เขย่าพอร์ตไฟฟ้า GPSC ชู SMR ตอบโจทย์ 3 สมดุล
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
“SMR ไม่ใช่ Renewable แต่มันคือ Clean Energy” คำสัมภาษณ์ของ “นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์” ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ที่กล่าวไว้กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงทิศทางพลังงานแห่งอนาคตของประเทศไทย หลังเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR) ถูกบรรจุอยู่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ PDP 2026 ดังนั้น การเดินหน้า SMR ไม่ควรถูกมองเป็นการเลือกเทคโนโลยีหนึ่งมาแทนเทคโนโลยีหนึ่ง แต่ต้องมองเป็น Portfolio ของระบบไฟฟ้าที่ต้องสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคง ราคา และความสะอาด
เพิ่มพอร์ตพลังงานหมุนเวียน
ไม่มีประเทศไหนที่มี Renewable อย่างเดียว Nuclear ก็เหมือนกัน ทุกอย่างต้องเติมเต็มซึ่งกันและกัน ต้องจัด Portfolio ให้ดี สำหรับ GPSC เป้าหมายระยะยาว คือ การเดินหน้าสู่ Net Zero ปี 2050 โดยมีเป้าหมายลดความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 35% ภายในปี 2030 และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 70% ภายในปี 2035 แนวทางของบริษัทไม่ได้มีเพียงการเพิ่ม Renewable แต่มีทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง การพัฒนาเทคโนโลยีอย่าง Carbon Capture and Storage (CCS), Hydrogen และแอมโมเนีย
รวมถึงการทำ Trading และ Offset อย่างไรก็ตามเมื่อ Renewable เพิ่มขึ้นมาก คือจะทำอย่างไรให้ระบบไฟฟ้ายังมีความมั่นคงเพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อภาคอุตสาหกรรมต้องการไฟฟ้าสะอาดอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ GPSC เริ่มศึกษา SMR อย่างจริงจัง
เพราะ Renewable ให้ความสะอาด แต่เรื่อง Security ต้องมีตัวอื่นเข้ามาช่วยเติม เพราะฉะนั้น SMR จึงเข้ามาอยู่ในภาพของ Clean Energy ที่สามารถตอบโจทย์ Security, Affordability และ Sustainability ได้พร้อมกัน จุดเด่นของ SMR อยู่ที่ขนาดที่เล็กกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบเดิม โดยทั่วไปถูกออกแบบให้มีกำลังผลิตระดับ 100-300 เมกะวัตต์ต่อโมดูล และสามารถผลิตชิ้นส่วนจากโรงงาน นำมาประกอบที่ไซต์งาน ลดความซับซ้อนของโครงการ
และเปิดทางให้สามารถติดตั้งหลายโมดูลเพื่อเพิ่มกำลังผลิตตามความต้องการ ในพื้นที่เดียวกัน เราก็อาจมีหลายโมดูล อีกประเด็นที่ต้องพิจารณา คือ SMR ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะการผลิตไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังสามารถนำความร้อนจากกระบวนการผลิตไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้
นอกจากนี้ ต้นทุนการลงทุน SMR มีการประเมินว่า อยู่ในช่วง 6-8 ล้านดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ ถือว่าแพง แต่ใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่า และมีประสิทธิภาพสูงกว่า เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าก๊าซในอดีตที่ 1.2-1.5 ล้านดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ และถ้าเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินจะประมาณ 2-2.5 ล้านดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์

ไม่รีบฟันธงเทคโนโลยี SMR
ขณะนี้เรากำลังศึกษาเลือกเทคโนโลยีว่า จะเดินไปทาง Gen 3+ หรือ Gen 4 เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในยุคแรกจนถึง Gen 3 ส่วนใหญ่ใช้น้ำเป็นตัวหล่อเย็น ส่วน Gen 4 เริ่มพัฒนาไปสู่การใช้ตัวกลางรูปแบบอื่น เช่น Molten Salt หรือก๊าซฮีเลียม ซึ่งสามารถทำงานที่อุณหภูมิสูงกว่า
สำหรับ Gen 3+ เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดจาก Gen 3 จะเน้นเพิ่มระบบความปลอดภัยและลดความเสี่ยงของโรงไฟฟ้า ขณะที่ Gen 4 มีศักยภาพในการนำความร้อนอุณหภูมิสูงไปใช้กับกระบวนการอุตสาหกรรมได้มากขึ้น การที่เราจะเลือกว่าใช้เทคโนโลยีตัวไหน ก็ต้องดูว่าเราจะป้อนให้กับอุตสาหกรรมด้วย หรือเอาแค่มาผลิตไฟฟ้า อย่างถ้าอุตสาหกรรมต้องการความร้อนเกิน 350 องศาเซลเซียส เราก็ต้องมอง Gen 4 แต่ถ้าความต้องการความร้อนไม่ถึงระดับนั้นเอาแค่ผลิตไฟฟ้า ประเทศไทยใช้ Gen 3+ ก็ตอบโจทย์ได้อยู่
