สมาคมอาหารสัตว์ส่งหนังสือถึง ‘ศุภจี’ ยัน MOU ข้าวโพด GMO ไม่มีเงื่อนไขนำเข้า 1 ล้านตัน
สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยทำหนังสือชี้แจงถึง “ศุภจี” หลังเกิดกระแสข่าวรัฐบาลไทยลงนาม MOU นำเข้าข้าวโพด GMO จากสหรัฐ 1 ล้านตัน ยืนยันไม่เป็นความจริง ชี้ข้อตกลงลงนามระหว่างสมาคมฯ กับ U.S. Grains & BioProducts Council เท่านั้น ไม่มีรัฐบาลไทยหรือสหรัฐเป็นคู่สัญญา ไม่มีข้อผูกพันทางการค้า และไม่ได้กำหนดปริมาณซื้อขาย ส่วนภาพผู้บริหารรัฐที่ปรากฏในพิธีเป็นเพียงสักขีพยาน
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ทำหนังสือลงวันที่ 14 กันยายน 2569 ถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีกระแสข่าวการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ว่าด้วยการนำเข้าข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตัน ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจว่ารัฐบาลไทยเป็นผู้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว
สมาคมฯ ยืนยันว่า ข่าวที่ระบุว่ารัฐบาลไทยลงนาม MOU เพื่อนำเข้าข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตัน “ไม่เป็นความจริง” โดยข้อตกลงที่เกิดขึ้นเป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคเอกชน ไม่ใช่ข้อตกลงของรัฐบาลไทย
นายพรศิลป์ระบุว่า พิธีลงนาม MOU จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ระหว่างสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กับ U.S. Grains & BioProducts Council วัตถุประสงค์เพื่อแสดงความร่วมมือด้านการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ประเทศไทยยังมีความต้องการใช้และมีปริมาณในประเทศไม่เพียงพอ
“การลงนามเกิดขึ้นระหว่างผู้แทนของทั้งสององค์กรเอกชนเท่านั้น ไม่มีหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทยหรือสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมลงนามในฐานะคู่สัญญาแต่อย่างใด”
สมาคมฯ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เนื้อหาใน MOU มุ่งเน้นความร่วมมือในการจัดหาวัตถุดิบเพื่อเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ของประเทศ โดยไม่มีข้อผูกมัดทางการค้า ไม่มีการระบุจำนวนการซื้อหรือขาย และไม่มีข้อความกำหนดให้ประเทศไทยต้องนำเข้าข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตัน
เหตุผลสำคัญคือ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยและ U.S. Grains & BioProducts Council ไม่ใช่หน่วยงานที่ดำเนินธุรกรรมซื้อขายสินค้าดังกล่าวโดยตรง ดังนั้น ตัวเลขการนำเข้า 1 ล้านตันที่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับ MOU จึงไม่ใช่เงื่อนไขที่ระบุอยู่ในบันทึกความเข้าใจ
สำหรับภาพถ่ายในพิธีลงนามที่มีผู้บริหารรัฐบาลไทยปรากฏอยู่ และถูกนำไปเชื่อมโยงว่าเป็นการลงนามในนามรัฐบาลนั้น สมาคมฯ ระบุว่า พิธีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงการประชุมและเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ จึงมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงคณะผู้บริหารของไทยเข้าร่วมถ่ายภาพในฐานะ “สักขีพยาน” ของพิธีเท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ลงนามหรือเป็นคู่สัญญาใน MOU
นายพรศิลป์กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีความจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บางส่วน เนื่องจากผลผลิตในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกของภาคธุรกิจในการทดแทนวัตถุดิบส่วนที่ขาดแคลน
สมาคมฯ ยังมองว่า การนำเข้าจากสหรัฐอาจมีส่วนช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และหมอกควันข้ามแดน รวมถึงเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ
สำหรับประเด็นข้าวโพด GMO นายพรศิลป์ระบุว่า เป็นเทคโนโลยีที่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และมีการใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยปัจจุบันยังมีข้อเสนอจากหลายภาคส่วนให้ประเทศไทยพิจารณานำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า MOU ระหว่างสมาคมฯ กับ U.S. Grains & BioProducts Council มีข้อผูกพันให้ไทยต้องนำเข้าข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตัน
สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยย้ำว่า การออกหนังสือชี้แจงครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้สาธารณชนเข้าใจข้อเท็จจริงว่า MOU ดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคเอกชน ไม่มีรัฐบาลไทยเป็นคู่สัญญา และไม่มีข้อตกลงผูกพันให้ประเทศไทยนำเข้าข้าวโพด GMO ตามจำนวนที่มีการเผยแพร่ในกระแสข่าว
