เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนะทางรอด ‘ราชินีผลไม้’ ดันอุตสาหกรรมแปรรูป รับผลผลิตล่วงหน้า
Economic แนะทางรอด ‘ราชินีผลไม้’ ดันอุตสาหกรรมแปรรูป รับผลผลิตล่วงหน้า
“ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
Politics “ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
กต.ไต้หวัน ผิดหวัง หลังไทย-จีน ออกแถลงการณ์ร่วมเห็นพ้องจีนเดียว
World กต.ไต้หวัน ผิดหวัง หลังไทย-จีน ออกแถลงการณ์ร่วมเห็นพ้องจีนเดียว
ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
เศรษฐกิจภูมิภาค ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
SD นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
นายกฯ ประนามเหตุไปป์บอมบ์ สั่งจัดการเด็ดขาด เยียวยา จนท.-ประชาชนสูงสุด
Politics นายกฯ ประนามเหตุไปป์บอมบ์ สั่งจัดการเด็ดขาด เยียวยา จนท.-ประชาชนสูงสุด
เปิดอัตราใหม่ภาษีที่ดิน กทม. เก็บเพิ่ม ‘เกษตรจำแลง’ สกัดแลนด์ลอร์ดหลบภาษี
Real Estate เปิดอัตราใหม่ภาษีที่ดิน กทม. เก็บเพิ่ม ‘เกษตรจำแลง’ สกัดแลนด์ลอร์ดหลบภาษี
1 ปี ขัดแย้งไทย-กัมพูชา เศรษฐกิจสระแก้วหยุดนิ่ง ค้าชายแดนเป็นศูนย์
เศรษฐกิจภูมิภาค 1 ปี ขัดแย้งไทย-กัมพูชา เศรษฐกิจสระแก้วหยุดนิ่ง ค้าชายแดนเป็นศูนย์
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
ธ.ก.ส. เปิดตัว 2 เงินฝากใหม่ ‘ไซทอง-พานทอง’ วันนี้ถึง 31 ส.ค. 2569
Finance ธ.ก.ส. เปิดตัว 2 เงินฝากใหม่ ‘ไซทอง-พานทอง’ วันนี้ถึง 31 ส.ค. 2569
ดูทั้งหมด

ประวิตร ห่วงอีสานแล้ง กำชับแผนเก็บน้ำฤดูฝน

14 ส.ค. 2563 | 17:36น.

ประวิตร กำชับแผนรับน้ำฤดูฝน เตรียมพื้นที่รับน้ำในทุ่งเจ้าพระยา พร้อมกักเก็บน้ำในฤดูฝนนี้ไว้ใช้สำหรับฤดูแล้งปีหน้าให้ได้มากที่สุด ห่วงอิสานแล้งซ้ำซาก น้ำยังน้อยทุกปี สทนช. ดันแผนขุดคลองใหม่ ชัยนาท-ป่าสัก , ป่าสัก-อ่าวไทย ยาว 124 กิโลเมตร งบ 1 แสนล้าน แก้ปัญหาน้ำเหนือหลากท่วมลุ่มเจ้าพระยา ชี้ถูกกว่าฟลัดเวย์

วันที่ 14 สิงหาคม 2563 ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการประชุม เสวนา “ส่องแผนรัฐ รับมือฝน ปี 2563 ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รอดหรือไม่” ว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาน้ำทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ของประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน ภายใต้การดำเนินงานของ กอนช.ที่มีแผนรับมือกับสถานการณ์ฝนในปีนี้ ตามที่รัฐบาลได้เห็นชอบ 8 มาตรการเร่งด่วน ประกอบด้วย 1.การคาดการณ์พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม 2.การปรับแผนการเพาะปลูกพืช 3.การจัดทำเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำ 4.การตรวจสอบอาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ และสถานีโทรมาตร 5.การตรวจสอบสิ่งกีดขวางทางน้ำ 6.การสำรวจแม่น้ำคูคลองและดำเนินการขุดลอก กำจัดผักตบชวา 7.เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือในการให้ความช่วยเหลือ และ 8.สร้างการรับรู้กับประชาชน

