เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“นิพนธ์” ชงรื้อระบบบริหารน้ำ ดึงมืออาชีพคุมถาวร แก้เจ้าพระยาท่วมซ้ำทุกปี
Economic “นิพนธ์” ชงรื้อระบบบริหารน้ำ ดึงมืออาชีพคุมถาวร แก้เจ้าพระยาท่วมซ้ำทุกปี
10 หุ้นต่างชาติซื้อสวนตลาด หลังเทหุ้นไทย 4 หมื่นล้าน CPF-SCB-PTT-IVL นำทีม
Finance 10 หุ้นต่างชาติซื้อสวนตลาด หลังเทหุ้นไทย 4 หมื่นล้าน CPF-SCB-PTT-IVL นำทีม
น้ำท่วมกระทบฟาร์มหมู หวั่นกดราคาหลุด ห่วงโรคระบาดหลังน้ำลด
Economic น้ำท่วมกระทบฟาร์มหมู หวั่นกดราคาหลุด ห่วงโรคระบาดหลังน้ำลด
ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 66,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 66,850 บาท
โฆษกรัฐบาล จี้สอบ ‘เงินภาษีสุขภาพ’ 4 พันล้าน แฉบอร์ด สสส.ตั้งตัวเองเป็นทีมบริหารแผน
Politics โฆษกรัฐบาล จี้สอบ ‘เงินภาษีสุขภาพ’ 4 พันล้าน แฉบอร์ด สสส.ตั้งตัวเองเป็นทีมบริหารแผน
ทายาทเจ้าสัวเจริญทุ่ม 4 หมื่นล้าน ลงทุน 5 ปี เอเชียทีค-เวิ้งนครเกษม จ่อผุดสวนน้ำกลางกรุง
Real Estate ทายาทเจ้าสัวเจริญทุ่ม 4 หมื่นล้าน ลงทุน 5 ปี เอเชียทีค-เวิ้งนครเกษม จ่อผุดสวนน้ำกลางกรุง
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตี ท่ามกลางอุปทานที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตี ท่ามกลางอุปทานที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
SET เปิดลบ 8 จุด “กรุงศรี” ชี้น้ำท่วมยังกดดัน ลุ้นท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐหนุน
Finance SET เปิดลบ 8 จุด “กรุงศรี” ชี้น้ำท่วมยังกดดัน ลุ้นท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐหนุน
ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
ฟิตเนสคึกรับ HYROX ผุดคลาส-ฟื้นฟูชิงดีมานด์
Business ฟิตเนสคึกรับ HYROX ผุดคลาส-ฟื้นฟูชิงดีมานด์
ดูทั้งหมด

“นิพนธ์” ชงรื้อระบบบริหารน้ำ ดึงมืออาชีพคุมถาวร แก้เจ้าพระยาท่วมซ้ำทุกปี

07 ต.ค. 2569 | 11:03น.

“นิพนธ์ พัวพงศกร” ชี้น้ำท่วมซ้ำซากสะท้อนปัญหาใหญ่ระบบบริหารจัดการน้ำไทย ขาด “ทีมมืออาชีพ” ทำงานเต็มเวลาและต่อเนื่อง เสนอรวมผู้เชี่ยวชาญผังเมือง-พยากรณ์-วิศวกรรม-ฟลัดเวย์-ระบายน้ำ ทำแผนเดียวกัน พร้อมยกระดับระบบข้อมูลเตือนภัยและประเมิน Loss and Damage เตรียมระดมสมองต้นเดือน ธ.ค. โฟกัสลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างตั้งแต่นครสวรรค์ลงมา ก่อนจัดทำข้อเสนอเผยแพร่ต่อสาธารณะ หวังแก้ปัญหาพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพระนครศรีอยุธยาที่เผชิญน้ำท่วมทุกปี

ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น เห็นว่าถึงเวลาต้องกลับมาทบทวนระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศ เพราะปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการระบายน้ำหรือการจัดสรรงบประมาณ แต่เป็นเรื่องของ “ระบบ” ที่ต้องมีแผนชัดเจนและมีบุคลากรมืออาชีพรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันการจัดการน้ำยังมีลักษณะทำงานแยกส่วน ทั้งที่การรับมือน้ำท่วมจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้หลายด้านร่วมกัน ตั้งแต่นักผังเมือง นักพยากรณ์ วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญด้านทางน้ำหลาก (Floodway) ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการระบายน้ำ เพื่อร่วมกันมองปัญหาเป็นภาพเดียวและออกแบบระบบบริหารจัดการที่เชื่อมโยงกัน

“ระบบบริหารจัดการน้ำต้องเป็นระบบมืออาชีพ” โดยต้องมีผู้รับผิดชอบทำงานเต็มเวลาและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายการเมืองควรทำหน้าที่กำหนดนโยบายในระดับบน ไม่ควรเข้ามาทำหน้าที่แทนผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ

