เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
“ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
Economic “ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
News กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
Economic เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
“ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic “ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ดูทั้งหมด

น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด

03 ต.ค. 2569 | 14:05น.

สถานการณ์อุทกภัยปลายฤดูฝนกำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของภาคเกษตร เมื่อพื้นที่เพาะปลูกได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 1.52 ล้านไร่ ครอบคลุม 42 จังหวัด เกษตรกรราว 127,000 ราย ขณะที่ประเทศไทยยังไม่พ้นช่วงเสี่ยง โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569 หลายพื้นที่จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ทำให้การบริหารจัดการน้ำในระยะต่อจากนี้ไม่ได้มีโจทย์เพียงเร่งระบายน้ำ แต่ต้องเดินคู่กับการลดความเสียหายของผลผลิต การดูแลหนี้สินเกษตรกร และเตรียมปัจจัยการผลิตสำหรับฟื้นอาชีพทันทีหลังน้ำลด

ข้อมูลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ระบุว่า เฉพาะด้านพืชมีพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ 1.52 ล้านไร่ ใน 42 จังหวัด เกษตรกรประมาณ 127,000 ราย โดยหน่วยงานในพื้นที่อยู่ระหว่างติดตามและสำรวจความเสียหาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน ระดับน้ำในระบบยังอยู่ในระดับที่ต้องติดตาม อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีน้ำรวมประมาณ 62,492 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 82% มีน้ำใช้การประมาณ 38,515 ล้านลูกบาศก์เมตร และเหลือความจุรองรับน้ำอีกประมาณ 14,286 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ฝนรอบใหม่เพิ่มแรงกดดันพื้นที่ลุ่มต่ำ

แม้หลายพื้นที่กำลังเข้าสู่ช่วงประเมินความเสียหาย แต่ความเสี่ยงยังไม่สิ้นสุด เพราะช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำยังต้องเฝ้าระวังทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง (2 ต.ค. 69) ข่าวเดินหน้าบูรณากา…

จุดสำคัญของการบริหารน้ำจึงอยู่ที่ลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งข้อมูลวันที่ 2 ตุลาคมระบุว่า ระดับน้ำบริเวณนครสวรรค์ยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1.99 เมตร ขณะที่การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่าจะติดตามทั้งปริมาณฝนและน้ำอย่างใกล้ชิด และปรับการบริหารให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ (2 ต.ค. 69) ข่าวเดินหน้าบูรณากา…

กรมชลประทานเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 1,914 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 7 เครื่อง และรถขุดตีนตะขาบ 2 คัน พร้อมจัดหน่วยช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และประตูระบายน้ำพระนารายณ์ ตลอดจนบริหารคลองและสถานีสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำและอ่าวไทย รวมทั้งประสานพื้นที่รอยต่อกรุงเทพมหานคร (2 ต.ค. 69) ข่าวเดินหน้าบูรณากา…

เปิดแผนฟื้น 1.52 ล้านไร่หลังน้ำลด

อีกด้านหนึ่ง ภารกิจหลังน้ำลดเริ่มถูกวางไว้ล่วงหน้า เนื่องจากความเสียหายทางการเกษตรไม่สิ้นสุดพร้อมกับระดับน้ำที่ลดลง แต่ยังมีต้นทุนฟื้นฟูแปลง ปัจจัยการผลิต และระยะเวลาที่เกษตรกรต้องรอกว่าจะกลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง

กรมส่งเสริมการเกษตรใช้ Risk Map วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง พร้อมสำรวจความเสียหายรายแปลง และเตรียมเมล็ดพันธุ์ 155,743 ซอง ต้นพันธุ์ 229,945 ต้น รวมถึงชีวภัณฑ์และเชื้อจุลินทรีย์ประมาณ 9 ตัน สำหรับใช้ฟื้นฟูการผลิตหลังน้ำลด

ส่วนกรมพัฒนาที่ดินเตรียมสารเร่งซุปเปอร์ พด. สำหรับพื้นที่น้ำท่วมขัง การบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่น พร้อมจัดชุดเฉพาะกิจให้คำแนะนำด้านการจัดการดิน พืชและน้ำหลังน้ำลด ขณะที่กรมวิชาการเกษตรเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชหลายชนิด ตลอดจนเฝ้าระวังศัตรูพืชที่อาจตามมาหลังเกิดอุทกภัย

9.5 หมื่นสมาชิกสหกรณ์เจอน้ำท่วม-เตรียมผ่อนหนี้

ผลกระทบไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นที่เพาะปลูก แต่เริ่มเชื่อมโยงไปถึงภาระทางการเงินของครัวเรือนเกษตร โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์รายงานว่า มีสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และสมาชิกที่ได้รับผลกระทบใน 29 จังหวัด รวม 476 แห่ง จำนวน 95,422 ราย พร้อมเตรียมมาตรการผ่อนผันหรือขยายเวลาชำระหนี้ สนับสนุนเงินทุนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) 328 ล้านบาท และมาตรการชดเชยดอกเบี้ย

สำหรับชาวสวนยาง การยางแห่งประเทศไทยเตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย ทั้งเงินช่วยเหลือรายละไม่เกิน 3,000 บาท และเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี พร้อมปัจจัยยังชีพและปัจจัยสำหรับประกอบอาชีพ

ด้านประมงมีการจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถยนต์ 30 คัน และเรือตรวจการประมง 30 ลำเข้าช่วยพื้นที่ประสบภัย รวมถึงเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ ส่วนกรมปศุสัตว์ดูแลการเคลื่อนย้ายและช่วยเหลือสัตว์ ตลอดจนเฝ้าระวังโรคในพื้นที่เสี่ยง

ตั้ง Safe Area 76 จังหวัด รับเหตุฉุกเฉิน

กระทรวงเกษตรฯ ยังจัดทำฐานข้อมูล “Safe Area” หรือพื้นที่ปลอดภัย ครบ 76 จังหวัด เพื่อใช้เป็นจุดรองรับการช่วยเหลือในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งเป็นจุดประสานงาน จุดรวบรวมและขนส่งสิ่งของ และพื้นที่อพยพ เพื่อให้แต่ละจังหวัดมีพื้นที่ปฏิบัติการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดบูรณาการทั้งการเฝ้าระวัง การบริหารจัดการน้ำ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการฟื้นฟูพื้นที่เกษตร โดยครอบคลุมเครื่องมือ บุคลากร การประเมินความเสียหาย ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร

โจทย์สำคัญในช่วงต่อจากนี้จึงอยู่ที่การ “ประคองสองด้านพร้อมกัน” คือ ลดความเสียหายจากน้ำและฝนระลอกใหม่ให้มากที่สุด ขณะเดียวกันต้องเร่งเปลี่ยนข้อมูลความเสียหายระดับพื้นที่ให้เข้าสู่มาตรการฟื้นฟู โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกกว่า 1.52 ล้านไร่และเกษตรกรกว่า 1.27 แสนรายที่ได้รับผลกระทบแล้ว เพราะความเร็วของการสำรวจ รับรองความเสียหาย และส่งปัจจัยการผลิตกลับถึงเกษตรกร จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการกลับเข้าสู่รอบการผลิตหลังน้ำลด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำท่วม เกษตรกร