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวล่วงหน้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขยะมูลฝอย และผักตบชวา ที่สามารถกำจัดได้แล้วกว่า 500,000 ตัน ในบริเวณต่าง ๆ 143 แห่ง รวมไปถึงการเตรียมพื้นที่รับน้ำในทุ่งเจ้าพระยา และการวางแผนกักเก็บน้ำในฤดูฝนนี้ไว้ใช้สำหรับฤดูแล้งปีหน้าให้ได้มากที่สุด

“ลุ่มน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยาถือเป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศที่จะต้องดูแล ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนจะต้องช่วยกันดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลดการเกิดน้ำท่วม น้ำหลาก รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดภัยแล้ง โดยการทำแก้มลิงใต้ดินเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในปี 2564 ส่วนภาพรวมปีนี้ ภาคที่น่าเป็นห่วงว่าจะประสบภัยแล้งมากที่สุดคือภาคอีสาน ซึ่งปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ที่หลายจังหวัดยังประสบกับภัยแล้งทุกปี รวมไปถึงภาคเหนือบางจังหวัดอีกด้วย ดังนั้นจึงให้สทนช.เร่งรัดแผนกักเก็บน้ำควบคู่ฤดูฝนด้วย” พล.อ.ประวิตร กล่าว

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า 40 หน่วยงานจาก 8 กระทรวง ได้เตรียมรับมือฝนปีนี้ รวมถึงรายงานความก้าวหน้าการสนับสนุนงบกลางเพื่อช่วยเหลือภัยแล้งและเตรียมการรองรับอุทกภัย ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในปี 2563 จำนวนทั้งสิ้น 29,160 โครงการ วงเงินรวม 23,748 ล้านบาท โดยความร่วมมือจาก 15 หน่วยงานแล้ว นอกจากนี้ ตาม 9 แผนงาน ของแผนบรรเทาอุทกภัยเจ้าพระยาตอนล่าง วงเงิน 3.4 แสนล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ทาง สทนช.ได้ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศึกษาเพื่อจัดเรียงลำดับการดำเนินการอีกครั้ง พบว่ามีโครงการที่น่าสนใจ คือโครงการเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรณีที่เกิดขึ้นในปี 2554 คือโครงการตัดลำน้ำเข้าคลองชัยนาท –ป่าสัก และ ป่าสัก-อ่าวไทย วงเงินรวม ประมาณ 1 แสนล้านบาท

โดยโครงการดังกล่าว จะเป็นการขุดคลองใหม่ รวมระยะทางประมาณ 124 กิโลเมตร จากจ.ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา กรุงเทพฯ และสมุทรปาการ ลักษณะเป็นคลองเปิด ซึ่งจะทำให้ผ่านที่ชุมชนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำฟลัดเวย์ และการทำวงแหวนตามข้อเสนอขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (ไจก้า )

อย่างไรก็ดี ตามแนวคลองที่บางส่วนต้องผ่านชุมชน จะขอซื้อ หรือจัดจ้าง แทนการเวนคืน หากไม่ยินยอมก็ต้องเจรจา คาดว่าจะใช้งบประมาณในกรณีซื้อที่ดินรวม 2 หมื่นล้านบาท ที่เหลือจะเป็นด้านเทคโนโลยี โดยการขุดคลองตามแนวขนาด กับคลองชัยนาท- ป่าสัก นั้นจะเริ่มดำเนินการในปี 2564 เป็นต้นไป ส่วนจากป่าสัก-อ่าวไทย กรมชลประทานอยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ หากแล้วเสร็จ จะช่วยลดพื้นที่น้ำท่วมได้ 9 ล้านไร่จากที่ปี 54 มีน้ำท่วมรวม 12 ล้านไร่ โดยจะมีพื้นที่น้ำท่วมลึก 1 เมตร 3 แสนไร่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่งของลุ่มเจ้าพระยาได้ต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภัยแล้ง ภาคอีสาน เศรษฐกิจ