เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
Economic พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
Automotive ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
ดูทั้งหมด

นักวิชาการ มธ. เสนอออก ‘พ.ร.บ.ดาต้าเซ็นเตอร์’ – กำหนด สัดส่วน Local content

02 ก.ย. 2569 | 10:46น.
ดาต้าเซ็นเตอร์

นักวิชาการธรรมศาสตร์ เตือน ไทยยัง “เปิดประตูกว้าง” ไร้เงื่อนไขคัดกรอง แนะ “บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์” เร่งวางกรอบนโยบาย – หนุนออก “พ.ร.บ.ดาต้าเซ็นเตอร์” ปิดช่องกฎหมายกระจัดกระจาย พร้อมชงทำ “SEA” คาดการณ์ผลกระทบรอบด้าน – ดันนักลงทุนใช้ “Local content” พ่วงดึงผู้ประกอบการไทยเข้าซัพพลายเชน

ผศ.นนท์ นุชหมอน อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยเปรียบเหมือนประตูที่เปิดกว้างรับอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ โดยยังไม่มีมาตรการกำหนดเงื่อนไขว่านักลงทุนต้องผ่านอะไรบ้างจึงจะเข้ามาได้ ต่างจากหลายประเทศที่เริ่มมีมาตรการชะลอการไหลเข้าของอุตสาหกรรมนี้แล้ว โดยเฉพาะในอาเซียนที่เป็นแหล่งลงทุนของดาต้าเซ็นเตอร์ด้วยกัน อย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียนั้น ไทยเป็นประเทศเดียวที่ยังไม่มีกรอบเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียวหรือความยั่งยืนออกมา

ดังนั้น คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ควรต้องเร่งประสานหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อวางกรอบนโยบายให้มีความชัดเจน และผลักดันให้เกิดการปรับกฎระเบียบให้สามารถส่งเสริม และกำกับควบคุมได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากแม้ปัจจุบันไทยจะมีกฎหมายหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีความเฉพาะเจาะจงในเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์

หรืออีกแนวทางหนึ่งคืออาจจะพิจารณาผลักดันออกกฎหมายควบคุมโดยเฉพาะ เป็น พ.ร.บ.ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะช่วยลดความซับซ้อนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และความกระจัดกระจายของกฎหมาย ที่สำคัญยังจะเป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่าไทยมีเป้าหมายในเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์อย่างไร และทำให้นักลงทุนรู้ถึงประโยชน์ที่จะได้รับ และต้นทุนที่ต้องเสีย

นอกจากนี้ ควรเดินหน้าจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ เพราะปัจจุบันยังขาดหลักฐานทางวิชาการที่จะคาดการณ์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น อาทิ แหล่งที่ตั้งทั้งหมดของดาต้าเซ็นเตอร์ ความต้องการใช้น้ำ และไฟฟ้า การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนข้อมูลอย่างความต้องการทางเทคโนโลยีของดาต้าเซ็นเตอร์แต่ละแห่งที่เข้ามาลงทุนคืออะไร ผู้ผลิตในประเทศรายไหนที่สามารถผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ได้ เพื่อนำไปสู่การกำหนดสัดส่วนอย่างชัดเจนว่าการจะลงทุนมาตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยจะต้องมีการใช้วัตถุดิบที่ผลิตในไทย (Local content) เท่าไหร่ และเชื่อมโยงผู้ประกอบการของไทยเข้าสู่ซัพพลายเชน เพื่อให้การเปิดรับดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งนี้นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศระยะยาวด้วย

“กลายเป็นว่าตอนนี้ผู้ประกอบการของไทยที่ผลิตเทคโนโลยีที่ใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ก็ต้องเข้าไปหาตลาดในผู้ที่มาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์เอง และก็จะพบว่าหลายครั้งผู้มาลงทุนใช้การก่อสร้างโดยใช้รูปแบบการนำเข้าเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์ที่มีการประกอบสำเร็จรูปมาเลย ทำให้เกิดผลแค่ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะเกิดกับเศรษฐกิจไทยก็จะน้อยลงตามไปด้วย” ผศ.นนท์ กล่าว

ผศ.นนท์ กล่าวต่อไปว่า เพราะถึงแม้เมื่อมีการกำหนดเงื่อนไขแล้วจะทำให้ปริมาณผู้ที่จะมาลงทุนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ลดลง จากการถูกมองว่าเป็นมาตรการที่เข้มงวดเกินไป แต่จะส่งผลดีกับไทยที่จะได้คัดกรองผู้ที่จะเข้ามาลงทุน เพื่อควบคุมการเข้ามาของดาต้าเซ็นเตอร์ หรือพูดง่าย ๆ คือ การเปลี่ยนกลยุทธ์จากการรับการลงทุนด้วยความรวดเร็ว และจำนวนเยอะ ๆ เป็นการเลือกรับการลงทุนที่พร้อมจะอยู่กับประเทศไทยภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ ที่เหมาะสม

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ไทยควรมีการคำนึงถึงเรื่องนี้มากขึ้น แม้จะไม่ถึงขั้นจะต้องปิดประตูรับอุตสาหกรรมนี้เลย แต่ควรจะมีมาตรการที่ช่วยกำกับควบคุมผลในระยะยาว เพราะหลังจากก่อสร้างเสร็จแล้ว และดาต้าเซ็นเตอร์เริ่มดำเนินการ ผลต่อเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไป เช่น การจ้างงานก็จะเน้นไปที่บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และจ้างในปริมาณไม่มาก อีกทั้งจะต้องมีการจัดหาทรัพยากรน้ำ และไฟฟ้ามารองรับเพิ่มขึ้นเพื่อมารองรับ ซึ่งอย่างกรณีไฟฟ้าตอนนี้ก็ยังอาศัยจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และอาจทำให้ไทยไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านการลดก๊าซเรือนกระจกได้

รวมถึงในส่วนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทางเลือกของไทยก็ยังไม่พร้อมจะขึ้นมาเป็นพลังงานหลักสำหรับรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งการจะลงทุนเพิ่มเติมในส่วนนี้ก็เป็นโจทย์ที่ต้องคิดให้รอบคอบ เช่น หากจะตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) เพื่อมารองรับ ฯลฯ นอกจากนี้ การเข้ามาของดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมากยังอาจส่งผลกระทบในเรื่องราคาที่ดิน ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับความสนใจมากก็จะเป็นพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ตอนนี้ก็ถูกจับจองไปค่อนข้างมากแล้ว รวมถึงยังมีเรื่องผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการจัดการชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่หมดอายุการใช้งาน หรือของเสียที่หลายคนกำลังมีความกังวลด้วย

“ภาครัฐควรเป็นผู้ที่มองผลกระทบเหล่านี้ในเชิงล่วงหน้า ผ่านการประเมินสิ่งแวดล้อมในเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) หรือประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทางเศรษฐกิจในเชิง Macro เป็นเท่าไหร่ โดยอาจจะเปิดให้คนที่สนใจสามารถเข้าไปตรวจสอบ (ผลการประเมิน) ได้ด้วย เพื่อให้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมได้มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันและจะช่วยให้ทิศทางต่าง ๆ มีความชัดเจนเร็วขึ้น” ผศ.นนท์ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดาต้าเซ็นเตอร์