‘ชัชชาติ’ ไม่อยากแก้แค่ปัญหารถติด เพราะสร้างถนนเท่าไรก็ไม่พอ ชู ‘จักรยาน’ เติมรอยต่อขนส่ง
“ชัชชาติ” ดัน Bike Sharing เชื่อมรอยต่อ First Mile – Last Mile ปักหมุดเพิ่มจุดจอดปลอดภัยทั่วกรุง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวเปิดปาฐกถาพิเศษในงาน Bangkok Car Free 2026 ภายใต้แนวคิด “LET’S SHIFT MODES : อนาคตการเดินทางกรุงเทพฯ ที่ทุกคนเลือกได้” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569
“เราอยากเห็น Car Free Everyday แต่หัวใจสำคัญคือภาครัฐต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานและทางเลือกที่ดีพอ สะดวกพอ ในราคาที่เหมาะสมให้ประชาชน เพื่อให้เกิดการใช้รถส่วนตัวลดลงและเดินทางในรูปแบบอื่นให้มากขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนเองก็อาจจะต้องลองเปลี่ยนพฤติกรรมบ้าง เพื่อให้เกิดโมเมนตัมในการเปลี่ยนแปลง”

นายชัชชาติยังฉายภาพวิกฤตการจราจรและมลพิษของเมืองหลวง และเน้นย้ำถึงการส่งเสริมการเดินทางด้วยจักรยาน เพื่อแก้ปัญหาคอขวดช่วง First Mile/Last Mile เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนหลักอย่างไร้รอยต่อ
กรุงเทพฯ พื้นที่เล็ก ๆ แบกรับรถเกินครึ่งประเทศ
“กรุงเทพมหานครมีพื้นที่เพียง 0.3% ของประเทศ แต่ต้องรองรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลสูงถึง 50.4% ของทั้งประเทศ (5.81 ล้านคัน) ส่งผลให้เมืองต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจากปัญหารถติดสูงถึง 60 ล้านบาทต่อวัน หรือเฉลี่ย 76,000 บาท/คัน/ปี อีกทั้งภาคขนส่งยังเป็นต้นเหตุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 29% ของประเทศ โดย 97% เกิดขึ้นบนท้องถนนในกรุงเทพฯ”
คนกรุงเผชิญข้อจำกัดช่วง First Mile – Last Mile
นายชัชชาติกล่าวว่า ด้านพฤติกรรม คนกรุงเทพฯ ไม่ได้เดินทางด้วยรูปแบบเดียวตลอดวัน แต่เป็น Multimodal Commuters ที่ต้องปรับเปลี่ยนโหมดการสัญจรตามความสะดวกและต้นทุนเวลา เช่น เดินออกจากซอย นั่งวินมอเตอร์ไซค์ ขึ้นรถไฟฟ้า ต่อเรือ และเดินเข้าออฟฟิศ
อย่างไรก็ตาม คอขวดสำคัญที่สุดของระบบขนส่งมวลชน คือช่วง First Mile – Last Mile หรือกิโลเมตรแรกจากหน้าบ้านและกิโลเมตรสุดท้ายสู่จุดหมาย ซึ่งขนส่งสาธารณะสายหลักยังเข้าไปไม่ถึง
ชู “จักรยาน” เติมรอยต่อขนส่ง
นายชัชชาติย้ำว่า เพื่อทลายคอขวดดังกล่าว กทม. จึงส่งเสริมการใช้จักรยานและระบบจักรยานสาธารณะ (Bike Sharing) เป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมต่อ ล้อ-ราง-เรือ โดยขณะนี้มีจักรยาน Bike Sharing ให้บริการรวม 4,081 คัน กระจายตามจุดยืม-คืน 672 จุด ทั่วกรุงเทพฯ รองรับการเดินทางได้กว่า 96,200 เที่ยวต่อเดือน
ซึ่ง กทม. ได้ตั้งเป้าหมายดันการใช้งาน Bike Sharing ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่เป้าหมาย 1 ล้านทริปการเดินทาง และปัจจุบันการเดินทางด้วย Bike Sharing ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักเรียน เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนเทพศิรินทร์
“ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ระบบขนส่งอื่นหยุดชะงัก จักรยานยังพิสูจน์แล้วว่าเป็นทางเลือกสัญจรที่คล่องตัวของคนเมือง”
นายชัชชาติกล่าวว่า สำหรับแผนงานพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในอนาคต กทม. เตรียมพลิกโฉมพื้นที่ใต้สะพานลอยและจุดตัดสถานีขนส่งมวลชนต่าง ๆ ให้กลายเป็นจุดจอดจักรยานที่ปลอดภัย
พร้อมตั้งเป้าติดตั้งโครงจอดจักรยานส่วนบุคคลเพิ่มอีก 850 ชุด จากเดิมที่มีอยู่ 4,888 ชุด ซึ่งจะช่วยรองรับจักรยานส่วนบุคคลของประชาชนได้รวมมากกว่า 48,000 คัน
“เราไม่อยากแก้แค่ปัญหารถติด เพราะสร้างถนนเท่าไรก็ไม่พอ แต่เราอยากแก้เรื่อง Mobility ให้เกิดทางเลือกสัญจรจริง ๆ เพราะปัญหารถติด ตัวเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา You are not stuck in traffic, YOU ARE TRAFFIC” นายชัชชาติย้ำ