้องปฏิบัติ ได้แก่ มาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะและไรเดอร์ การตรวจสอบยืนยันตัวตนผู้ให้บริการ การเปิดเผยข้อมูลบริการอย่างโปร่งใส และการจัดเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมาย

เปิดรับฟังถึง 31 ส.ค. คาดประกาศใช้สิ้น ก.ย.

กขค.เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อกำหนดดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 18-31 สิงหาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ www.tcct.or.th หรือทางอีเมล [email protected]

หลังจากนั้นจะนำความเห็นที่ได้รับไปพัฒนาหลักเกณฑ์และกฎระเบียบ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และบริการจัดส่งออนดีมานด์ของไทย ให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม โปร่งใส และคำนึงถึงสวัสดิภาพทั้งผู้ให้บริการและผู้บริโภค โดยคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

กขค.ขยับจาก “ไกด์ไลน์” สู่กติกาคุมแพลตฟอร์มเต็มระบบ

ภาพรวมการเดินหน้าของ กขค.รอบนี้สะท้อนว่า การกำกับธุรกิจแพลตฟอร์มกำลังขยับจากการแก้ปัญหาเฉพาะประเด็น เช่น ค่า GP หรือข้อพิพาทร้านอาหาร ไปสู่การวางกรอบกำกับทั้งระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัล

ในมิติแรก กขค.กำลังตรวจสอบพฤติกรรมแพลตฟอร์มรายใหญ่จากเรื่องร้องเรียนกว่า 20 เรื่อง โดยเน้นว่าไม่ใช่แค่ค่าธรรมเนียม แต่ต้องดูโมเดลธุรกิจทั้งชุด โดยเฉพาะเมื่อแพลตฟอร์มมีอำนาจกำหนดกติกาที่ส่งผลต่อโอกาสแข่งขันของผู้ประกอบการบนระบบ

ในมิติที่สอง กขค.กำลังเตรียมมาตรฐานเฉพาะสำหรับ Ride-hailing และบริการจัดส่งออนดีมานด์ หลังตลาดโตเร็ว กระจุกตัวสูง และมีประเด็นกระทบไรเดอร์ ร้านอาหาร ผู้บริโภค รวมถึงผู้ให้บริการขนส่งรูปแบบเดิม เช่น แท็กซี่สาธารณะ

ในมิติที่สาม กขค.กำลังเปิดทางไปสู่ระบบกำกับดูแลเชิงป้องกัน หรือ Ex ante และการเชื่อมโยงกับกฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลในระยะยาว

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมไม่ให้แพลตฟอร์มใช้อำนาจเหนือตลาดเอาเปรียบคู่ค้า ไรเดอร์ และผู้บริโภค กับการไม่ออกกติกาที่หนักเกินไปจนฉุดนวัตกรรมและการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล

หาก กขค.เดินหน้ากติกาใหม่ได้ตามกรอบเวลา ตลาดแพลตฟอร์มไทยจะเริ่มเห็นมาตรฐานการแข่งขันที่ชัดขึ้น ตั้งแต่ค่า GP ระบบจัดลำดับงาน อัลกอริทึม เงื่อนไขผูกมัด ไปจนถึงความปลอดภัยและความโปร่งใสของข้อมูล ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญของการกำกับเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

GP กขค. แพลตฟอร์ม