เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
Economic อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
Business ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
News ‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
แก้ปัญหาไตรมาส 4
Columns แก้ปัญหาไตรมาส 4
ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
Economic ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
Politics รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
Finance เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
Economic น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
ดูทั้งหมด

อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน

04 ต.ค. 2569 | 11:20น.

วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพาราภาคใต้เริ่มขาดแคลนวัตถุดิบ หลังราคายางพาราอยู่ในระดับดี ทำให้เกษตรกรชะลอโค่นต้นยาง ขณะที่ความต้องการใช้ไม้ยางยังเพิ่มต่อเนื่อง 

นายทวีศิลป์ ประทีป อุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) กล่าวว่า ขณะนี้ราคาไม้ยางพาราปรับสูงขึ้น สวนขนาด 1 ไร่ มี 70 ต้น สามารถขายไม้ได้ 1 แสนบาท เฉลี่ย 1,400 บาท/ต้น หรือประมาณ 2 บาท/กก. สำหรับไม้ขนาดหน้า 8-9 นิ้ว เป็นราคาหน้าสวนจากราคา 7-8 หมื่นบาท/ไร่ 

ปัจจัยสำคัญมาจากราคายางพาราอยู่ในระดับดี เจ้าของสวนบางส่วนจึงชะลอโค่นต้นยาง ทำให้ปริมาณไม้ยางเข้าสู่ตลาดลดลง ราคาไม้ยางจึงปรับสูงขึ้น

ปกติเดือน มี.ค.-ก.ค. เป็นช่วงที่มีไม้ยางออกสู่ตลาดมาก ราคาจะไม่ปรับสูงนัก เฉลี่ย 1.70-1.80 บาท/กก. แต่ปี 2569 ราคากลับเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ที่ 2.30 บาท/กก. ส่วนที่ จ.สงขลา ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.40-2.60 บาท/กก.

ขณะที่ความต้องการใช้ไม้ยางยังเพิ่มขึ้น ทั้งอุตสาหกรรมแปรรูป ผลิตเฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์จากไม้ รวมถึงโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีความต้องการไม้ยางเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า

ยางรุ่นเก่าเหลือ 3%

นายทศพล ขวัญรอด อุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) กล่าวว่า ปัจจุบันขาดแคลนไม้ยางขนาดใหญ่ โดยเฉพาะไม้ยางหน้า 7-9 นิ้ว และขนาด 15-20 นิ้ว เป็นยางรุ่นแรกปลูกปี 2517-2519 คาดว่าเหลืออยู่ 3% ขณะที่ไม้ยางรุ่นใหม่มีต้นขนาดเล็ก หรือยางพันธุ์ผสม ราคาขายอยู่ที่ 2.5-3 หมื่นบาท/ไร่ ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางต้องเผชิญปัญหาวัตถุดิบไม่เพียงพอ และมีการแข่งขันรับซื้อไม้ยาง

ภาคใต้ลดพื้นที่ปลูกยาง 

นายทศพลกล่าวว่า ภาคใต้เปลี่ยนพื้นที่ไปปลูกปาล์มน้ำมันและทุเรียนเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มขยายพื้นที่ปลูกยาง คาดว่าในอนาคตโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางอาจทยอยย้ายฐานจากภาคใต้ไปตั้งใกล้แหล่งวัตถุดิบในภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนภาคใต้อาจเหลือโรงงานแปรรูปไม้ยางขนาดเล็ก

ที่ผ่านมาเครือข่ายภาคีชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย และสหพันธ์สมาคมชาวสวนยางเคยเสนอยุทธศาสตร์ยาง 20 ปี โดยเสนอให้โค่นยางและปลูกทดแทนในระดับ 4 แสนไร่/ปี เพื่อรักษาสมดุลผลผลิตยางและปริมาณไม้ยาง รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการใช้ยางในประเทศจากปัจจุบัน 12-13% เป็น 40% หรือเพิ่มปีละ 2% เพื่อลดปัญหาผลผลิตยางส่วนเกิน และทำให้โรงงานแปรรูปไม้ยางมีวัตถุดิบเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนลดการพึ่งพาตลาดส่งออก

หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือ การเพิ่มการใช้น้ำยางก่อสร้างถนน ทั้งถนนพาราซอยล์ซีเมนต์และพาราแอสฟัลต์คอนกรีต ซึ่งมีการดำเนินการเป็นโมเดลในภาคอีสานแล้ว

โรงงานใต้แข่งชิงวัตถุดิบ

ด้าน นายนิกร ลิขิตหวังพาณิชย์ อดีตนายกสมาคมธุรกิจไม้ยางพาราไทย ผู้ประกอบการแปรรูปไม้ยางพารารายใหญ่ภาคใต้กล่าวว่า จากราคาไม้ยางปรับตัวสูง ส่งผลให้อุตสาหกรรมไม้ยางพารามีการแข่งขันกันจัดหาวัตถุดิบป้อน ในพื้นที่ภาคใต้มีโรงงานแปรรูปไม้ยางพารากว่า 100 แห่ง ชะลอสายพานการผลิตแล้ว 70%

โค่น 2 แสนไร่ ดันไม้เข้าตลาด

นายสุรชัย บุญวรรโณ นักวิชาการยางอิสระ อดีตผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เขตภาคใต้ตอนล่างกล่าวว่า การโค่นยางและปลูกทดแทน เดิม 4 แสนไร่/ปี ปัจจุบันเหลือ 2 แสนไร่/ปี เนื่องจาก กยท.มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ

โดยการปลูกทดแทนมีทั้งการปลูกยางใหม่ และเปลี่ยนไปปลูกพืชเศรษฐกิจ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีพื้นที่สวนยางเปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมันและทุเรียนรวมไม่น้อยกว่า 5 แสนไร่

ทั้งนี้การโค่นยาง 2 แสนไร่จะทำให้มีไม้ยางเข้าสู่ตลาดกว่า 6 พันล้านกิโลกรัม หรือ 6 ล้านตัน/ปี หากคิดราคาไม้ยางเกรดเฉลี่ยที่ 2.50 บาท/กก. จะมีมูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมไม้ฟืนยางที่มีราคามากกว่า 1 บาท/กก.