ดร.นิพนธ์ตั้งข้อสังเกตว่า กลไกที่มีลักษณะ “เฉพาะกิจ” เป็นจุดอ่อน เพราะเมื่อเกิดปัญหาจึงตั้งบุคลากรขึ้นมารับมือ แต่เมื่อสถานการณ์สิ้นสุดต่างฝ่ายต่างกลับไปทำหน้าที่เดิม เมื่อเกิดน้ำท่วมรอบใหม่อาจเปลี่ยนเป็นบุคลากรชุดใหม่ ส่งผลให้องค์ความรู้ ประสบการณ์ และบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ถูกสะสมและถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ที่ควรเร่งทบทวนคือ “ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง” ซึ่งมีพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำ โดยเฉพาะพระนครศรีอยุธยา ซึ่งบางพื้นที่ไม่ได้เพียง “ท่วมบ่อย” แต่เกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ขณะที่รูปแบบชุมชนและการใช้ประโยชน์ที่ดินเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ระบบทางน้ำและพื้นที่รองรับน้ำในอดีตอาจไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน

ดังนั้น การแก้ปัญหาไม่ควรเริ่มต้นจากคำถามว่าจะใช้งบประมาณเท่าใด แต่ต้องเริ่มจากการจัดทำ “แผน” ก่อนว่า ประเทศต้องการระบบบริหารจัดการน้ำแบบใด ผังเมืองต้องเปลี่ยนอย่างไร พื้นที่ใดควรเป็น Floodway และจะจัดการพื้นที่รับน้ำอย่างไร

“อย่าเพิ่งไปว่าเรื่องงบก่อน ว่าเรื่องแผนก่อน ว่าคิดจะทำหรือเปล่า…ต้องมีแผน แล้วต้องมีมืออาชีพดูแล” ดร.นิพนธ์กล่าว

อีกเรื่องที่ต้องยกระดับคือระบบข้อมูลและการเตือนภัย โดยข้อมูลระดับน้ำควรมีความละเอียด เป็นปัจจุบัน และเปิดให้ประชาชนเข้าถึง เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงและเตรียมรับสถานการณ์ได้ ไม่ใช่มีข้อมูลอยู่ในระบบราชการแต่ประชาชนไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์และเตือนภัย เช่น โดรนและ LiDAR ซึ่งสามารถสำรวจระดับความสูงของพื้นที่ได้อย่างละเอียด โดยมีการนำไปทดลองใช้ในบางพื้นที่แล้ว แต่โจทย์สำคัญคือต้องพัฒนาจากการทำงานเป็นจุด ๆ ไปสู่ระบบที่ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยควรมีระบบประเมิน “Loss and Damage” หรือความสูญเสียและความเสียหายจากน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ โดยต้องประเมินมูลค่าความเสียหายตามความเป็นจริง ครอบคลุมทั้งชีวิตและทรัพย์สิน บ้านเรือน เวลาที่สูญเสีย การขนส่ง ตลอดจนรายได้ของภาคธุรกิจ ไม่ควรประเมินเฉพาะผลกระทบต่อ GDP เพราะข้อมูลดังกล่าวจะเป็นฐานสำคัญในการออกแบบมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และระบบประกันภัย

ดร.นิพนธ์กล่าวว่า เคยมีประสบการณ์ร่วมประเมินความเสียหายภาคเกษตรภายหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารโลก ซึ่งในขณะนั้นมีการแบ่งทีมประเมินทั้งภาคเกษตร สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมและโรงงาน ทำให้สามารถประเมินมูลค่าความสูญเสียในแต่ละด้านได้ แต่หลังจากนั้นไม่ได้มีการดำเนินงานในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

สำหรับขั้นตอนต่อไป ดร.นิพนธ์เตรียมระดมผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาในช่วงต้นเดือนธันวาคม เพื่อร่วมกันวางกรอบว่าระบบบริหารจัดการน้ำควรปรับอย่างไร โดยจะต่อยอดจากงานที่เคยดำเนินการหลังเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ และรอบนี้จะเน้นศึกษาพื้นที่ “ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง” ตั้งแต่นครสวรรค์ลงมาเป็นลำดับแรก

ข้อเสนอที่ได้จะนำเสนอต่อสาธารณะ เพื่อให้เกิดการผลักดันให้ภาครัฐนำไปศึกษาและดำเนินการต่อ โดยดร.นิพนธ์เห็นว่า หากยังไม่มีระบบที่สะสมองค์ความรู้ มีทีมมืออาชีพรับผิดชอบ และนำประสบการณ์จากน้ำท่วมแต่ละครั้งกลับมาทบทวนแผน ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากก็จะยังเกิดขึ้นต่อไป