เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ทองเปลว กองจันทร์ ปรับโฉมเกษตร 4.0 ฝ่าโควิด

20 ต.ค. 2563 | 11:45น.
โอนเงิน เยียวยาเกษตรกร งวดสุดท้าย

โอนเงิน เยียวยาเกษตรกร งวดสุดท้าย

สัมภาษณ์

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจฐานราก เป้าหมายการเพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ถือเป็นภารกิจร้อนที่รัฐบาลต้องมุ่งหน้าไปพร้อมกับการควบคุมสถานการณ์โควิด แม่ทัพกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ “นายทองเปลว กองจันทร์” ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” หลังจากที่ก้าวจากอธิบดีกรมชลประทานเข้ารับตำแหน่ง “ปลัดกระทรวง” แทน นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ซึ่งเกษียณอายุราชการไป มีมุมมองและแนวทางการทำงานภาคเกษตรของไทย โดยเฉพาะการแก้ปัญหาน้ำ การเพิ่มรายได้เกษตรกร

Q : ภารกิจกรมชลฯต่อยอดงานปลัด

ปัญหาท่วม แล้ง ที่เกิดขึ้นบางปีเป็นภัยธรรมชาติ บางพื้นที่ไม่เคยมีปริมาณน้ำจำนวนมาก เช่น ลำพระเพลิง ตั้งแต่ปี 2553 ที่มีปริมาณน้ำเท่าปีนี้ เหนือสิ่งอื่นใดคือการบริหารจัดการน้ำที่เวิร์กที่สุด คือ แผนกักเก็บน้ำ (water storage) ให้มากที่สุดเพื่อตุนไว้ใช้หน้าแล้งและสามารถทำได้เลย และผมทำมาตลอดคือและจะมุ่งเน้นต่อจากนี้คือ เพิ่มแหล่งน้ำ เพิ่มความจุโดยรอบเขื่อนเดิมที่มีให้มากที่สุด ด้วยในยามฤดูฝน

เช่น โครงการเติมน้ำเขื่อนภูมิพล งบประมาณ 70,000 ล้านบาท จะเพิ่มปริมาณน้ำได้อีก 1,800 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ซึ่งอยู่ระหว่างประชาพิจารณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จปี”65 และโครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำ อ่างเก็บน้ำ สร้างเสริมศักยภาพการเก็บน้ำให้มากขึ้นในโครงการเหลียวหลัง ทั้งหมดจะเน้นเพิ่มกักเก็บน้ำ เพราะส่วนก่อสร้างแห่งใหม่ ๆ ต้องยอมรับว่าใช้เวลานาน

ทองเปลว กองจันทร์
ทองเปลว กองจันทร์

Q : จุดอ่อน-จุดแข็งภาคเกษตร

10 กว่าวันที่ดำรงตำแหน่งปลัดเกษตรฯและประสบการณ์การทำงานด้านเกษตร เราเห็นทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง จุดอ่อนกระทรวงคือ ตัวเกษตรกรที่มีสถานะการเงิน รายได้ ฐานะปานกลางไม่เพียงพอ ที่สำคัญคือพื้นที่ในการทำการเกษตรของเกษตรกรไทยยังไม่มีเป็นของตัวเอง หลายพื้นที่ที่ทำเกษตรยังเป็นพื้นที่เช่า และเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ส่วนการเพาะปลูก การจัดการระบบการผลิต ยังมีต้นทุนที่สูงมาก แต่จุดแข็งของเกษตรไทยในวันนี้คือ ภูมิศาสตร์และยุทธศาสตร์ในการทำเกษตรดีมาก มีแหล่งน้ำ และสภาพอากาศที่ครบทุกฤดู เกษตรทฤษฎีใหม่ จากภูมิปัญญาของเรา ข้าว ยาง อ้อย มัน ปาล์ม คือ สินค้าเกษตรเศรษฐกิจที่สามารถปลูกได้

Q : แนวทางรับมือวิกฤตโควิด

พอเจอปัญหาโควิด-19 ผมกลับมองว่ายิ่งเป็นโอกาสภาคเกษตร เพราะรายได้ภาคเกษตรมหาศาลมาก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สิ่งที่อยากจะทำเลยทันทีคือ 1 ตำบล 1 เกษตรทฤษฎีใหม่ วงเงิน 9,805 ล้านบาท ต้องปรับปรุงเกณฑ์ และคุณสมบัติของเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการ หลังเปิดรับสมัคร 2 ครั้ง มีเกษตรกรเข้าร่วม 33,500 ราย จากเป้าหมาย 64,144 ราย

ซึ่งยังห่างจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ พร้อมทั้งกำชับ การจัดซื้อจัดจ้าง ควรเป็นแบบกระจาย ให้ผู้รับจ้างหลากหลายผู้รับจ้างรายย่อย อย่ามัดรวมโครงการจัดจ้างรายใหญ่เพียงรายเดียว เพื่อให้เงินกระจายสู่ชุมชนมากที่สุด ต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้มีการกระจายเงินเข้าสู่ระบบ มีการจ้างงานในท้องถิ่น เพื่อรองรับคนที่ตกงานจากโควิด-19

