ลดค่า GP ช่วยเซฟ 1.9 พันล้าน พาณิชย์ต่อลมหายใจ SMEs 1.2 ล้านราย
ประธานสภา SMEs ชี้มาตรการให้ 3 แพลตฟอร์มยักษ์ “Shopee-Lazada-TikTok Shop” ลดค่าธรรมเนียม GP ช่วยบรรเทาภาระผู้ประกอบการรายย่อย หลังค่า GP พรวดจาก 8% แตะ 17-18% กระทบต้นทุนและกำไร จี้รัฐเร่งวางแนวปฏิบัติคุมแพลตฟอร์ม ย้ำต้องหาจุดสมดุลให้ทั้ง SMEs และแพลตฟอร์มอยู่ร่วมกันได้ ด้าน ก.พาณิชย์เผยลด GP นาน 6 เดือน คาดช่วยผู้ค้า 1.2 ล้านราย ประหยัดต้นทุนได้ถึง 1,930 ล้านบาท
นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภา SMEs) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการลดค่าธรรมเนียมการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (ค่า GP) ของ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ถือเป็นมาตรการที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภาระค่าธรรมเนียมที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการลดค่า GP จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีอัตรากำไรเพิ่มขึ้น และมีเงินทุนหมุนเวียนกลับไปหล่อเลี้ยงธุรกิจของตนเอง ที่ผ่านมาผู้ประกอบการต้องเผชิญกับการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมอย่างต่อเนื่องและภายในระยะเวลาสั้น จากเดิมที่อัตราประมาณ 8% ปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับ 17-18% ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลกระทบต่อการบริหารต้นทุนและกำไรจากการขายสินค้า
“การขอให้แพลตฟอร์มปรับลดค่าธรรมเนียมกลับไปใช้อัตรา ณ เดือนมกราคม 2569 จึงเป็นแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการในระยะเร่งด่วน เพื่อให้สามารถบริหารต้นทุนได้ใกล้เคียงกับที่เคยวางแผนไว้ สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับความช่วยเหลือในระยะแรก จะเน้นผู้ประกอบการรายย่อยที่มีข้อจำกัดในการปรับตัว โดยเฉพาะผู้ค้าบุคคลธรรมดาที่มียอดขายไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และผู้ประกอบการนิติบุคคลที่มียอดขายไม่เกิน 3.5 ล้านบาทต่อปี”
นายสุปรีย์กล่าวว่า เบื้องต้นมีผู้ประกอบการอยู่ในข่ายได้รับประโยชน์ประมาณ 1.2 ล้านราย และมาตรการลดค่าธรรมเนียมครั้งนี้มีระยะเวลา 6 เดือน อย่างไรก็ตาม การลดค่าธรรมเนียม GP เป็นเพียงมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้าเท่านั้น หลังจากนี้จำเป็นต้องมีการรวบรวมข้อมูลผลกระทบและผลการดำเนินงาน เพื่อนำไปพิจารณากำหนดแนวปฏิบัติสำหรับแพลตฟอร์มในระยะต่อไป โดยประเด็นสำคัญที่สภา SMEs ต้องการผลักดันคือ การกำหนดกติกาเกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม ซึ่งควรมีการแจ้งผู้ประกอบการล่วงหน้า เพื่อให้สามารถวางแผนต้นทุนและเตรียมความพร้อมก่อนที่อัตราค่าธรรมเนียมใหม่จะมีผลบังคับใช้
สำหรับแนวทางการกำกับดูแลแพลตฟอร์มในระยะยาวควรอยู่บนหลักความสมเหตุสมผล โดยสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) จะมีบทบาทในการพิจารณาข้อมูลจากแพลตฟอร์ม ทั้งต้นทุนการดำเนินงาน วิธีการปฏิบัติงาน และวิธีคำนวณค่าธรรมเนียม เพื่อหาจุดสมดุลที่เหมาะสม ไม่ได้มองว่าแพลตฟอร์มเป็นฝ่ายที่สร้างปัญหาเพียงอย่างเดียว เพราะต้องยอมรับว่ามีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งที่ได้รับประโยชน์จากการใช้แพลตฟอร์มเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า ดังนั้น การกำหนดแนวปฏิบัติจึงต้องคำนึงถึงทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้โดยไม่รู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ และแพลตฟอร์มยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
นายสุปรีย์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs ยังเผชิญปัญหาหลายด้าน โดยสภา SMEs ให้ความสำคัญกับการผลักดันมาตรการช่วยเหลือใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การเข้าถึงเงินทุนและสภาพคล่อง ซึ่งเป็นเหตุผลที่สภา SMEs ผลักดันเรื่องเครดิตเทอม 45 วันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ประกอบการบางรายต้องรอรับชำระเงินเป็นระยะเวลานาน ส่งผลกระทบต่อเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจ 2.การเข้าถึงตลาด โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงแห่งเดียวได้ จึงจำเป็นต้องขยายโอกาสการเข้าถึงตลาดให้กว้างขึ้น 3.การสร้างความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการกำหนดกติกาที่เหมาะสมในการดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถแข่งขันได้ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม
“สถานการณ์ของผู้ประกอบการ SMEs ยังน่าเป็นห่วง โดยมีธุรกิจบางส่วนทยอยปิดกิจการ ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่ยังเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านเงินทุนและเงื่อนไขการแข่งขัน จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาในหลายด้านควบคู่กัน”
ทั้งนี้ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะเริ่มใช้อัตราค่าธรรมเนียมใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2569 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2570 รวมระยะเวลา 6 เดือน หลังจากแพลตฟอร์มมีการปรับขึ้นค่า GP รวม 3 ครั้งตั้งแต่ต้นปี สำหรับ Shopee จะปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมจากปัจจุบัน 8.03-19.26% กลับไปอยู่ที่ 8.03-13.91% คิดเป็นการลดลงสูงสุด 33.30% ขณะที่ TikTok Shop ลดจาก 13.38-21.94% เหลือ 11.24-17.66% ลดลงสูงสุด 35% และ Lazada ลดจาก 9.00-17.50% เหลือ 7.50-11.60% ลดลงสูงสุด 42.90%
กระทรวงพาณิชย์คาดว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบการรวมประมาณ 1,930 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 6 เดือน ครอบคลุมผู้ค้า 1.2 ล้านราย แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา 1.02 ล้านราย และนิติบุคคล 180,000 ราย โดยแพลตฟอร์มจะเริ่มแจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการตรวจสอบคุณสมบัติและดำเนินการลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ก่อนเริ่ม
ใช้อัตราค่าธรรมเนียมใหม่ในวันที่ 1 ธันวาคม 2569