ของปลอมพุ่ง 36.45% พาณิชย์เร่งบังคับใช้กฎหมาย-เดิน IP Work Plan กับ USTR
พาณิชย์เดินหน้าปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทำลายของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้ว 2,085,705 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 2,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและมูลค่าจากปีก่อน ครอบคลุมเครื่องแต่งกาย กระเป๋า นาฬิกา อิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่รถยนต์ ยา เครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่ม พร้อมเร่งขับเคลื่อน IP Work Plan ร่วมกับ USTR ยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ลดพื้นที่เสี่ยง และสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าและนักลงทุน
ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ และองค์กรพันธมิตร เพื่อปราบปรามสินค้าละเมิดทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดพิธีทำลายของกลางในคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว ณ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้ ดร.ปิยนุช เป็นประธานในพิธี
ของกลาง 2.08 ล้านชิ้น เพิ่ม 36.45%
สำหรับปีนี้ มีของกลางที่นำมาทำลายรวม 2,085,705 ชิ้น เพิ่มขึ้น 36.45% จากปี 2568 ที่มีจำนวน 1,528,524 ชิ้น
ขณะที่มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 2,145,916,400 บาท เพิ่มขึ้น 138.19% จากปี 2568 ที่มีมูลค่าความเสียหาย 900,912,800 บาท
ของกลางดังกล่าวเป็นผลจากการบูรณาการระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการจับกุมและตรวจยึดสินค้าละเมิดจากทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
สินค้าที่ตรวจยึดได้ครอบคลุมหลายประเภท อาทิ เครื่องแต่งกาย นาฬิกา กระเป๋า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่รถยนต์ ยา เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน

ตัดวงจรไม่ให้ของปลอมกลับสู่ตลาด
ดร.ปิยนุชกล่าวว่า การทำลายของกลางเป็นขั้นตอนสำคัญของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสภายใต้พันธกรณีในกรอบองค์การการค้าโลก หรือ WTO
ของกลางในคดีที่ถึงที่สุดแล้วจะต้องถูกนำไปทำลาย เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าละเมิดหมุนเวียนกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ยังเป็นการสะท้อนว่าประเทศไทยมีระบบป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีส่วนต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศคู่ค้า นักลงทุน และภาคธุรกิจ
ส่งทำลายในโรงงานมาตรฐาน ISO 14001
ของกลางทั้งหมดจะถูกนำไปทำลายในโรงงานที่มีระบบมาตรฐานจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2015 ในจังหวัดสมุทรปราการและพระนครศรีอยุธยา
กระบวนการดังกล่าวมีเป้าหมายให้การทำลายสินค้าละเมิดเป็นไปอย่างเหมาะสม และไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
ไทยยังอยู่ Watch List มาตรา 301 พิเศษ
ดร.ปิยนุชกล่าวว่า ไทยยังต้องเดินหน้ายกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำงานเชิงรุกร่วมกับประเทศคู่ค้า
สำหรับรายงานการจัดสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาตามกฎหมายการค้าสหรัฐ มาตรา 301 พิเศษ ประจำปี 2569 ไทยยังอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง หรือ Watch List
อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวสะท้อนถึงพัฒนาการของไทยในการปราบปรามสินค้าละเมิด รวมถึงการสร้างความตระหนักเรื่องการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

เร่ง IP Work Plan ร่วม USTR
กรมทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าขับเคลื่อน IP Work Plan ซึ่งจัดทำร่วมกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR
เป้าหมายสำคัญคือยกระดับการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่มีการละเมิดสูง ลดการจำหน่ายสินค้าปลอม คุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่โปร่งใส
ดร.ปิยนุชย้ำว่า การแก้ปัญหาสินค้าละเมิดจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เจ้าของสิทธิ และภาคประชาชน
โดยประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ผ่านการ “ไม่ซื้อ ไม่ขาย และไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทุกรูปแบบ” และหากพบเบาะแสสามารถแจ้งกองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0-2547-4702 หรือสายด่วน 1368