สำหรับเดือน ต.ค. 2569 เมื่อ กยท.เริ่มเบิกจ่ายงบประมาณ เกษตรกรจะทยอยแจ้งขอรับทุนสงเคราะห์และเริ่มโค่นยาง ซึ่งจะทำให้มีไม้ยางเข้าสู่โรงงานแปรรูปเพิ่มขึ้น

งบฯ จำกัด โค่นยางได้ครึ่งเป้า

นายทวีศิลป์กล่าวเพิ่มเติมว่า การโค่นยางและปลูกทดแทนที่เหลือเพียง 2 แสนไร่/ปี ทำให้เกษตรกรบางส่วนต้องรอคิวขอทุนสงเคราะห์อย่างน้อย 6 เดือน เนื่องจากงบประมาณของ กยท.มีจำกัด 

ขณะที่เงินค่าธรรมเนียมการส่งยางออกนอกราชอาณาจักร หรือ CESS ซึ่งจัดเก็บในอัตรา 2 บาท/กก. มีรายได้เฉลี่ยกว่า 7.5 พันล้านบาท/ปี แต่ต้องใช้ในภารกิจหลายด้าน ทั้งเงินสงเคราะห์เกษตรกรในอัตรา 2 หมื่นบาท/ไร่ ทยอยจ่ายตามระยะเวลาที่กำหนด และภารกิจตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มาตรา 49 ทำให้เงิน CESS ไม่เพียงพอสำหรับเต็มเป้าหมาย 4 แสนไร่/ปี ซึ่งต้องใช้งบประมาณ 8 พันล้านบาท

นายทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีการส่งเสริมการปลูกยางแบบผสมผสาน โดยปลูกยาง 40% และพืชชนิดอื่น 60% แต่ในทางปฏิบัติเกษตรกรจำนวนหนึ่งเปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมันและทุเรียนเป็นหลัก จึงมีข้อเสนอให้ทบทวนโครงสร้างและแหล่งเงินสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตร เนื่องจากเงิน CESS มาจากอุตสาหกรรมยาง แต่พื้นที่บางส่วนที่ได้รับการสนับสนุนถูกเปลี่ยนไปผลิตสินค้าเกษตรชนิดอื่น

เล็งปลูกยาง 1 ล้านไร่ ลด PM 2.5

แหล่งข่าวจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กยท.มีแนวคิดจัดทำโครงการปลูกสร้างสวนยางในพื้นที่แห่งใหม่ 1 ล้านไร่ แบ่งเป็น 5 ระยะ ระยะละ 2 แสนไร่/ปี รวมระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี พื้นที่เป้าหมายส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาและไร่ข้าวโพดที่มีการเผาเศษวัชพืชหลังเก็บเกี่ยว เป็นหนึ่งในสาเหตุฝุ่น PM 2.5 จึงมีแนวคิดเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวมาปลูกพืชยืนต้นที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ตลอดจนเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งขณะนี้โครงการและงบประมาณยังไม่ได้รับการอนุมัติ

เหนือ-อีสานจ่อฐานผลิตยางใหม่

ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางกว่า 22 ล้านไร่ เป็นภาคใต้กว่า 12 ล้านไร่ แต่การปลูกยางเริ่มเผชิญข้อจำกัด บางพื้นที่มีการสร้างถนน ทำให้ระดับถนนสูงกว่าสวนยาง เกิดน้ำท่วมขังเสี่ยงต่อเชื้อราและโรค ต้นยางเสียหาย นอกจากนี้ยังมีปัญหาขาดแคลนแรงงาน และการเปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมันและทุเรียน ขณะที่ภาคเหนือและภาคอีสานกลับมีแนวโน้มขยายพื้นที่ปลูก เฉพาะเชียงรายสามารถผลิตยางก้อนถ้วยได้ 3 แสนตัน/ปี สะท้อนศักยภาพในการเป็นอีกฐานการผลิตยางของประเทศ

กยท.จึงพิจารณาการส่งเสริมการปลูกยางให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยพื้นที่ราบลุ่มและน้ำท่วมให้ปลูกปาล์มน้ำมัน ส่วนพื้นที่เชิงเขาปลูกทุเรียน กาแฟ หรือโกโก้ ซึ่งในปี 2569 กยท.จะทยอยนำพันธุ์เก่า RRIM 1600 ออกไป เพราะใช้เวลา 7 ปี ให้น้ำยางเฉลี่ย 200 กก./ปี พร้อมกับส่งเสริมพันธุ์ใหม่ RRIT 3904 ที่ให้ผลผลิตอายุเพียง 5 ปี ให้น้ำยางเพิ่ม 2 เท่า 

อย่างไรก็ตามหากได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลจึงจะสามารถดำเนินการได้เต็มเป้าหมาย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยางพารา