คดีปลาหมอคางดำเข้าสู่ Class Action ขั้นพิสูจน์ยังอีกยาว ค่าเสียหายต้องวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปลาหมอคางดำในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม หรือ Class Action ตามหลักเกณฑ์และขอบเขตที่ศาลกำหนด แต่คำสั่งดังกล่าวเป็นเพียงการวินิจฉัย “รูปแบบการดำเนินคดี” ยังไม่ได้ชี้ว่า CPF มีความรับผิดตามข้อกล่าวหาหรือต้องชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนมูลค่าความเสียหายที่โจทก์เรียกร้องยังต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและการพิจารณาของศาลต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้สามารถดำเนินกระบวนพิจารณากรณีปลาหมอคางดำในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม หรือ Class Action ตามหลักเกณฑ์และขอบเขตที่ศาลกำหนด
อย่างไรก็ตาม คำสั่งของศาลอุทธรณ์ในครั้งนี้เป็นการวินิจฉัยเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินคดีเท่านั้น ยังไม่ใช่การวินิจฉัยในประเด็นเนื้อหาแห่งคดีว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF มีความรับผิดตามข้อกล่าวหา หรือมีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่โจทก์เรียกร้องหรือไม่
ค่าเสียหายยังต้องพิสูจน์อีกหลายขั้นตอน
สำหรับมูลค่าความเสียหายที่โจทก์เรียกร้อง ยังต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ศาลรับฟัง ขอบเขตของกลุ่มผู้เสียหาย ผลการพิจารณาในประเด็นแห่งคดี รวมถึงคำพิพากษาของศาลที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ดำเนินคดีในรูปแบบ Class Action จึงยังไม่สามารถนำไปสู่ข้อสรุปเรื่องความรับผิดหรือจำนวนค่าเสียหายได้ในขั้นตอนนี้
ย้อนคำพิพากษาศาลปกครองกลาง 8 ก.ย.
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเกี่ยวกับกรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยวินิจฉัยว่ากรมประมงละเลยต่อหน้าที่ในการควบคุมและยับยั้งสัตว์น้ำต่างถิ่น
พร้อมสั่งให้กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการระงับยับยั้ง ปราบปราม และฟื้นฟูผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
ขณะเดียวกัน ศาลปกครองกลางได้ยกคำขอของผู้ฟ้องคดีในส่วนที่ขอให้รัฐเรียกค่าเสียหายจากบริษัทเอกชน โดยระบุในคำพิพากษาว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าปลาหมอคางดำหลุดออกมาจากฟาร์มใด
ทั้งนี้ กระบวนการพิจารณาคดีแบบกลุ่มที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ดำเนินการต่อ จึงยังต้องเข้าสู่ขั้นตอนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ความเชื่อมโยงของความเสียหาย และประเด็นความรับผิดตามกฎหมาย ก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยในเนื้อหาของคดีต่อไป