น้ำท่วมกระทบปศุสัตว์กว่า 7.15 แสนตัว เปิดเกณฑ์เยียวยาสูงสุด 3.9 หมื่นบาท
กรมปศุสัตว์เร่งช่วยเกษตรกรจากอุทกภัย 10 จังหวัด หลังพบสัตว์เลี้ยงในพื้นที่น้ำท่วมรวม 715,370 ตัว เกษตรกรได้รับผลกระทบ 2,313 ราย เบื้องต้นพบสัตว์ตายและสูญหายในระยอง-แม่ฮ่องสอน 20,024 ตัว ขณะที่อพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วกว่า 381,000 ตัว พร้อมเปิดเกณฑ์เยียวยาปี 2569 โคสูงสุด 35,000 บาทต่อตัว กระบือสูงสุด 39,000 บาทต่อตัว และแปลงหญ้าเสียหายไร่ละ 3,180 บาท
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้รับข้อสั่งการจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยทุกจังหวัด พร้อมติดตามสถานการณ์และสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569
ข้อมูลเบื้องต้นตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนถึงปัจจุบัน พบพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 10 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สระบุรี ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี แม่ฮ่องสอน และอุทัยธานี ครอบคลุม 20 อำเภอ 44 ตำบล 84 หมู่บ้าน มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 2,313 ราย
สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมรวม 715,370 ตัว ประกอบด้วย โค 3,358 ตัว กระบือ 2,460 ตัว สุกร 8,075 ตัว แพะและแกะ 2,202 ตัว และสัตว์ปีก 699,275 ตัว รวมถึงแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ได้รับผลกระทบ 267 ไร่

จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบสัตว์ตายและสูญหายในจังหวัดระยองและแม่ฮ่องสอนรวม 20,024 ตัว แบ่งเป็นโค 1 ตัว กระบือ 1 ตัว และสัตว์ปีก 20,022 ตัว
กรมปศุสัตว์จะเร่งสำรวจ ตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลความเสียหายตามขั้นตอน เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ต่อไป
ในระยะเร่งด่วน กรมปศุสัตว์ได้แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานแล้ว 22,000 กิโลกรัม หรือ 22 ตัน อพยพสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยง 381,131 ตัว สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ ซึ่งประกอบด้วยแร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ และวิตามิน จำนวน 6,519 ชุด รวมถึงแจกถุงยังชีพสัตว์และส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เข้าดูแลรักษาสัตว์ในพื้นที่
สำหรับการเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ จะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569
กรณีโคตายหรือสูญหาย กำหนดอัตราช่วยเหลือตัวละไม่เกิน 13,000-35,000 บาท ตามช่วงอายุ และช่วยเหลือไม่เกิน 5 ตัวต่อราย
กระบือ ช่วยเหลือตัวละไม่เกิน 15,000-39,000 บาท ตามช่วงอายุ และไม่เกิน 5 ตัวต่อราย ขณะที่สุกร ช่วยเหลือตัวละไม่เกิน 1,500-3,000 บาท ตามช่วงอายุ ไม่เกิน 10 ตัวต่อราย
ส่วนแพะและแกะ ช่วยเหลือตัวละไม่เกิน 1,500-3,000 บาท ตามช่วงอายุ ไม่เกิน 10 ตัวต่อราย
สำหรับสัตว์ปีก อัตราการช่วยเหลือแตกต่างกันตามชนิดและช่วงอายุ ทั้งไก่พื้นเมือง ไก่ไข่ ไก่เนื้อ เป็ดไข่ เป็ดเนื้อ เป็ดเทศ และนกกระทา โดยจำนวนสูงสุดที่ให้ความช่วยเหลือต่อรายจะแตกต่างกันตามประเภทสัตว์

ส่วนแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่เสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ กำหนดอัตราช่วยเหลือไร่ละ 3,180 บาท ไม่เกิน 30 ไร่ต่อราย
“กรมปศุสัตว์จะติดตามสถานการณ์และเร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน ทั้งการจัดหาอาหารสัตว์ การอพยพสัตว์ การดูแลสุขภาพสัตว์ และการสำรวจความเสียหาย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และเกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง” นายสัตวแพทย์สมชวนกล่าว
ทั้งนี้ เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง