GPSC เปิดราคาสร้างโรงไฟฟ้า SMR 6-8 ล้านดอลฯ/เมก เชื้อเพลิงพร้อมจาก 5 ประเทศ จ่อเคาะแผนใน 3-5 ปีนี้
“GPSC” เปิดต้นทุนสร้างโรงไฟฟ้า SMR สูง 6-8 ล้านดอลลาร์/เมกะวัตต์ เทียบโรงไฟฟ้าก๊าซ 1.2-1.5 ล้านดอลลาร์ และถ่านหิน 2-2.5 ล้านดอลลาร์ แต่ใช้เชื้อเพลิงน้อยและประสิทธิภาพสูง ชี้แหล่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์มีทั้งเกาหลี จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย และสหรัฐฯ พร้อมเปิดกว้างทุกเทคโนโลยี ยังไม่ล็อก Gen 3+ หรือ Gen 4 ลุ้น กกพ. เปิดเอกชนประมูล
นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยถึงความคืบหน้าการศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR) ว่า ขณะนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาเทคโนโลยีอย่างรอบด้าน ทั้งต้นทุน ความเหมาะสมของพื้นที่ ความปลอดภัย กฎระเบียบ และ Supply Chain โดยยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีใดเป็นการเฉพาะ สำหรับต้นทุนการลงทุน SMR ปัจจุบันมีการประเมินอยู่ที่ประมาณ 6-8 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์ ซึ่งถือว่าสูงกว่าโรงไฟฟ้าประเภทอื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยโรงไฟฟ้าก๊าซในอดีตมีต้นทุนประมาณ 1.2-1.5 ล้านดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ ขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ที่ประมาณ 2-2.5 ล้านดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์

“SMR แพงกว่า แต่ต้องมองเรื่องการใช้เชื้อเพลิงและประสิทธิภาพด้วย เพราะ SMR ใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่า ดังนั้นการพิจารณาความคุ้มค่าจะดูเฉพาะต้นทุนก่อสร้างอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองต้นทุนตลอดอายุโครงการ รวมถึงความมั่นคงของระบบไฟฟ้าด้วย”

ด้านความมั่นคงของเชื้อเพลิง ปัจจุบันไม่ได้มีข้อจำกัดว่าประเทศไทยจะต้องพึ่งพาแหล่งเชื้อเพลิงจากประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยตลาดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์มีผู้ผลิตและแหล่งจัดหาหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา ทำให้ GPSC มองว่าการเปิดรับพันธมิตรจากหลายประเทศเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเปรียบเทียบทั้งเทคโนโลยี ต้นทุน ความปลอดภัย และความพร้อมของ Supply Chain
ทั้งนี้ GPSC การได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) ของเกาหลีใต้นั้น ไม่ได้หมายความว่าบริษัทตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ แต่เป็นการเปิดช่องทางให้ GPSC เข้าไปศึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้ที่มีประสบการณ์ด้านนิวเคลียร์ ตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง เดินเครื่อง และบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ตลอดจนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงและกากนิวเคลียร์ นอกจากนี้ GPSC ยังมีความร่วมมือกับ SALTFOSS จากเดนมาร์ก และพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีจากประเทศอื่น โดยบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเลือกเทคโนโลยี Gen 3+ หรือ Gen 4 เนื่องจากแต่ละเทคโนโลยีมีจุดเด่นแตกต่างกัน โดย Gen 3+ เน้นระบบความปลอดภัยที่พัฒนาขึ้น ขณะที่ Gen 4 สามารถนำความร้อนอุณหภูมิสูงไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้มากขึ้น
“เราไม่ได้คุยกับประเทศหนึ่งแล้วต้องเลือกประเทศนั้น เราต้องเปิดกว้าง เพราะเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไม่ได้มีผู้เล่นรายเดียว แต่ละประเทศมีจุดแข็งต่างกัน”
อย่างไรก็ตาม GPSC วางกรอบเวลาศึกษาประมาณ 3-5 ปี ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง โดยต้องพิจารณาความพร้อมของประเทศไทยทั้งด้านกฎหมาย หน่วยงานกำกับ บุคลากร ความปลอดภัย การจัดการเหตุฉุกเฉิน การยอมรับของประชาชน รวมถึงความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า
ซึ่งการลงทุน SMR จึงไม่ใช่เพียงการเลือกเครื่องปฏิกรณ์ แต่ต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่แหล่งเชื้อเพลิง เทคโนโลยี ต้นทุน Supply Chain ไปจนถึงการกำกับดูแลและการยอมรับของสังคม เพื่อให้ SMR สามารถเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเสริมความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าไทยในอนาคต และในอนาคตหากภาครัฐเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าไปมีโอกาสในส่วนนี้ก็คาดหวังว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะเปิดให้เข้าร่วมประมูลภายใต้กรอบและกติกาที่ชัดเจนแล้ว