Q : ต่อยอดการตลาดนำการผลิต

ภายในเดือน ต.ค.นี้ จะหารือกับสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศทั่วโลก เพื่อให้เร่งประชาสัมพันธ์ผลผลิตด้านการเกษตรของไทย โดยหาตลาดใหม่ ในขณะที่ต้องรักษาตลาดเดิมเอาไว้ด้วย โดยให้ชูสินค้าเกษตรที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ หรือ GI เป็นตัวนำตลาด สร้างเรื่องราวเชื่อมโยงท่องเที่ยว ดังนั้น อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ของประเทศนั้น ๆ ต้องศึกษา วิเคราะห์ ความต้องการแต่ละตลาด เพื่อแนะนำการผลิตให้สอดคล้องกัน เช่น จีน มีความต้องการทุเรียน น้ำมะพร้าวน้ำหอม ส้มโอ สหภาพยุโรป หรืออียู ต้องการสินค้าอินทรีย์ เป็นต้น

“ผมคิดว่าสินค้าไทยเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ปัญหาคือผู้บริโภคยังไม่รู้จัก ดังนั้น ทูตเกษตรต้องทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์แนะนำ ประชาสัมพันธ์ ให้ประเทศเป้าหมายที่ไทยจะส่งออก หรือเปิดตลาดสินค้าเกษตร ให้รู้จัก ให้ทูตเกษตรทำเป็นงานหลัก

โดยเฉพาะช่วงที่การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผู้บริโภคไม่สามารถเดินทางได้ แต่การส่งออกสินค้าจากไทยไปทั่วโลกยังมีต่อเนื่อง ที่สำคัญสินค้าจากไทยเมื่อออกจากโรงงานนั้นสามารถรับรองการปลอดเชื้อโควิดด้วย สิ่งเหล่านี้ถือเป็นจุดแข็งและสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดได้ในสถานการณ์เช่นนี้”

Q : เดินหน้าการทำเกษตร 4.0 ต่อ

นอกจากนี้ ทูตเกษตรยังต้องประสานความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้ใหม่ ๆ มาส่งเสริมภาคเกษตรของไทยด้วย โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่ภาคการเกษตรของไทยยังมีความก้าวหน้าน้อยมาก ซึ่งรัฐบาลอยู่ระหว่างการส่งเสริมเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตของไทยให้สูงขึ้น เทคโนโลยีที่ทันสมัยเหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดยกระดับในโครงการแปลงใหญ่ ที่ประสบผลสำเร็จแล้วกว่า 5,200 แปลงแล้ว หรือ 5 ปี เป้าหมาย 7 ล้านไร่

และผมได้เสนอแก้ไขกฎหมายเปิดทางให้วิสาหกิจชุมชนจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อให้ตอบโจทย์การรวมกลุ่มแปลงใหญ่ให้ประกอบกิจการเพื่อสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองของครอบครัว ชุมชน อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

“ผมจะมุ่งเน้นเทคโนโลยีมาช่วยมากขึ้น คาดว่าภายในปี 2565 จะสามารถยกระดับพื้นที่เกษตรได้ประมาณ 5-10% หรือประมาณ 14-15 ล้านไร่ ของพื้นที่เกษตรทั้งหมด 149 ล้านไร่ จะกลายเป็นเกษตรยุคใหม่ และในจำนวนนี้ จะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากมาตรการลดต้นทุน 15% เพิ่มรายได้ 15% เกษตรกรกลุ่มนี้จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 31,342.11 บาท/ครัวเรือน/ปี หรือรายได้รวม 135,815.81 บาท/ครัวเรือน/ปี จากปัจจุบันมีรายได้ 104,473.7 บาท/ครัวเรือน/ปี

ที่สำคัญคือ ภาคการเกษตรต้องดำเนินไปควบคู่ไปกับการตลาด สินค้าที่ผลิตได้ต้องสอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าล้นตลาดตามมา ดังนั้น ทูตเกษตรต้องขับเคลื่อนตลาดต่างประเทศคู่กับตลาดในประเทศให้ได้และต้องเร่งวิเคราะห์ข้อมูล และแจ้งกลับมายังเกษตรกรอย่างรวดเร็ว เพื่อวางแผนการผลิตให้สอดคล้อง”

Q : วางอนาคตกระทรวงเกษตรฯยุคใหม่

สิ่งหนึ่งที่อยากจะทำคือ ปฏิรูปสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั่นคืองานประชาสัมพันธ์ ประสานงานกระทรวง กรม และรัฐวิสาหกิจ ภายใต้การทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ว่องไวรวดเร็ว ผมขอใช้คำว่าปรับลุกข้าราชการใหม่ให้ทันสมัย ทันต่อสถานการณ์ข่าวสารต้องเร็ว ตอบโจทย์และไม่ยืดเยื้อ พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับสถาบันเกษตราธิการ ให้เป็นคนเกษตรยุคใหม่

ท้ายสุด “ปลัดทองเปลว” ให้คำมั่นว่า ในระยะเวลา 2 ปีที่เหลือก่อนเกษียณอายุราชการ ในตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรฯ จะทำเต็มที่ และทำให้ดีที่สุด จะเร่งยกระดับเกษตรกรไทย โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วย ในช่วงประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย นำบิ๊กดาต้ามาช่วยเป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาด้านเกษตร และจูงใจลูกหลานเกษตรกร ผลักดัน young smart ผมมองว่าคนเก่ง ๆ วงการเกษตรมีเยอะมาก ๆ ทำไมเราไม่ผลักดันให้มากกว่านี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทองเปลว กองจันทร์