ดังนั้น เราจึงยังไม่ได้เร่งตัดสินใจเลือกเทคโนโลยี เพราะการลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นโครงการระยะยาวและเทคโนโลยีเองยังมีการพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ เราก็วางกรอบเวลา 3-5 ปีสำหรับการศึกษาทั้งเทคโนโลยี ทั้งเรื่องของพื้นที่ ความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ กฎระเบียบ และความพร้อมของประเทศไทยก่อนจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการตัดสินใจ
จับมือ KHNP-SALFOSS
การลงนาม MOU ระหว่าง GPSC กับ Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านนิวเคลียร์ แต่ MOU ไม่ได้หมายความว่าเราตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ แต่เป็นการเปิดช่องทางให้บริษัทศึกษาและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีประสบการณ์ การสร้างศูนย์เพื่อเทรนคน เพราะข้อมูลด้านนิวเคลียร์เป็นข้อมูลที่มีข้อจำกัดและเข้าถึงได้ไม่ง่าย
และ KHNP เก่งเรื่องพื้นที่ที่มีศักยภาพ อย่างในไทย ต้องไม่ใช่พื้นที่ที่มีดินนุ่ม หนองน้ำหรือลุ่มน้ำ เพราะเครื่องจักรหนัก พื้นดินต้องมั่นคงมาก KHNP มีประสบการณ์ตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง เดินเครื่อง และบำรุงรักษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รวมถึงการจัดการตัวเซลล์เชื้อเพลิงและกากนิวเคลียร์ และที่สำคัญคือ มีแหล่งวัตถุดิบ
ตอนนี้ประเทศที่มีวัตถุดิบเชื้อเพลิง คือ เกาหลี จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย และอเมริกา เทคโนโลยีนิวเคลียร์ไม่ได้มีเพียงผู้เล่นรายเดียว และแต่ละประเทศมีจุดแข็งแตกต่างกัน ตอนนี้เรามีพันธมิตร 2 ราย คือ SALFOSS ประเทศเดนมาร์ก และ KHNP ประเทศเกาหลี เราเปิดกว้าง ไม่ได้ผูกกับประเทศใด เราต้องดูทั้งเทคโนโลยี ต้นทุน ความปลอดภัย Supply Chain และความเหมาะสมกับประเทศไทยไปด้วย
การเดินหน้าโรงไฟฟ้า SMR ต้องผ่านการเตรียมความพร้อมตามกรอบของ International Atomic Energy Agency (IAEA) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กฎหมาย หน่วยงานกำกับ บุคลากร ความปลอดภัย การบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการสื่อสารกับประชาชน ประเทศไทยมีประเด็นความพร้อมที่ต้องดำเนินการประมาณ 19 หัวข้อ โดยแต่ละเรื่องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบแตกต่างกัน หมายความว่า ต่อให้ประเทศไทยมีความต้องการไฟฟ้าสะอาดและมีผู้สนใจลงทุน แต่หากระบบกำกับดูแล บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อม ก็ไม่สามารถเร่งให้โครงการเกิดขึ้นได้
อีกเรื่องที่ต้องใช้เวลา คือ การสร้างความเข้าใจกับประชาชน เพราะแม้เทคโนโลยีจะมีระบบความปลอดภัยสูง แต่การเลือกพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าจะทำให้เกิดคำถามในระดับท้องถิ่นทันที ต้องคิดเสมอว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าประชาชนไม่ยอมรับ การสร้างความเข้าใจต้องทำตั้งแต่ก่อนที่จะประกาศพื้นที่ตั้งโครงการ ไม่ใช่รอให้เลือกพื้นที่แล้วจึงเริ่มอธิบาย ซึ่งตามขั้นตอนเราก็ต้องทำแบบนี้ จะต้องออกเกณฑ์ขึ้นมาควบคุม เหมือนที่เรามีบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ รวมไปถึงจะต้องมีกองทุนดูแลรอบชุมชน ดูแลเรื่องเยียวยา หากเกิดกรณีมีอะไรหลุดรั่ว ตรงนี้สำคัญ ถ้ามีมาตรการชัดเจน จะเป็นการตอกย้ำเรื่องความปลอดภัยและความรับผิดชอบ
สแกนพื้นที่ก่อนล็อกเทคโนโลยี
สำหรับพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า ปัจจัยที่ต้องพิจารณามีตั้งแต่สภาพดิน ความสามารถในการรองรับโครงสร้างขนาดใหญ่ ระบบน้ำ การขนส่งอุปกรณ์ ระยะห่างจากชุมชน และแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน อย่างเกาหลีใต้ พื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตห้ามอยู่อาศัย อาจไม่ได้หมายความว่ารอบโรงไฟฟ้าจะต้องไม่มีชุมชนเลย แต่ต้องมีการกำหนดระยะปลอดภัยและแผนฉุกเฉินที่ชัดเจน โรงไฟฟ้า SMR มีกำหนดว่า รัศมี 2 กิโลเมตร ตัวบัฟเฟอร์โซน 500 เมตรก็เพียงพอ แต่ต้องรอดูกฎระเบียบของประเทศเราด้วยว่าจะให้เท่าไร ดังนั้น GPSC จึงต้องใช้เวลาศึกษาพื้นที่ที่มีศักยภาพก่อนจะตัดสินใจลงทุน และต้องรอดู กฟผ.ก่อน
“ไม่มีเทคโนโลยีไหนตอบทุกอย่างได้ เราต้องจัดพอร์ตให้เหมาะสม Renewable ทำหน้าที่ของ Renewable ส่วน SMR ก็ทำหน้าที่ของมัน แล้วเอาทั้งหมดมาเติมเต็มกัน เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีทั้งความสะอาด ความมั่นคง และราคาที่แข่งขันได้”