ทำลายของปลอม 1.84 ล้านชิ้น กรมทรัพย์สินฯ จ่อทำลายอีกกว่า 2 ล้านชิ้น ก.ย.นี้
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยผลปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 7 เดือนแรกปี 2569 จับกุม 512 คดี ยึดของกลางกว่า 1.847 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 809 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นคดีจากตลาดออนไลน์ 140 คดี ของกลางกว่า 322,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 104 ล้านบาท พร้อมเตรียมทำลายของกลางคดีสิ้นสุดแล้วกว่า 2 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 2,145 ล้านบาท วันที่ 10 กันยายนนี้
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ เดินหน้าป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
แนวทางดำเนินงานเน้นบูรณาการกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ ใช้มาตรการเชิงรุกทั้งการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปราบปราม ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งผลิต แหล่งนำเข้า แหล่งเก็บ ไปจนถึงแหล่งจำหน่าย เพื่อสกัดสินค้าปลอมตั้งแต่ต้นทาง
7 เดือนจับ 512 คดี ยึด 1.847 ล้านชิ้น
ผลการดำเนินงานช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ สามารถจับกุมและดำเนินคดีผู้กระทำผิดรวม 512 คดี
ยึดของกลางได้มากกว่า 1,847,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 809 ล้านบาท
ส่วนการปราบปรามในช่องทางตลาดออนไลน์ช่วง 7 เดือนแรก มีจำนวน 140 คดี ยึดของกลางกว่า 322,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 104 ล้านบาท
สินค้าที่ตรวจพบส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องดื่มผสมผงโกโก้ กาแฟ ผงปรุงรส และอะไหล่ยนต์
บุกแหล่งผลิตของปลอมรายใหญ่
นางอรมนกล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมฯ ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. เข้าปราบปรามแหล่งผลิตและจำหน่ายสินค้าละเมิดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
หนึ่งในปฏิบัติการสำคัญคือการทลายแหล่งผลิตและจำหน่ายสินค้าปลอมรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง พบสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า เช่น กาแฟ เครื่องดื่มโกโก้ น้ำยาปรับผ้านุ่ม เครื่องสำอาง แชมพู ยาสีฟัน และน้ำมันเครื่องรถยนต์
กรมฯ ระบุว่า สินค้าบางกลุ่มอาจมีส่วนผสมไม่ได้มาตรฐาน กระบวนการผลิตไม่ถูกสุขลักษณะ มีสิ่งปนเปื้อนหรือสารเคมีตกค้าง จึงอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน ชุดปฏิบัติการยังลงพื้นที่ศูนย์การค้าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ทั้งย่านปทุมวัน สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต ตรวจยึดสินค้าปลอมประเภทนาฬิกา กระเป๋า เสื้อผ้า และเครื่องประดับ
จ่อทำลายของกลางกว่า 2 ล้านชิ้น
นางอรมนกล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามีกำหนดนำของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว จากการจับกุมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาทำลายกว่า 2 ล้านชิ้น
คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2,145 ล้านบาท ในวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นประธาน พร้อมผู้แทนภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน
การทำลายของกลางถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อไม่ให้สินค้าละเมิดหมุนเวียนกลับเข้าสู่ตลาด และเป็นการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก หรือ WTO
เดินหน้าปราบทั้งออนไลน์-ออฟไลน์
นางอรมนกล่าวว่า การแก้ปัญหาสินค้าละเมิดจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยขอให้ประชาชน “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่ขาย และไม่สนับสนุนสินค้าปลอมทุกรูปแบบ”
กรมฯ จะยังเดินหน้าเฝ้าระวังและปราบปรามในพื้นที่เศรษฐกิจ ย่านการค้า ศูนย์การค้า แหล่งท่องเที่ยว และช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าถูกกฎหมาย ปกป้องผู้บริโภค และสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุน
ประชาชนที่พบการกระทำเข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0 2547 4702 หรือสายด่วน 1368


